ซื้อได้ แต่ไม่ซื้อ
วันนั้นพวกเขาไปเดินตลาดจริง ๆ
ลำดวนจำไม่ได้ว่าประเสริฐชี้อะไรให้ดูบ้าง จำได้เพียงว่าเธอหยุดหน้าร้านขายถ้วยลายดอกอยู่นาน ก่อนเดินต่อโดยไม่ได้ซื้อ
ขากลับเขาซื้อกล้วยทอดห่อหนึ่ง
เธอถามราคาแล้วขมวดคิ้ว
“กินหมดไหม”
ประเสริฐเปิดห่อ ยื่นให้
“ช่วยกันกินก็หมด”
ลำดวนหยิบชิ้นเล็กที่สุด
ต่อมาเธอจำวันหยุดนั้นได้จากกลิ่นกล้วยทอดอุ่น ๆ ที่ติดปลายนิ้ว และเสียงเขาบอกว่าชิ้นใหญ่ก็หยิบได้ ไม่มีใครคิดเงินเพิ่ม
ชีวิตคู่ของพวกเขามีวันอย่างนั้นอยู่บ้าง
วันที่กลับจากงานแล้วพบว่าอีกคนซักผ้าไว้ให้ วันที่ฝนตกจนไปตลาดไม่ได้จึงเอาปลากระป๋องมาผัดกับหอม และวันที่วิทยุรับคลื่นไม่ได้ ประเสริฐต้องถือเสาอากาศค้างไว้จนลำดวนบอกว่าพอเถอะ คนร้องคงกลับบ้านไปแล้ว
ความสุขเหล่านั้นไม่มากพอจะทำให้เงินเหลือขึ้นมา
แต่ทำให้เธอมีแรงตื่นไปหาเงินในวันรุ่งขึ้น
มาลีเกิดในปีถัดมา
ลำดวนอายุยี่สิบสาม และไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนตัวเล็กขนาดนี้จะใช้ผ้าได้มากเพียงใด
เธอซักผ้าอ้อมจนข้อมือปวด แขวนไว้ทุกที่ที่ลมผ่าน บางคืนประเสริฐกลับจากอู่แล้วยังต้องเอาเตารีดที่ยืมเพื่อนบ้านมาช่วยทำให้ผ้าแห้ง
บุญเรือนมาช่วยอยู่พักหนึ่ง
หญิงสูงวัยอุ้มหลานเดินในห้องแคบ ร้องเพลงที่ลำดวนจำได้เพียงทำนอง เธอเห็นแม่หลับคาเก้าอี้แล้วอยากบอกให้ไปนอน แต่ลูกก็ตื่นร้องขึ้นมาอีก
เงินที่เคยเขียนว่าเก็บซื้อบ้าน ถูกแบ่งไปเป็นค่าฝากครรภ์ ค่าคลอด และของใช้เด็ก
ลำดวนจดทุกอย่าง
ถึงบรรทัดหนึ่ง เธอเขียนคำว่า ผ้า แล้วนั่งมองอยู่นาน
ประเสริฐวางแก้วน้ำให้
“เดี๋ยวเดือนหน้าผมทำงานเพิ่ม”
“คุณพูดอย่างนี้มาสามเดือนแล้ว”
เขาเงียบ
ลำดวนเองก็รู้ว่าเขาทำงานแทบทุกวัน แต่พอเห็นตัวเลขลดลง เธอกลับพูดเหมือนเขายังพยายามไม่พอ
บุญเรือนรับเด็กไปอุ้ม เปิดทางให้ลูกสาวกินข้าว
“จดเสร็จค่อยบ่น บ่นตอนจด เดี๋ยวเลขผิด”
ลำดวนหัวเราะอย่างเหนื่อย ๆ
คืนนั้นเธอเปิดสมุดอีกครั้ง ขีดเส้นใต้ค่าใช้จ่ายที่ยังต้องมี แล้วหยุดหาทางตัดมันทุกบรรทัด
อย่างน้อยผ้าอ้อมก็ต้องมี
ลูกสาวไม่ได้ใช้มากเพราะอยากให้แม่ลำบาก
เจ๊เพ็ญให้เธอกลับมาช่วยช่วงที่จัดเวลาได้ แต่การทำงานตั้งแต่ก่อนฟ้าสางกับการเลี้ยงเด็กไม่เข้ากันง่าย ๆ
บางวันบุญเรือนช่วยดูหลาน บางวันประเสริฐรับช่วงก่อนเข้าอู่ เมื่อแม่ต้องกลับต่างจังหวัด พวกเขาจึงขอให้หญิงในห้องเช่าข้างกันช่วยเลี้ยงและจ่ายค่าดูแลตามที่ตกลง
ลำดวนไม่สบายใจทุกครั้งที่ฝากลูก
ยิ่งเห็นมาลีร้องตาม เธอก็ยิ่งอยากหาอะไรที่ทำใกล้บ้านได้
เธอเริ่มรับทำกับข้าวให้คนในห้องเช่าในวันที่ไม่ได้ไปร้าน ตื่นหุงข้าว ตักแกงใส่ถุง แล้ววางไว้ให้คนทำงานซื้อก่อนออกจากซอย
จำนวนไม่มาก
บางวันขายหมด บางวันเหลือจนสามีต้องกินเมนูเดิมสองมื้อ
“พรุ่งนี้ขออะไรที่ไม่ใช่ฟักได้ไหมครับ”
“เหลืออยู่”
“ผมเริ่มฝันว่าฟักเดินตามแล้ว”
ลำดวนหลุดหัวเราะ แต่วันถัดมาก็ยังทำฟักอีก เพราะต้นทุนถูก
ประเสริฐกินโดยไม่บ่นซ้ำ
หลังมาลีอายุสองขวบ เธอคุยกับเจ๊เพ็ญเรื่องออกมาขายเต็มตัว
เจ๊เพ็ญฟังแล้วเปิดสมุดให้ดู
“รายรับไม่ใช่กำไรนะ อย่าเห็นเงินอยู่เต็มกระป๋องแล้วเอาไปใช้หมด”
ลำดวนพยักหน้า
“รู้ค่ะ”
“รู้ก็ต้องทำ ฉันรู้จักคนรู้เยอะ แต่ไม่ทำ”
เจ๊เพ็ญขายเตาและหม้อเก่าให้ในราคาที่เธอไหว ไม่ยอมให้จ่ายด้วยการมาช่วยงานโดยไม่คิดค่าแรง
“ของก็ส่วนของ งานก็ส่วนงาน จะได้ไม่ต้องนั่งจำกันว่าติดหนี้บุญคุณกี่วัน”
ลำดวนจ่ายเป็นงวด เก็บใบรับเงินไว้ทุกครั้ง
เมื่อได้เช่าที่เล็ก ๆ ตรงปากซอย ประเสริฐทำโต๊ะให้ด้วยไม้ที่เก็บสะสม เขาขัดผิวจนเรียบ แต่ลำดวนยังตรวจด้วยการลากฝ่ามือซ้ำ
“กลัวเสี้ยนตำลูกค้า”
“ผมก็กลัวเหมือนกันครับ ถึงขัดตั้งครึ่งวัน”
เธอมองหน้าเขาแล้วค่อยยิ้ม
วันเปิดขาย มาลีหลับอยู่ในเปลหลังโต๊ะ หม้อจากเจ๊เพ็ญเรียงอยู่ข้างหน้า และสมุดเล่มใหม่วางใต้กระป๋องเงิน
ลำดวนขายได้ไม่ถึงที่หวัง
แต่เมื่อกลับห้อง เธอนับเงิน จ่ายคืนทุนให้ตัวเอง แล้วพบว่ามีกำไรเหลือจริง ๆ
เธอวางเหรียญลงตรงกลางเสื่อ
ประเสริฐมอง มาลีเอื้อมมือมาจะคว้า
“ของแม่ค่ะ” ลำดวนรีบเก็บ
เด็กน้อยเบะปาก
เธอจึงหยิบช้อนให้แทน มาลียอมทันที แล้วเคาะช้อนกับถ้วยอย่างพอใจ
คืนนั้นลำดวนเขียนใต้ยอดเงินเก็บว่า
ขายข้าววันแรก
ตัวเลขไม่มาก
แต่เธอเขียนวันที่ไว้ด้วย
อนันต์เกิดอีกสามปีหลังมาลี
ถึงตอนนั้นร้านมีลูกค้าประจำแล้ว พวกเขาย้ายไปห้องเช่าที่กว้างขึ้นเล็กน้อย มีมุมให้เด็กนอนโดยไม่ต้องเก็บที่นอนก่อนนั่งกินข้าว
ค่าเช่าแพงขึ้น
ลำดวนบ่นเรื่องนั้นอยู่หลายเดือน แต่พอเห็นลูกสาวหลับได้โดยไม่สะดุ้งทุกครั้งที่พ่อเดินผ่าน เธอก็เลิกขอให้ประเสริฐกลับไปถามห้องเก่า
เด็กสองคนทำให้บ้านเสียงดังขึ้น
มาลีชอบวางตุ๊กตาผ้าไว้ข้างน้อง บอกว่ามันช่วยเฝ้า ส่วนอนันต์โตพอเดินได้ก็เริ่มเอาช้อนเข้าไปซ่อนในกล่องเครื่องมือของพ่อ
สิ่งที่ประเสริฐเคยล้อว่าไม่อยากให้ปนกัน เกิดขึ้นจนต้องทำกล่องที่ปิดฝาได้
ลำดวนกลับจากขายข้าว มองสองพ่อลูกค้นหาช้อนแล้วส่ายหน้า
“ร้านจะไม่มีช้อนใช้แล้ว”
อนันต์ยื่นประแจให้แทน
ประเสริฐหัวเราะจนลูกหัวเราะตาม ทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรตลก
เธอพยายามทำหน้าเข้ม แต่สุดท้ายต้องหันหนีเพื่อซ่อนยิ้ม
เมื่อมาลีเข้าโรงเรียน ลำดวนซื้อรองเท้ากับชุดนักเรียนให้ครบ
เธอไม่อยากให้ลูกยืนอยู่กลางกลุ่มเด็กแล้วถูกชี้ว่าใส่ของใครมา
เสื้อผ้าที่ไม่ใช้ไปโรงเรียนยังเป็นของรับต่อจากลูกคนรู้จักบ้าง เสื้อที่เธอเย็บเองบ้าง แต่ชุดนักเรียนต้องพอดี รองเท้าต้องไม่อ้า และกระดุมทุกเม็ดต้องสีเดียวกัน
เธอตรวจมันอย่างละเอียดจนมาลีถาม
“แม่ หนูไปได้หรือยัง”
“เดี๋ยวสิ แขนเสื้อพับไม่เท่ากัน”
ประเสริฐยืนรออยู่หน้าประตู กระเป๋าลูกอยู่ในมือ
“เด็กคนอื่นคงไปถึงกันแล้วครับ”
“ก็ให้ถึงไปก่อน”
มาลีมองหน้าพ่อ แล้วหัวเราะเบา ๆ
ลำดวนภูมิใจเมื่อเห็นลูกเดินเข้าโรงเรียน
เธอคิดว่าตัวเองได้กันความอับอายบางอย่างออกจากชีวิตลูกแล้ว
อีกหลายปีต่อมา เธอจึงรู้ว่าเด็กไม่ได้อับอายเฉพาะเรื่องเสื้อผ้า และพ่อแม่ก็ไม่อาจเลือกแทนได้ว่าเรื่องไหนควรทำให้ลูกเจ็บ
ปีที่มาลีอายุแปดขวบ เธอกลับบ้านพร้อมกระดาษจากครู
ต้องทำงานวาดภาพส่งประกวดในชั้นเรียน หัวข้อบ้านของฉัน
ลำดวนอ่านขณะนับเงินหลังขายข้าว
“สีอยู่ในกล่องนั่นไง”
“มีไม่ครบค่ะ”
“ก็ใช้ที่มี”
มาลีดึงกล่องดินสอสีออกมา ภายในเหลือแท่งสั้น ๆ สี่แท่ง สีน้ำเงินหักกลาง แดงกับเหลืองสั้นจนต้องจับด้วยปลายนิ้ว ส่วนสีดำยังยาวเพราะเธอไม่ชอบใช้
“ขอยืมเพื่อนสิ”
เด็กหญิงก้มมองกล่อง
“ครูให้ทำที่บ้าน”
“งั้นพรุ่งนี้ไปขอยืมแล้วเอากลับมาทำ เดี๋ยวแม่ซื้อให้ตอนเปิดเทอม”
มาลียังยืนอยู่
ลำดวนเงยหน้าจากเหรียญ
“อะไรอีก”
“ซื้อกล่องเล็กก็ได้ค่ะ”
“ลี แม่กำลังคิดเงินอยู่”
เด็กหญิงเก็บกระดาษกับกล่องสี เดินไปนั่งข้างหน้าต่าง
ลำดวนกลับมานับต่อ
วันนั้นยอดขายดี หลังหักทุนและค่าใช้จ่าย เธอยังเหลือเงินพอซื้อสีหลายกล่อง
แต่เมื่อมองเงิน เธอเห็นค่าบ้านที่ยังไม่พอ เห็นอาการไอของแม่ที่ชายเขียนมาบอก และเห็นหม้อใบหนึ่งที่รอยรั่วเริ่มปะไม่อยู่
เธอไม่ได้มองว่าดินสอสีอยู่ตรงไหนในชีวิตลูก
คืนนั้นมาลีนั่งวาดจนเลยเวลานอน
บ้านในภาพมีหลังคาสีแดง ผนังสีเหลือง และต้นไม้ที่เธอระบายสีน้ำเงิน
อนันต์ชะโงกมอง
“ต้นไม้สีอะไร”
“สีนี้”
“ทำไมไม่เขียว”
มาลีไม่ตอบ
เธอเอาสีดำลากทับลงไป แล้วบอกน้องให้ไปนอน
ประเสริฐเห็นภาพในเช้าวันต่อมา
เขานั่งลงข้างลูกสาว ถามว่าทำเสร็จหรือยัง
มาลีพยักหน้า
“ต้นไม้แปลกดี”
เด็กหญิงจับกระดาษแน่นขึ้น
“หนูไม่มีสีเขียว”
เขามองกล่องสีข้างตัวเธอ ก่อนหันไปทางลำดวนที่กำลังเตรียมของขาย
“ดวน ซื้อให้ลูกสักกล่องไหม”
“บอกแล้วว่าตอนเปิดเทอม”
“งานนี้ส่งเมื่อไหร่ ลี”
“พรุ่งนี้ค่ะ”
ลำดวนยกหม้อขึ้นจากเตา
“ก็ใช้ที่มีไปก่อน ไม่ได้ส่งประกวดใหญ่โตอะไร”
ประเสริฐไม่ตอบ
ตอนเย็นเขากลับมาพร้อมดินสอสีสิบสองแท่ง กล่องกระดาษเล็ก ๆ อยู่ในถุงเดียวกับสบู่ที่ลำดวนฝากซื้อ
มาลีตาโตเมื่อเห็น
เธอเปิดกล่อง เอานิ้วแตะสีเขียว ก่อนยกหน้ามองพ่อ
“หนูใช้ได้เลยไหม”
“ได้สิ ซื้อมาให้ใช้”
เด็กหญิงยิ้มแล้วรีบไปหยิบกระดาษ
ลำดวนรอจนลูกเดินพ้น จึงถามเสียงต่ำ
“ทำไมต้องซื้อวันนี้”
“พรุ่งนี้ลูกส่งงาน”
“ฉันบอกว่าจะซื้อให้เอง”
“หลังงานส่งแล้ว”
เธอวางถุงสบู่แรงกว่าที่ตั้งใจ
“คุณก็อย่างนี้ ฉันห้ามอะไร ลูกก็ไปหาคุณ”
ประเสริฐมองไปยังหน้าต่าง มาลีกำลังลบสีต้นไม้จนเศษยางลบเต็มกระดาษ
“ผมไม่ได้อยากให้ลูกมาเลือกข้าง”
“แล้วซื้อทั้งที่ฉันบอกไม่ให้ ทำไม”
เขาเงียบครู่หนึ่ง
“ถ้าผมคุยก่อน คุณจะฟังไหม”
คำถามนั้นทำให้ลำดวนเงียบตาม
แต่ความเงียบของเธอยังเต็มไปด้วยความโกรธ
คืนนั้นเด็กหญิงวาดต้นไม้ใหม่บนกระดาษอีกแผ่น ลำดวนเดินผ่าน เห็นลูกเอาฝ่ามือปิดกล่องสีไว้
“ไม่ต้องซ่อน” เธอพูด
มาลีค่อย ๆ ยกมือออก
“หนูจะใช้ให้คุ้มค่ะ”
ลำดวนพยักหน้าอย่างพอใจ
เธอยังไม่ทันเห็นว่าเด็กคนหนึ่งเพิ่งเรียนรู้ว่าความดีใจของตัวเองต้องมีคำรับรองเรื่องความคุ้มค่าตามมาด้วย
“แม่เคยบอกว่าขอของจากตาง่ายกว่า”
ธันวาพูด
ยายกำลังพับถุงพลาสติกอยู่ใต้โต๊ะ เขาเพิ่งจดรายการหนี้เสร็จไปส่วนหนึ่ง มีบางยอดต้องรอเทียบกับเอกสารของกฤต
ลำดวนดึงถุงให้เรียบ
“ก็จริง”
“แต่แม่ไม่ได้เล่าเรื่องดินสอสี”
“ยายก็เพิ่งเล่าให้เอ็งฟังนี่แหละ”
ธันวานึกถึงแม่ เวลาที่เธอซื้อของให้ตัวเอง มักอธิบายว่าอันเก่าใช้ไม่ได้แล้ว หรือบอกว่าร้านลดราคา ทั้งที่เขาไม่ได้ถาม
“ตอนนั้นยายไม่มีเงินจริง ๆ หรือครับ”
มือของหญิงชราหยุด
เธอมองถุงในมือ ก่อนวางลง
“มี”
ธันวาเงียบ
“ซื้อได้ แต่ไม่ซื้อ” ยายพูดต่อ “ยายคิดว่าอดอีกหน่อยก็ไม่เป็นไร แม่เอ็งยังมีข้าวกิน มีเสื้อใส่”
“แล้วตาว่ายังไง”
“ทะเลาะกัน”
“เพราะสีแค่กล่องเดียว?”
ลำดวนเงยหน้ามองเขา
“ตอนนั้นยายก็พูดอย่างเอ็งนี่แหละ”
ธันวาก้มมองปลายปากกา
เขาไม่ได้ตั้งใจตัดสิน แต่คำว่าแค่หลุดออกมาได้ง่ายกว่าที่คิด
ยายหยิบถุงใบถัดไป
“สำหรับยาย มันกล่องเดียว สำหรับลูก ยายไม่รู้เลยว่ามันใหญ่แค่ไหน”
หลังเด็กหลับ ประเสริฐวางสมุดค่าใช้จ่ายลงตรงกลางเสื่อ
ลำดวนยังไม่อยากคุย แต่เขานั่งรอ
“ผมก็ไม่ควรซื้อมาแล้วให้คุณรู้ทีหลัง”
เธอมองสมุด ไม่ตอบ
“แต่เราต้องมีเงินส่วนที่ใช้กับอะไรเล็ก ๆ ได้ โดยไม่ทะเลาะกันทุกครั้ง”
“เล็ก ๆ หลายครั้งก็เป็นเงินเยอะ”
“ครับ งั้นกำหนดไว้เลย”
เขาดึงดินสอมา
พวกเขาแยกค่าใช้จ่ายประจำ เงินส่งบ้าน เงินฉุกเฉิน และเงินที่เก็บซื้อบ้าน เหลืออีกส่วนหนึ่งไม่มากนัก
ประเสริฐเสนอให้แบ่งส่วนนี้ไว้สำหรับของที่อยากได้บ้าง
ลำดวนถามทันที
“แล้วถ้ามีเรื่องจำเป็น?”
“ก็ใช้เงินฉุกเฉิน”
“ถ้าไม่พอ?”
เขาวางดินสอ
“ดวน ผมตอบไม่ได้ทุกเรื่องที่ยังไม่เกิด”
เธอเงยหน้า
ประเสริฐถอนหายใจ เหนื่อยจนเสียงเบาลง
“ผมก็อยากมีบ้าน แต่ตอนนี้ลูกอยู่กับเราในห้องนี้แล้ว”
ลำดวนมองไปทางที่นอน
มาลีนอนตะแคง มือข้างหนึ่งวางอยู่ใกล้กล่องสีที่เก็บเรียบร้อยแล้ว อนันต์หลับอ้าปากอยู่ข้าง ๆ
เธอหันกลับมาที่ตัวเลข
หลังจากคุยกันอยู่นาน ทั้งสองตกลงจำนวนเงินเล็กน้อยที่จะใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตกัน ส่วนของเด็กให้รวมไว้ต่างหาก และคุยกันก่อนหากเป็นของราคาแพง
ลำดวนยอมเขียนลงสมุด
แต่ตอนเก็บเงิน เธอยังเอาซองส่วนนี้วางไว้ด้านในสุด
เหมือนความอยากของทุกคนควรรอให้เรื่องอื่นเสร็จก่อนเสมอ
ไม่กี่วันต่อมา มาลีเอาภาพกลับบ้าน
มุมกระดาษมีดาวสีแดงจากครู บ้านในภาพมีหน้าต่างสองบาน ต้นไม้สีเขียว และคนสี่คนยืนอยู่ข้างหม้อใบใหญ่
อนันต์ชี้คนที่ตัวเล็กที่สุด
“ผมเหรอ”
“อือ”
“ทำไมไม่มีรถ”
“บ้าน ไม่ใช่อู่”
ประเสริฐหัวเราะ แล้วถามว่าสามารถเอาภาพติดผนังได้ไหม
มาลีหันมองแม่ก่อน
ลำดวนเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน รับภาพมาดู
เด็กหญิงวาดเธอถือทัพพี พ่อถือประแจ มาลีกับอนันต์จับมือกัน หน้าทุกคนยิ้ม
“แม่ยิ้มด้วยหรือ”
มาลีพยักหน้า
“ตอนขายหมด แม่ยิ้ม”
ประเสริฐไม่หัวเราะอีก
ลำดวนมองภาพอยู่นานกว่าที่คิด ก่อนส่งคืนให้เขา
“ติดสูงหน่อยนะ เดี๋ยวน้องดึงขาด”
มาลียิ้ม
คืนนั้นเธอเอากล่องสีมาให้แม่ดูอีกครั้ง ชี้ว่าแท่งไหนใช้ระบายอะไร
ลำดวนนั่งฟังจนลูกพูดจบ
เธอไม่ได้พูดคำขอโทษ เด็กหญิงก็ไม่ได้ขอ
ภาพบ้านจึงติดอยู่บนผนัง ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นยังอยู่กับพวกเขาโดยไม่มีใครเรียกชื่อมัน
ความประหยัดของลำดวนช่วยให้ร้านค่อย ๆ อยู่ได้
เธอซื้อของพอขาย ไม่ตักตามใจจนต้นทุนหาย ไม่เอาเงินในกระป๋องไปใช้ก่อนจด และไม่ยอมเพิ่มหม้อแกงเพียงเพราะวันหนึ่งขายดี
ลูกค้าบางคนชอบเธอเพราะราคาไม่แพง บางคนไม่ชอบเพราะขอเพิ่มฟรีแล้วเธอไม่ให้
เธอเริ่มรับทำกับข้าวตามสั่งเป็นจำนวนมากในวันหยุด โดยให้ลูกค้าวางเงินบางส่วนก่อนซื้อของ
วันที่มีงาน ประเสริฐช่วยขนหม้อก่อนเข้าอู่ แล้วกลับมาล้างโต๊ะเมื่อเลิกงาน
เงินในสมุดเพิ่มขึ้นช้า ๆ
พวกเขามีตู้เย็นมือสอง ประเสริฐตรวจให้ก่อนซื้อ ลำดวนจ่ายแล้วลูบประตูอยู่หลายครั้ง
มาลีถามว่าต้องล้างมือก่อนเปิดไหม
เธอหัวเราะ
“ไม่ต้องขนาดนั้น”
วันแรกที่แช่น้ำจนเย็น เด็กทั้งสองถือแก้วไปอวดคนข้างห้องราวกับบ้านมีของวิเศษ
ลำดวนยืนดูแล้วรู้สึกภูมิใจ
เธอรู้ว่าทุกเหรียญที่ไม่ใช้มีส่วนทำให้เกิดวันนี้
ความรู้นั้นเองที่ทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าการห้ามซื้อเป็นวิธีดูแลคนในบ้าน
แม้บางครั้งคนที่ถูกดูแลจะเงียบลงทุกที
วันเกิดมาลีปีนั้นตรงกับวันที่ร้านมีคนสั่งอาหารมากเป็นพิเศษ
ลำดวนรู้ตั้งแต่เช้า ตั้งใจจะทำไข่เจียวใส่หมูให้ลูกตอนเย็น แต่เมื่อกลับถึงห้องก็พบว่าประเสริฐซื้อขนมเค้กชิ้นเล็กมาแล้ว
มีเทียนหนึ่งเล่มปักอยู่ตรงกลาง
เธอมองถุงขนมก่อนมองหน้าเขา
ประเสริฐชี้สมุดบนโต๊ะ
“ส่วนของผมครับ”
คำตอบนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนตนเป็นคนตรวจบัญชี แม้ตัวเองจะยังไม่ได้ถาม
มาลีนั่งอยู่ข้างน้อง ทั้งสองมองเทียนโดยไม่แตะขนม
“รอแม่อยู่” ประเสริฐบอก
ลำดวนวางของ ล้างมือ แล้วมานั่ง
เค้กเล็กเกินกว่าจะตัดแบ่งสี่ชิ้นสวย ๆ ประเสริฐจึงหยิบช้อนมาสี่คัน อนันต์ถามว่าเทียนกินได้ไหมจนทุกคนหัวเราะ
มาลีหลับตาอธิษฐาน
ลำดวนมองหน้าลูก
เธอสงสัยว่าลูกขออะไร อยากถาม แต่ประเสริฐยกนิ้วแตะปาก บอกว่าถ้าพูดออกมาเดี๋ยวไม่เป็นจริง
มาลีเป่าเทียน
เสียงปรบมือของอนันต์ดังเกินขนาดห้อง
พวกเขากินเค้กด้วยกัน คนละคำสองคำ ลำดวนตักตรงที่ไม่มีครีมมาก ส่วนมาลีเลือกดอกไม้สีชมพูเล็ก ๆ บนหน้าเค้ก
“อร่อยไหม” เธอถาม
ลูกสาวพยักหน้า
“หนูชอบค่ะ”
ลำดวนยิ้ม
แต่เมื่อเด็กหญิงยกช้อนลง เธอก็พูดตามความเคยชิน
“ไม่ต้องซื้อทุกปีนะ ของแบบนี้แพง”
มาลีมองขนม แล้วตอบเบา ๆ
“ค่ะ”
ความเงียบกินเวลาสั้นมาก อนันต์ถามอีกว่าจะเอาเทียนไปเก็บตรงไหน ประเสริฐจึงลุกหาถุงเล็กให้
ลำดวนไม่ได้คิดว่าตนทำอะไรเสียหาย
เธอเพียงเตือนไว้ เผื่อลูกคาดหวังมากเกินไป
หลายวันต่อมา เธอได้ยินมาลีเล่นขายของกับน้อง
เด็กหญิงหยิบฝาขวดวางเป็นขนมบนจาน
“อันนี้ฟรี ไม่ต้องซื้อทุกปี”
ลำดวนหยุดอยู่หน้าประตู
มาลีไม่รู้ว่าแม่ได้ยิน หัวเราะเมื่ออนันต์ทำท่ากินฝาขวด แล้วรีบห้ามว่าเล่นเฉย ๆ ห้ามเอาเข้าปาก
เธอยืนฟังจนทั้งสองเปลี่ยนไปเล่นอย่างอื่น
จากนั้นจึงเดินเข้าไปเก็บผ้าที่ตากไว้ โดยไม่ได้พูดอะไร
เย็นวันนั้นในปัจจุบัน ธันวาถ่ายหน้าสมุดส่งให้แม่ตามที่รับปาก
เขาเขียนกำกับไว้ว่าเป็นยอดที่รวบรวมได้ ยังต้องตรวจบางส่วนกับกฤตตอนสองทุ่ม
มาลีตอบมาหลังจากนั้นไม่นาน
แม่เห็นแล้ว กลับถึงห้องจะโทรนะ
เขาวางโทรศัพท์ ยกจานไปล้าง
ยายกำลังเก็บอาหารที่เหลือใส่กล่อง เขาหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะโดยไม่ต้องรอให้บอก
“ตอนเด็กแม่คงไม่ค่อยขออะไร”
ลำดวนปิดฝากล่องไม่สนิท ต้องเปิดแล้วกดใหม่
“หลัง ๆ ก็ไม่ค่อยขอ”
“ยายคงคิดว่าแม่เข้าใจ”
หญิงชราพยักหน้า
“ใช่ ยายคิดว่าลีรู้เรื่อง”
เธอยกกล่องไปใส่ตู้เย็น
“จริง ๆ บางเรื่องยายยังไม่รู้เลย”
ธันวารอ แต่ยายไม่ได้พูดต่อ
เขามองโทรศัพท์อีกครั้ง ก่อนเปิดสมุดทบทวนรายการที่จะคุยกับกฤต
ความเงียบในบ้านคืนนี้มีงานให้ทำอยู่ข้างใน
หลังวันเกิดมาลีไม่นาน ประเสริฐกลับมาพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง
เขาวางไว้บนโต๊ะก่อนถอดรองเท้า
ลำดวนอ่านชื่อถนน ตัวเลขราคา และภาพบ้านแถวชั้นเดียวเล็ก ๆ ที่พิมพ์ไว้ตรงมุม
“ใครให้มา”
“ลูกค้าที่อู่ เขารู้จักคนขาย บ้านยังว่างอยู่”
เธอนั่งลงทันที
ประเสริฐบอกว่าไปถามรายละเอียดมาแล้ว ทั้งเงินก้อนแรกและจำนวนที่ต้องจ่ายต่อ แต่ยังไม่ได้รับปากอะไร
ลำดวนหยิบสมุดเงินเก็บ
มาลีเดินมาดู ชะโงกหน้าผ่านแขนแม่
“บ้านของเราหรือคะ”
“ยัง” ลำดวนตอบ “ดูอยู่”
อนันต์ถามว่าจอดรถของเล่นได้ไหม ประเสริฐบอกว่าต้องไปเห็นก่อน ทุกคนจึงหัวเราะ ยกเว้นลำดวนที่กำลังรวมเงิน
ยอดที่มีพอสำหรับเงินก้อนแรก หากดึงเงินจากหลายส่วนมารวมกัน
แต่หลังจากนั้นเงินสำรองจะเหลือน้อย
เธอคำนวณใหม่ ลองลดค่าใช้จ่ายรายเดือนลงทีละรายการ
ประเสริฐเลื่อนเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ
“อย่าเพิ่งนับว่าทุกเดือนจะขายได้เท่าเดือนนี้นะครับ”
ลำดวนชะงัก
เธอรู้หลักนั้นดี เป็นเรื่องเดียวกับที่เจ๊เพ็ญเคยสอน และเรื่องที่เธอเตือนคนอื่นอยู่เสมอ
แต่พอคำว่าบ้านอยู่ตรงหน้า เธอกลับอยากให้ตัวเลขทุกบรรทัดช่วยพาไปถึงมัน
มาลียืนมองอยู่อีกครู่ ก่อนกลับไปทำการบ้าน
ภาพบ้านที่ลูกวาดยังติดบนผนัง กระดาษเริ่มงอตรงมุม มีคนสี่คนยืนยิ้มอยู่ข้างหม้อใบใหญ่
ลำดวนมองภาพนั้น แล้วมองกระดาษในมือ
“วันหยุดไปดูกันไหม”
ประเสริฐพยักหน้า
จากนั้นเธอเรียกลูกทั้งสองคนมา
“ไปดูบ้านกัน แต่ยังไม่ได้ซื้อ อย่าเพิ่งไปบอกใคร”
อนันต์ดีใจจนวิ่งเอารถของเล่นมาเลือกว่าคันไหนจะพาไปด้วย
มาลียิ้มเล็กน้อย แล้วถามเรื่องหนึ่งที่ลำดวนไม่คิดว่าจะได้ยิน
“ถ้าซื้อบ้านแล้ว หนูยังไปทัศนศึกษากับโรงเรียนได้ไหมคะ”
ลำดวนมองลูก
ในสมุดของเธอมีเงินซื้อบ้าน ค่ากิน ค่าเช่า เงินส่งแม่ และเงินสำรอง
รายการที่ครูแจ้งมาเมื่อสัปดาห์ก่อนยังไม่ได้ถูกเขียนลงไป
เธอเคยบอกมาลีว่าไว้ก่อน
เด็กหญิงจำคำตอบนั้นได้ และยังรออยู่
ลำดวนวางดินสอ
บ้านที่เธออยากซื้อมีประตู หน้าต่าง และหลังคา
แต่ข้างในจะมีลูกสาวคนนี้อยู่ด้วย
และคืนนี้เธอยังไม่รู้ว่าจะตอบลูกอย่างไร
© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต
ความคิดเห็น
0