Kamelessia Stories
ปก เสียงกระซิบของใครบางคน จากร่องรอยที่หายไปกลับไปที่นิยายเสียงกระซิบของใครบางคน จากร่องรอยที่หายไป
ตอนที่ 5

แฟ้มข้อมูลปริศนา

ลลินอ่านลายเซ็นบนเอกสารซ้ำเป็นครั้งที่สาม

ศศิ เวชบันทึก

หมึกซีดลงตามอายุของกระดาษ แต่ลายเซ็นยังชัดเจน เส้นแรกหนักแน่น ส่วนเส้นสุดท้ายตวัดขึ้นอย่างเป็นระเบียบ

เธอเห็นลายมือนี้อยู่ท้ายรายงานมาตลอดหกปี ไม่มีทางจำผิด

อคินยังยืนเฝ้าลานด้านหลังสถานีกรองเก่า รถขนผลึกหายขึ้นไปตามทางลาดแล้ว แต่เวรยามสองจุดยังอยู่ที่เดิม

“คุณรู้จักลายเซ็นหรือ” เขาถาม

“เป็นของศศิ”

“หัวหน้าของคุณ”

“ใช่”

“คนเดียวกับที่กำลังเรียกตัวคุณกลับหอ”

ลลินไม่ตอบ เธออ่านหัวข้อบนเอกสารอีกครั้ง

อนุมัติแบบรางสำรองและส่วนคัดแยก

เอกสารพิสูจน์ได้เพียงว่าศศิเคยอนุมัติระบบนี้ ไม่ได้บอกว่าเธอรู้ว่าระบบถูกนำไปใช้อย่างไร และไม่ได้พิสูจน์ว่าเธอเกี่ยวข้องกับการตายของมิรา

ลลินเปิดสมุดและคัดข้อความตามที่เห็นทุกคำ จากนั้นวาดตำแหน่งของหมุดทองแดงทั้งสี่มุม รวมถึงรอยพับ รอยเปื้อน และเลขทะเบียนเอกสารตรงขอบล่าง

“ไม่เอาต้นฉบับไปหรือ” อคินถาม

“ถ้าดึงออก หมุดจะทิ้งรอยใหม่ เจ้าหน้าที่จะรู้ทันทีว่ามีคนพบเอกสาร”

“พวกเขาก็รู้แล้วว่ามีคนเปิดวาล์วหมายเลขสิบเจ็ด”

“แต่ยังไม่รู้ว่าเราเห็นอะไรอยู่ข้างใน”

ลลินตรวจสำเนาอีกครั้ง แล้วปิดฝากล่องควบคุมกลับเข้าที่ อคินหมุนสลักตามลำดับเดิมจนมองไม่ออกว่าฝาเคยถูกเปิด

เสียงระฆังเตือนดังมาจากประตูด้านลาน เวรยามคนหนึ่งกำลังเดินตรวจรอบอาคาร

“ต้องไปแล้ว” อคินบอก

ทั้งคู่ถอยกลับไปตามชายคา อคินเลือกทางที่หลบสายตาจากลาน แล้วพาลลินลงบันไดช่างด้านหลังร้านย้อมผ้า

เมื่อเท้าแตะพื้น ลลินหยิบสมุดขึ้นมาตรวจเวลาอีกครั้ง การสัมผัสน้ำในช่องบำรุงรักษายังไม่ถึงสิบนาที เธอจึงไม่ควรได้รับผลจากฝนธรรมดา

แต่เธอเขียนชื่อศศิไว้บนหน้ากระดาษอยู่ดี

“กลัวลืมหรือ” อคินถาม

“กลัวจำผิด”

“ต่างกันตรงไหน”

“ถ้าลืม ฉันรู้ว่าข้อมูลหายไป แต่ถ้าจำผิด ฉันอาจเชื่อว่าข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงเป็นความจริง”

อคินมองเธอครู่หนึ่ง “เพราะอย่างนั้นคุณถึงยังไม่กล่าวหาศศิ”

“เพราะลายเซ็นหนึ่งชื่อยังไม่พอ”

“ถ้าเป็นชื่อคนอื่น คุณจะระวังคำตัดสินเท่านี้หรือ”

คำถามนั้นทำให้ลลินหยุดเดิน

เธออยากตอบว่าเธอใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน แต่ภาพของศศิซึ่งยืนสอนเธอจับเข็มผลึกครั้งแรกกลับปรากฏขึ้นในความคิด

ลลินเก็บสมุด “ฉันจะถามเธอโดยตรง”

“แล้วถ้าเธอยึดหลักฐานทั้งหมด”

“ต้นฉบับยังอยู่กับคุณ”

อคินแตะห่อผ้าน้ำมันใต้เสื้อ “นั่นไม่ใช่คำตอบว่าผมควรไว้ใจเธอ”

“ฉันไม่ได้ขอให้คุณไว้ใจศศิ”

“คุณกำลังขอให้ผมไว้ใจการตัดสินใจของคุณ”

“เหมือนที่ฉันไว้ใจคุณบนหลังคา”

อคินเงียบไป

เสียงระฆังจากหอกลางดังบอกเวลาเที่ยง ลลินคิดถึงรินซึ่งถูกยึดตรา และนึกถึงหมายเรียกที่เจ้าหน้าที่กำลังใช้ตามหาเธอ

“เรากลับโรงพิมพ์ไม่ได้แล้ว” เธอบอก “เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูอยู่”

“ผมมีที่ซ่อนของ”

“ไม่ ฉันต้องกลับหอ”

“เพื่อไปหาคนที่ลงชื่อในเอกสารลับหรือ”

“เพื่อดูว่าเธอจะตอบอย่างไรเมื่อฉันถามถึงมัน”

อคินส่ายหน้าเล็กน้อย “คนที่สร้างระบบลบความทรงจำคงไม่กลัวคำถาม”

“แต่คนที่ยังต้องปกปิดบางอย่างจะระวังคำตอบ”

ลลินฉีกหน้าที่คัดลอกเอกสารออกจากสมุด พับครึ่ง แล้วส่งให้อคิน

“เก็บไว้กับสำเนาหลักฐาน”

“แล้วคุณล่ะ”

“ฉันจำเลขทะเบียนเอกสารได้”

“เมื่อครู่คุณเพิ่งบอกว่ากลัวจำผิด”

ลลินเปิดแขนเสื้อให้ดู ตัวเลขเดียวกันถูกเขียนไว้ด้านในด้วยหมึกกันน้ำ

อคินรับกระดาษไป “บางครั้งคุณก็ทำตัวเหมือนคนที่ไม่ไว้ใจแม้แต่ตัวเอง”

“นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันยังทำงานนี้ได้”

ทางเข้าหอจดหมายเหตุกลางมีเจ้าหน้าที่สภายืนอยู่สี่คน

ลลินส่งสัญญาณให้อคินหยุดอยู่หลังร้านทำกรอบผลึก

“คุณเข้าไปไม่ได้” เธอบอก

“เพราะไม่มีชื่อในทะเบียน”

“เพราะเจ้าหน้าที่เห็นคุณที่สถานีสี่แล้ว”

“สองอย่างนั้นทำให้ชีวิตผมลำบากพอกัน”

“รออยู่ที่นี่ ถ้าฉันไม่กลับมาภายในหนึ่งชั่วโมง—”

“ผมจะไม่เข้าไปช่วย”

ลลินมองเขา

อคินถอนหายใจ “ผมจะหาทางเข้าเอง แต่จะไม่ใช้ประตูหน้า”

“อย่าแตะหลักฐานในหอ”

“คำขอนั้นกว้างเกินไป”

“อย่าแตะสิ่งใดจนกว่าฉันจะเห็น”

“นั่นฟังเหมือนคำสั่งของหออีกแล้ว”

“ถือว่าเป็นคำขอจากคนที่เชื่อคุณสองครั้งในวันเดียว”

อคินยอมพยักหน้า

ลลินเดินออกจากตรอกและตรงไปยังประตูหน้า เจ้าหน้าที่สภาคนหนึ่งยกมือขวาง

“ลลิน อัครเมฆ?”

“ใช่”

“หัวหน้าศศิรอคุณอยู่”

เขาไม่ได้ถามหาอุปกรณ์หรือหลักฐาน แสดงว่าศศิออกคำสั่งให้พาตัวเธอเข้าไปโดยตรง

ลลินถูกนำขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานชั้นห้า ประตูเปิดอยู่ ศศินั่งหลังโต๊ะยาว รายงานหลายฉบับวางเรียงเป็นระเบียบตรงหน้า

รินยืนอยู่ข้างผนัง เธอไม่มีตราประจำตำแหน่งติดอยู่ที่ข้อมือแล้ว

ลลินมองมือเปล่าของเด็กสาว ก่อนหันไปหาศศิ

“ขอคุยตามลำพังค่ะ”

“รินอยู่ในเหตุการณ์และลงชื่อรับหมายเรียก” ศศิตอบ “เธอมีสิทธิ์ฟังสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตนเอง”

น้ำเสียงของศศิยังสุภาพและควบคุมได้เหมือนเดิม มีเพียงมือขวาที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ

“เจ้าหน้าที่บอกว่าคุณออกจากสถานีโดยไม่ส่งคืนกล่องเครื่องมือ” ศศิกล่าว “คุณยังปฏิเสธว่ามีหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งที่มีพยานเห็นชิ้นส่วนโลหะในถาด”

“ชิ้นส่วนถูกทำตกก่อนตรวจรับ”

“คุณเห็นว่าใครเก็บไปหรือไม่”

ลลินไม่ตอบ

ศศิมองเธอ “ความเงียบไม่ใช่คำให้การที่เป็นกลาง”

“คำสั่งยึดหลักฐานไม่ได้เป็นกลางเช่นกันค่ะ”

รินมองสลับระหว่างทั้งสองคน แต่ไม่พูด

ลลินวางสมุดลงบนโต๊ะและเปิดหน้าที่บันทึกตำแหน่งท่อลับ

“ฉันพบรางที่ไม่มีอยู่ในแผน เชื่อมจากคลองล่าง ผ่านสถานีกรองเก่า ไปยังเขตมั่งคั่ง”

ดวงตาของศศิหยุดอยู่ที่ภาพวาดเพียงครู่เดียว

สั้นมาก แต่ลลินเห็น

“คุณเข้าไปในสถานีกรองเก่าหรือ” ศศิถาม

“ฉันตรวจกล่องควบคุมด้านนอก”

“ใครพาคุณไป”

“คำถามนั้นไม่เปลี่ยนสิ่งที่ฉันพบ”

“แต่เปลี่ยนความน่าเชื่อถือของเส้นทางหลักฐาน”

ลลินดึงกระดาษอีกแผ่นออกมา บนนั้นมีหมายเลขทะเบียนของเอกสารอนุมัติ

“เลขนี้เป็นเอกสารอะไรคะ”

ศศิไม่แตะกระดาษ “คุณเห็นที่ไหน”

“กรุณาตอบคำถามก่อนค่ะ”

ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคน

ลลินเคยใช้ความเงียบแบบนี้กับพยาน เธอไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องใช้กับครูของตัวเอง

ศศิอ่านหมายเลขอีกครั้ง “แบบรางสำรอง”

“และส่วนคัดแยก”

“ใช่”

รินสูดลมหายใจเบา ๆ

ลลินถามต่อ “คุณลงชื่ออนุมัติหรือไม่”

ศศิมองเธอตรง ๆ “ใช่”

คำตอบชัดเจนเกินกว่าจะหลีกเลี่ยง

“ระบบนั้นมีไว้ทำอะไร”

“รับน้ำส่วนเกินและแยกผลึกที่ปนเปื้อนก่อนส่งกำจัด”

“แต่ผลึกที่ออกจากสถานีเป็นผลึกคุณภาพสูง และถูกส่งไปยังเขตมั่งคั่ง”

“คุณเปิดลังตรวจหรือยัง”

“ยัง”

“ถ้าอย่างนั้นคุณยืนยันได้เพียงว่ารถใช้ตราเดียวกับใบส่ง ไม่ใช่ว่าของในลังเป็นผลึกชนิดเดียวกัน”

“มาตรวัดยังทำงาน รหัสในกล่องควบคุมตรงกับใบส่ง น—17 และบัญชีเบิกเกินแผนห้ารายการ”

ศศิหันไปมองริน “เธอคัดบัญชีออกจากหอหรือ”

รินก้มหน้า แต่ตอบชัดเจน “ค่ะ”

“โดยไม่ได้รับอนุญาต”

“ฉันลงชื่อในสำเนาค่ะ ไม่ได้ซ่อนว่าเป็นคนทำ”

ศศิหลับตาเพียงครู่ ก่อนหันกลับมาหาลลิน

“หยุดสืบเรื่องนี้”

“เพราะอะไร”

“เพราะหลักฐานที่คุณมีอยู่ยังไม่พอ แต่เพียงพอที่จะทำให้คนซึ่งถือมันตกอยู่ในอันตราย”

“รวมถึงคุณหรือคะ”

มือขวาของศศิขยับอยู่ใต้แขนเสื้อ

“ลิน” เธอเรียกด้วยชื่อที่ใช้เฉพาะเวลาคุยกันตามลำพัง “บางระบบถูกสร้างขึ้นในช่วงที่เมืองกำลังจะล่มสลาย คนที่ลงชื่อในอดีตอาจไม่ได้รู้ว่าระบบจะถูกใช้แบบใดในวันนี้”

“คนคนนั้นคือคุณหรือคะ”

ศศิกลับมาใช้สีหน้าเรียบสงบ “ฉันกำลังบอกว่าลายเซ็นไม่ใช่คำสารภาพ”

“ฉันยังไม่ได้กล่าวหาว่าเป็นคำสารภาพ”

“แต่คุณมาที่นี่เพราะต้องการให้ฉันปฏิเสธ”

ลลินรู้ว่าศศิพูดถูก เธออยากได้คำตอบง่าย ๆ ว่าลายเซ็นนั้นเป็นของปลอม หรือศศิไม่เคยเห็นเอกสารฉบับนั้น

แต่ศศิยอมรับว่าเคยลงชื่อ

“มิราพบอะไร” ลลินถาม

ศศิไม่ตอบ

“คุณรู้จักเธอหรือไม่”

“หยุดถามตอนที่ยังหยุดได้”

“นี่เป็นคำสั่งจากหัวหน้าหอ หรือคำเตือนจากคนที่เคยลงชื่อในระบบนั้น”

ศศิลุกขึ้นช้า ๆ “ทั้งสองอย่าง”

เธอเดินไปยังตู้ด้านหลังโต๊ะ หยิบตราชั่วคราวออกมาวางตรงหน้าริน

“สิทธิ์เข้าคลังของเธอถูกระงับจนกว่าสภาจะตรวจเสร็จ แต่เธอยังอยู่ในหอได้ในฐานะพยาน ห้ามแตะเอกสาร ห้ามใช้ผลึกค้นทะเบียน และห้ามออกทางประตูหลัง”

“แล้วพี่ลลินล่ะคะ” รินถาม

“ลลินต้องส่งกล่องเครื่องมือและอยู่รอสอบคำให้การ”

ลลินปิดสมุด “ถ้าฉันปฏิเสธ”

ศศิมองเธอด้วยสายตาที่ไม่มีคำตอบง่าย ๆ อยู่ในนั้น

“เจ้าหน้าที่สภาจะเป็นคนตัดสินว่าจะพาคุณไปที่ไหน”

เสียงรองเท้าดังขึ้นนอกห้อง มีคนอย่างน้อยสองคนกำลังเดินเข้ามา

ศศิขยับตัวบังมุมมองจากประตู แล้วใช้มือซ้ายแตะสันแฟ้มสีเทาบนโต๊ะ

เพียงครั้งเดียว

แฟ้มสีเทาเป็นรหัสของคลังสำรอง นักซ่อมในหอใช้สีนี้กับเอกสารที่ทะเบียนกลางอ่านไม่ได้หรือเอกสารที่รอการตรวจซ้ำ

ลลินมองมือของศศิ

การแตะแฟ้มอาจเป็นเพียงความเคยชิน หรืออาจเป็นคำเตือน

เธอไม่ถาม เพราะเจ้าหน้าที่มาถึงประตูแล้ว

“นักซ่อมลลิน” เจ้าหน้าที่คนเดิมจากโรงพิมพ์พูด “ส่งกล่องเครื่องมือ”

ลลินวางกล่องลงบนโต๊ะ

“เปิด”

เธอปลดสลัก ฝาด้านในมีผลึกเสียงจากกระดิ่ง สำเนาบัญชี และกระดาษถูรหัสแผ่นทองแดง

ช่องเก็บหลักฐานต้นฉบับว่างเปล่า

เจ้าหน้าที่หยิบสำเนาออกมาตรวจทีละชิ้น

“สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในบัญชีคดี”

“เพราะสภายึดบัญชีคดีไปก่อนตรวจเสร็จ”

“คุณกำลังกล่าวหาว่าสภาขัดขวางการสอบสวนหรือ”

“ฉันกำลังบันทึกลำดับเหตุการณ์”

เจ้าหน้าที่ปิดกล่อง “คุณต้องอยู่ในห้องนี้จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่”

ขณะที่เขาหันไปคุยกับศศิ รินขยับเข้ามาใกล้ลลินและพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“ประตูส่งเอกสารด้านหลังยังไม่ถูกเฝ้าค่ะ”

ลลินไม่หันไปมองเธอ

รินพูดต่อ “ฉันเอาสำเนาอีกชุดซ่อนไว้ใต้แท่นพิมพ์”

เสียงเจ้าหน้าที่หยุดลง รินจึงถอยกลับไปยืนที่เดิม

ศศิสบตาลลินเพียงครู่ ก่อนพูดกับเจ้าหน้าที่ว่า “ฉันจะเป็นผู้สอบคำให้การเอง เตรียมห้องผลึกชั้นสอง”

เจ้าหน้าที่ทั้งสองพยักหน้าและออกไป

ทันทีที่เสียงฝีเท้าห่างออก ศศิหันหลังให้ลลินแล้วเปิดหน้าต่างด้านตะวันตก

“ลมแรงค่ะ” รินพูด

“ฉันรู้”

หน้าต่างนั้นอยู่เหนือหลังคาคลังสำรองพอดี

ลลินมองศศิเป็นครั้งสุดท้าย “คุณกำลังช่วยฉันหรือกำลังทดสอบว่าฉันจะทำอะไร”

ศศิไม่หันกลับมา “ถ้าคุณต้องถาม แปลว่ายังไม่มีหลักฐานพอจะตอบ”

ลลินปีนออกทางหน้าต่าง

อคินรออยู่บนหลังคาคลังสำรอง

“คุณบอกให้รอหลังร้านทำกรอบผลึก” ลลินว่า

“ผมรออยู่สามนาที แล้วเห็นเจ้าหน้าที่ปิดตรอก”

เขายื่นห่อผ้าน้ำมันให้ แผ่นทองแดง ใบส่ง และสำเนาที่ลลินฝากไว้ยังอยู่ครบ

รินปีนตามออกมาเป็นคนสุดท้าย เธอปิดหน้าต่างโดยไม่ลงกลอน เพื่อไม่ให้เกิดเสียง

“คลังสำรองอยู่ข้างล่าง” เธอบอก “แต่สิทธิ์ฉันถูกระงับแล้ว”

“ของฉันยังไม่ถูกระงับ” ลลินตอบ

“ยังไม่มีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร” รินว่า “แต่เจ้าหน้าที่คงแจ้งระบบแล้ว”

อคินมองช่องระบายอากาศบนหลังคา “เข้าไปทางนั้นได้ไหม”

ลลินตรวจขนาดช่อง “ได้ แต่ห้ามแตะอะไรจนกว่าจะบันทึกตำแหน่ง”

“ผมเริ่มคิดถึงตอนที่คุณขอความร่วมมือดี ๆ”

“ฉันยังไม่เคยขอ”

อคินเปิดตะแกรงระบายอากาศ

ทั้งสามคนลงไปในทางเดินแคบหลังชั้นแฟ้ม คลังสำรองมืดกว่าคลังหลัก มีเพียงแสงจากผลึกเฝ้าระวังตามมุมห้อง ชั้นเอกสารสูงเกือบถึงเพดาน และแต่ละแถวติดป้ายด้วยรหัสแทนชื่อ

ลลินเดินตรงไปยังส่วนเอกสารตรวจซ้ำ เธอใช้หมายเลขจากแผ่นข้อความค้นบัญชีรับเอกสารเมื่อสามสัปดาห์ก่อน

รินช่วยไล่วันที่ ส่วนอคินเฝ้าทางเดิน

“พบแล้วค่ะ” รินกระซิบ

รายการระบุว่า มิรา ธารกิจ เจ้าหน้าที่สำรวจราง ยื่นใบแจ้งความผิดปกติของรางน้ำต่อหอจดหมายเหตุ

ชื่อของมิรายังอยู่บนกระดาษ เพราะเอกสารแผ่นนี้ไม่ได้เชื่อมกับทะเบียนกลาง

ข้างรายการมีชื่อผู้ตรวจเบื้องต้น

ลลิน อัครเมฆ

ลลินจำเหตุการณ์นั้นไม่ได้

เธอเปิดช่องแฟ้มตามหมายเลข ในนั้นมีชุดใบแจ้งรางน้ำ แต่สำเนากระดาษคาร์บอนหายไปหนึ่งแผ่น

“มีคนเอาออกไป” รินว่า

“หรือผู้ยื่นเก็บสำเนาของตนไว้ตั้งแต่ต้น”

ลลินหยิบแผ่นรองในแฟ้มออกมาโดยจับเฉพาะขอบ แล้ววางใต้แสงเฉียง รอยกดจากกระดาษแผ่นที่หายไปยังติดอยู่บนผิว

มีข้อความสั้น ๆ ในลายมือของลลิน

ตรวจสถานี 4 — เทียบรางตะวันตก —

ท้ายประโยคมีขีดสั้นสองครั้ง

เครื่องหมายเดียวกับข้อความที่ฝนเปิดเผยในตอนพบศพ

ลลินวางกระดาษลอกลายบนรอยกด แล้วเทียบกับภาพร่างของริน ตัว ถ ตัว ม และขีดคู่ตรงกัน

“มิรามีตัวอย่างลายมือของพี่” รินพูด

“และมีตัวอย่างจากเอกสารจริงมากพอจะสร้างแม่แบบ”

“แปลว่าเธอเป็นคนทำข้อความนั้น”

“ยังยืนยันได้เพียงว่าเธอมีเครื่องมือและตัวอย่าง”

อคินเดินเข้ามาดู “เธอรู้ว่าจะถูกลบชื่อ จึงไม่ใช้ลายมือตัวเอง”

ลลินมองเขา “นั่นเป็นข้อสันนิษฐาน”

“แต่เป็นข้อสันนิษฐานที่อธิบายว่าทำไมเธอเลือกมือคุณ”

ลลินตรวจช่องเก็บแบบฟอร์มอีกครั้ง ใต้แผ่นรองมีกระดาษฉลากเก่าติดอยู่ คราบกาวสีขาวชนิดเดียวกับที่เธอพบตรงหมุดของแผ่นข้อความ

ตอนนี้มีหลักฐานสองแหล่งแล้ว

รอยกดจากลายมือของเธอ และสารเคลือบฉลากที่ใช้ซ่อนหมึก

มิราไม่ได้เขียนข้อความข้ามเวลา และไม่มีใครสร้างความทรงจำขึ้นจากศูนย์ เธอใช้วัสดุธรรมดา ลอกลายมือจากเอกสารจริง เขียนข้อความด้วยหมึกกันน้ำ แล้วเคลือบทับด้วยสารที่ละลายเมื่อโดนฝน

ข้อความปรากฏขึ้นเพราะฝนชะชั้นเคลือบออก

“เธอเตรียมทางไว้ให้เราตาม” รินพูด

“ให้คนที่ตรวจพบร่องรอยตาม” ลลินแก้ “เธอไม่อาจรู้ได้ว่าเราจะเข้าใจทั้งหมด”

เสียงอคินดังมาจากชั้นแฟ้มด้านใน

“มาดูนี่”

เขายืนอยู่หน้าช่องเก็บเอกสารบุคคลที่ไม่สามารถเชื่อมกับทะเบียน ป้ายด้านบนเขียนว่า ข้อมูลไม่มีตัวระบุ

ภายในไม่ได้มีเพียงแฟ้มสองหรือสามเล่ม แต่มีแฟ้มหลายสิบแถว

ทุกแฟ้มเป็นของคนที่ระบบค้นไม่พบ

บางแฟ้มมีรูป บางแฟ้มมีรอยนิ้วมือ บางแฟ้มมีบันทึกจากโรงพยาบาลหรือบัญชีที่พัก แต่ไม่มีแฟ้มใดเชื่อมกับชื่อในทะเบียนกลางได้

รินหยิบสมุดขึ้นมาจดจำนวน “นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดรายบุคคล”

ลลินอ่านรหัสบนสันแฟ้ม หลายชุดใช้รูปแบบเดียวกับหมายเลขโครงการบนเอกสารที่ศศิลงชื่อ

เธอไล่หาตามวันที่จนพบช่องหนึ่งซึ่งควรเป็นแฟ้มของมิรา

แต่ข้างในกลับมีงบซ่อมคลอง

เอกสารระบุค่าเปลี่ยนอิฐ ค่าซ่อมราง และค่าจ้างคนงาน ตัวเลขดูเป็นงานทั่วไป แต่หมายเลขแฟ้มตรงกับใบแจ้งรางน้ำของมิรา

“แฟ้มถูกเขียนทับ” ลลินพูด

รินเปิดหน้าต่อไป “ไม่ใช่แค่เปลี่ยนป้าย เนื้อหาใหม่ถูกใส่แทนทั้งหมด”

อคินหยิบกระดิ่งออกมา เขาไม่สั่น เพียงวางไว้ใกล้สัญลักษณ์เล็ก ๆ บนมุมแฟ้มข้างเคียง

สัญลักษณ์เป็นเส้นครึ่งวงกลมล้อมจุดสามจุด

ลายเดียวกับรอยสลักใต้ฐานกระดิ่งของเขา

“เครื่องหมายครอบครัวผม” เขาพูด

ลลินตรวจแฟ้มโดยไม่ดึงออกจากชั้น “แฟ้มนี้มีอายุสิบแปดปี”

อคินมองสันแฟ้มที่ไม่มีชื่อ

เขาไม่พูดต่อ แต่กำกระดิ่งแน่นขึ้น

ลลินหันไปยังส่วนบัญชีพลังงาน รหัส น—17 ปรากฏในใบส่งหลายฉบับ ยอดผลึกคุณภาพสูงที่ส่งออกมากกว่ายอดที่หอรายงานว่าได้รับ ส่วนต่างถูกบันทึกเป็นผลึกชำรุดจากงานระบายน้ำ

“มีผลึกออกจากระบบมากกว่าที่เข้าสู่บัญชีหอ” รินว่า

“และผลึกที่ถูกเรียกว่าชำรุดถูกส่งไปยังเขตมั่งคั่ง” ลลินตอบ

“แปลว่าพวกเขาขโมยผลึกหรือ”

“เรายืนยันได้เพียงว่ายอดไม่ตรงกัน ยังไม่รู้ว่าผลึกมาจากไหน หรือถูกนำไปทำอะไร”

เสียงกลไกดังขึ้นเหนือประตูคลัง

แสงจากผลึกเฝ้าระวังเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีแดง

รินเงยหน้าขึ้น “ระบบตรวจพบสิทธิ์ถูกระงับ”

ประตูเหล็กทุกบานเริ่มเลื่อนปิด

ลลินรีบเก็บกระดาษลอกลาย สำเนารอยกด และตัวเลขบัญชีลงในซองเคลือบ เธอไม่แตะต้องแฟ้มต้นฉบับ

อคินวิ่งไปที่ช่องระบายอากาศ แต่แผ่นปิดด้านบนเลื่อนเข้าที่แล้ว

เสียงประกาศดังจากผลึกเหนือประตู

“ตรวจพบการเข้าถึงเอกสารโดยไม่ได้รับอนุญาต”

กลอนชั้นแรกล็อก

“ตรวจพบการแก้ไขแฟ้มบุคคล”

กลอนชั้นที่สองล็อก

รินหน้าซีด “เราไม่ได้แก้ไขอะไร”

ลลินมองแฟ้มของมิราซึ่งถูกแทนที่ด้วยงบซ่อมคลอง แล้วหันไปดูผลึกเฝ้าระวัง

ระบบไม่ได้กล่าวหาว่าพวกเธอบุกรุกเท่านั้น

มันกำลังบันทึกว่าพวกเธอเป็นผู้แก้ไขแฟ้ม

เสียงประกาศดังขึ้นอีกครั้ง

“ลลิน อัครเมฆ ถูกระบุเป็นผู้สร้างบันทึกปลอม”

จากอีกด้านของประตู เสียงรองเท้าของเจ้าหน้าที่หลายคนกำลังใกล้เข้ามา

ลลินปิดซองหลักฐานและส่งให้อคิน

“เก็บไว้กับต้นฉบับ”

“แล้วคุณล่ะ”

เธอมองประตูเหล็กซึ่งกำลังถูกปลดจากด้านนอก

“ฉันจะอยู่ให้พวกเขาเห็นว่า คนที่ถูกกล่าวหาว่าปลอมบันทึกยังจำได้ว่าแฟ้มจริงเคยอยู่ตรงไหน”

ความคิดเห็น

0
เขียนความคิดเห็น…
ยังไม่มีความคิดเห็น

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต