กลับบ้านมือเปล่า
ลำดวนแบ่งเงินบนเสื่อเป็นสามกอง
กองแรกเป็นค่าห้องกับค่ากิน กองที่สองเป็นเงินที่จะส่งให้แม่ ส่วนกองสุดท้ายเป็นเงินที่ชัยเพิ่งคืนมา
เธอเอากองสุดท้ายใส่ซอง แล้วหยิบออกมานับใหม่
พิณนอนหันหลังอยู่ข้าง ๆ แต่ยังไม่หลับ
“นับรอบที่สี่แล้ว ดวน”
“เธอนับด้วยหรือ”
“เปล่า ฉันฟังเสียงถอนหายใจ”
ลำดวนวางเงินลง เสียงพัดลมเก่าครางอยู่เหนือหัว ทุกครั้งที่มันหันมาทางเสื่อ มุมกระดาษราคาจักรจะยกขึ้นเหมือนกำลังจะปลิว เธอเอาสมุดทับไว้
“ถ้าฉันไม่ให้ เขาก็ไม่มีเงินเอาของไปส่ง”
พิณพลิกตัวมองเพื่อน
“เขาบอกว่าหาทางอื่นได้”
“แต่ถ้าหาไม่ได้ล่ะ”
“แล้วถ้าเธอให้ไป เขาก็ยังคืนไม่ได้ล่ะ”
ลำดวนก้มหน้าลูบขอบซอง
เธอคิดถึงชัยที่นั่งบนขั้นบันได มือทั้งสองประสานกันระหว่างเข่า เขาดูเหนื่อย ไม่เหมือนคนที่เคยยืนชี้ห้องแถวว่างแล้วพูดถึงป้ายร้านของตัวเอง
เธอไม่อยากเป็นอีกคนที่ทำให้เขารู้สึกว่าทุกประตูปิดลงแล้ว
แต่เมื่อคิดถึงเงินในซอง ความรู้สึกอีกอย่างก็แทรกขึ้นมา
เธออยากได้เงินเก่าคืน
อยากได้มากเสียจนเริ่มยอมเชื่อว่าการปล่อยเงินใหม่ออกไปเป็นทางเดียวที่จะพาเงินเก่ากลับมา
“ฉันจะไม่แตะเงินส่งแม่” เธอพูด
พิณถอนหายใจเบา ๆ
“อันนี้ดี แต่เธอไม่ต้องพูดให้ฉันยอมก็ได้ เงินเธอ”
คำตอบนั้นทำให้ลำดวนเงยหน้า
“โกรธหรือ”
“ห่วงจนไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว”
พิณดึงผ้าห่มขึ้นคลุมท้อง ก่อนพูดต่อ
“ถ้าจะให้ ก็เขียนเพิ่ม อย่าเอาแต่ยอดเงิน เขียนด้วยว่าเขาเอาไปทำอะไร”
ลำดวนพยักหน้า
เช้าวันถัดมา เธอส่งเงินให้ชัยเฉพาะส่วนที่ได้คืนแล้ว ขอให้เขาจดชื่อร้านและวันที่จะรับเงินลงในกระดาษ
เขาทำตามทุกอย่าง
แล้วจับมือเธอไว้ครู่หนึ่ง
“ครั้งนี้เสร็จแล้ว ผมจะคืนให้ดวนก่อนเลย”
ลำดวนมองมือที่หุ้มมือของตัวเอง
เธออยากถามว่า ก่อนใคร
แต่ตอนนั้นเธอเลือกพยักหน้า
งานรอบใหม่มีของจริง มีรถมารับจริง และมีชื่อร้านอยู่บนลัง
ชัยพาเธอไปดูในวันหยุด เธอช่วยตรวจจำนวน ก่อนกลับมาทำงานโรงงานในวันจันทร์ด้วยความรู้สึกว่าอย่างน้อยครั้งนี้ตนไม่ได้หลับตาให้เงิน
เขานัดว่าจะมาหาเย็นวันศุกร์
ลำดวนซื้อกับข้าวไว้สองอย่าง
แกงจืดถุงหนึ่ง กับผัดกะเพราที่เธอขอแม่ค้าไม่ใส่พริกมาก เพราะชัยกินเผ็ดได้น้อยกว่าที่ชอบคุย
เธอรอจนข้าวเย็น
แม่ค้าข้างห้องเริ่มเก็บเก้าอี้ รถเมล์เที่ยวที่เธอจำเสียงเครื่องได้ผ่านไปหลายคัน พิณกลับจากธุระ เห็นถุงกับข้าวแล้วไม่ถามทันที
“ฉันกินแกงจืดได้ไหม”
ลำดวนพยักหน้า
พิณแบ่งใส่ชามสองใบ อุ่นให้ แล้วนั่งกินข้างเธอ
“กะเพราจืดจัง”
“เขากินเผ็ดไม่ได้”
“งั้นดีที่ฉันกลับมา ฉันก็กินไม่ได้”
ลำดวนรู้ว่าเพื่อนกินพริกสดได้ทั้งเม็ด แต่ไม่เถียง
คืนนั้นเธอเก็บข้าวที่เหลือไว้ พรุ่งนี้จะเอาไปผัด
ชัยอาจมาในวันเสาร์
วันเสาร์เขาไม่มา
วันอาทิตย์ลำดวนไปที่ห้องเช่าเหนือร้านที่เคยพบเจ้าของรถมาทวงเงิน
ประตูห้องของชัยปิดอยู่
เธอเคาะ เรียกชื่อ แล้วเคาะอีกครั้ง
หญิงเจ้าของร้านชั้นล่างเดินขึ้นมาถือกุญแจ
“มาหาชัยหรือ”
“ค่ะ เขาออกไปส่งของหรือคะ”
อีกฝ่ายมองถุงผ้าในมือเธอ
“เขาย้ายออกวันพฤหัสฯ”
ลำดวนยืนนิ่ง
“ย้ายไปไหนคะ”
“บอกจะไปอยู่กับญาติ ไม่ได้บอกที่ไหน”
“เขาฝากอะไรไว้ไหมคะ”
หญิงคนนั้นส่ายหน้า ก่อนปลดกุญแจ เปิดประตูให้เห็นห้องว่าง
บนพื้นมีฝุ่นเป็นกรอบสี่เหลี่ยมตรงที่เคยวางหีบ เสื้อที่เธอเคยเย็บกระดุมให้ไม่ได้แขวนอยู่ที่ตะปูแล้ว เหลือเพียงไม้แขวนลวดบิดงออันหนึ่ง
ลำดวนเดินเข้าไปสองก้าว
เธอไม่รู้ว่าต้องมองหาอะไร
กระดาษสักใบ ชื่อใครสักคน หรือหลักฐานว่าเขายังตั้งใจกลับมา
“เขาค้างค่าห้องไหมคะ”
“จ่ายแล้ว”
คำตอบนั้นติดอยู่ในหูเธอตลอดทางลงบันได
เขาจ่ายค่าห้องแล้ว
แต่เขานัดเธอไว้ในวันศุกร์
ร้านที่รับของรอบใหม่อยู่ไกลจากเส้นทางที่เธอคุ้นเคย ลำดวนต้องต่อรถสองครั้งและถามทางอีกหลายหน
เจ้าของร้านจำชื่อชัยได้
“รับของไปตั้งแต่วันอังคารแล้ว”
“แล้วเรื่องเงิน…”
ชายคนนั้นขมวดคิ้ว
“จ่ายตอนรับ เขาบอกเงินสดเท่านั้น ฉันก็เตรียมไว้ให้”
ลำดวนรู้สึกว่าขอบเคาน์เตอร์เย็นขึ้นใต้ฝ่ามือ
“จ่ายหมดเลยหรือคะ”
เขาหันไปเปิดแฟ้ม หยิบกระดาษส่งของให้ดู ตรงช่องรับเงินมีลายเซ็นที่เธอจำได้
วิชัย รุ่งสวัสดิ์
เธออ่านวันที่ซ้ำ
วันอังคาร
เขารับเงินวันอังคาร ย้ายห้องวันพฤหัสฯ และปล่อยให้เธอรอในวันศุกร์
เจ้าของร้านถามว่าเธอเป็นอะไรกับคนส่งของ
ลำดวนอ้าปาก
คำว่าแฟนติดอยู่ในลำคอ
“เขายืมเงินฉันค่ะ”
ชายคนนั้นเงียบลง ก่อนเลื่อนกระดาษมาทางเธอ
“จดวันที่กับยอดไปก็ได้ แต่ใบนี้ฉันต้องเก็บไว้”
เธอหยิบสมุดออกมา มือสั่นจนต้องเขียนชื่อร้านใหม่สองครั้ง
ตอนลุกจากเก้าอี้ เขาเรียกไว้
“หนู กินน้ำก่อน”
ลำดวนรับแก้วน้ำมา ดื่มไม่หมด
เธออยากร้องไห้ แต่กลับกังวลว่าถ้าร้องต่อหน้าคนแปลกหน้า เขาจะถามอีก แล้วเธอจะต้องพูดชื่อชัยออกมาอีกครั้ง
ขากลับ เธอเลยไปยังร้านใหญ่ที่เคยบอกว่าจ่ายเงินช้า
คนทำบัญชีตรวจเอกสารให้ บางยอดยังค้างอยู่จริง แต่ยอดแรกจ่ายไปแล้วก่อนวันที่ชัยขอเงินเพิ่ม
“เขามารับเอง บอกต้องรีบเอาไปใช้หนี้ค่ารถ”
ลำดวนพยักหน้าอย่างคนเข้าใจ
เธอเข้าใจตัวเลข
แต่ยังไม่เข้าใจว่าคนคนหนึ่งนั่งกินข้าวกับเธอ พูดเรื่องอนาคต และเลือกไม่บอกเรื่องนี้ได้อย่างไร
พิณพบเธอที่หน้าห้องตอนค่ำ
ลำดวนกำลังค้นถุงผ้า ทั้งที่รู้ว่ากุญแจอยู่ในกระเป๋าเสื้อ
เพื่อนหยิบกุญแจออกมาไขให้
เธอเดินเข้าไปนั่งบนเสื่อ วางสมุดลง แล้วพูดเพียงว่า
“เขาไปแล้ว”
พิณนั่งตาม
“ไปไหน”
ลำดวนส่ายหน้า
“ร้านจ่ายเงินแล้วด้วย”
เธอเล่าเท่าที่เล่าไหว ข้ามบางช่วง ย้อนบางช่วง พิณฟังจนจบ ไม่ถามว่าทำไมถึงไม่เชื่อตน
นั่นกลับทำให้ลำดวนทนไม่ไหว
“เธอพูดมาเถอะ”
“พูดอะไร”
“ก็บอกแล้วใช่ไหม”
พิณมองเธออยู่นาน
“ฉันอยากให้เธอได้เงินคืน ไม่ได้อยากให้ตัวเองพูดถูก”
ลำดวนกัดริมฝีปาก
น้ำตาหยดลงบนสมุดก่อนที่เธอจะยกมือทัน
เธอรีบเช็ด กลัวกระดาษเสีย ลายเซ็นที่เคยทำให้รู้สึกปลอดภัยอยู่ใกล้รอยเปียกเพียงนิดเดียว
“ฉันเห็นของจริง พิณ ฉันไปดูมาแล้ว”
“ฉันรู้”
“ฉันไม่ได้ให้เพราะเขาพูดดีอย่างเดียว”
“ฉันรู้ ดวน”
ลำดวนร้องไห้หนักขึ้น
เธอไม่ได้สูญเงินเพราะไม่ทำอะไรเลย เธอถาม ตรวจ นับ และเก็บกระดาษไว้ทุกใบ
เธอทำได้ถึงเท่านั้น
ส่วนที่เหลืออยู่ในมือคนที่เธอเชื่อใจ
พิณขยับชามน้ำให้ห่างจากสมุด แล้วเอาผ้าสะอาดวางข้างมือเธอ
“คืนนี้ยังไม่ต้องคิดว่าจะหาเงินคืนยังไง”
“แต่เงินนั่น…”
“ฉันรู้ว่าเงินนั่นอะไร”
พิณมองกระดาษราคาจักรที่โผล่พ้นสมุด
“คืนนี้ร้องก่อนก็ได้”
“แล้วไปตามเขาไหมครับ”
ธันวาถาม ยายกำลังเด็ดใบกะเพราอยู่ตรงโต๊ะหลังบ้าน นิ้วของเธอหยุดที่ใบหนึ่งซึ่งมีรอยแมลงกัด
“ไปสิ ไปจนค่ารถเริ่มกินเงินค่าข้าว”
“ไม่ได้เจอเลยหรือ”
“ไม่เจอ ได้ชื่อญาติมาคนหนึ่ง ไปถึงเขาบอกไม่ได้อยู่ด้วยกันนานแล้ว ยายก็ไม่รู้ว่าจริงไหม”
ธันวานั่งมองสมุดของตัวเอง
“ยายยังพูดถึงเขาเหมือนเขาเคยเป็นคนดีอยู่เลย”
ลำดวนวางก้านกะเพราลง
“ตอนที่เขาทำดี ยายก็ได้รับมันจริง ๆ”
“แต่สุดท้ายเขาหลอกยาย”
“ใช่”
คำตอบสั้นจนธันวาเงยหน้า
“ยายไม่ได้ยกความดีเก่าไปลบสิ่งที่เขาทำทีหลังหรอก”
เธอแยกใบช้ำออกจากกอง
“แค่ถ้ายายเล่าว่าเขาร้ายตั้งแต่วันแรก เอ็งก็จะสงสัยว่ายายรักเขาทำไม แล้วยายคงต้องเล่าให้ตัวเองดูโง่กว่าที่เป็น”
ธันวาเงียบไป
“ยายยังรักเขาตอนที่เขาหายไปไหม”
หญิงชรามองเลยไหล่หลานออกไปยังรั้ว
“รักอยู่ นั่นแหละที่ทำให้เสียใจ”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนโต๊ะ
ชื่อแม่ปรากฏบนหน้าจอ
ธันวาหยิบมันขึ้นมา ก่อนมองยาย ลำดวนลุกเอาตะกร้าไปล้างที่ก๊อกหลังบ้าน ทิ้งเขาไว้กับเสียงเรียกเข้า
“ครับแม่”
มาลีถามว่ากินข้าวหรือยัง นอนหลับไหม แล้วบอกว่ามีเวลาพักไม่มาก วันนี้ของเข้าหลายเที่ยว
ธันวาตอบคำถามแรก ๆ ได้ง่าย
พอแม่ถามว่าจะกลับไปทำงานวันไหน เขาจึงวางมืออีกข้างลงบนสมุด กดกระดาษจนย่น
“แม่ ร้านผมปิดแล้ว”
ปลายสายเงียบ
“ปิดพักหรือ”
“ปิดเลยครับ”
เขาบอกเรื่องคืนห้อง เรื่องของที่ยังขายไม่หมด และหนี้ บางยอดยังไม่รู้แน่ชัด เขาพูดช้าลงเมื่อถึงตรงนั้น
“ทำไมเพิ่งบอกแม่”
“ผมคิดว่าจัดการได้”
มาลีถอนหายใจ เสียงคนเรียกชื่อเธอแทรกเข้ามา
“แล้วจะทำยังไงต่อ ธัน”
“ผมกำลังจดอยู่ครับ”
“แม่ถามว่าต่อไปจะเอาเงินที่ไหนใช้”
ธันวาหลับตา
เขาอยากตอบว่าไม่รู้ อยากบอกว่าคำถามนี้ทำให้เขาไม่กล้าโทรมาหลายวันแล้ว
แต่แม่พูดขึ้นก่อน
“เดี๋ยวนะ แม่ขอไปตรงที่เงียบกว่านี้”
มีเสียงประตูเปิดปิด
เมื่อมาลีพูดอีกครั้ง น้ำเสียงยังเหนื่อยอยู่
“แม่ไม่ได้มีเงินพอจ่ายให้ทั้งหมดนะ”
“ผมรู้ครับ”
“แต่ต้องบอกแม่ อย่าหายไปเฉย ๆ”
ธันวาก้มหน้าลง
“ครับ”
“เย็นนี้ส่งยอดที่จดมาให้แม่ดู แม่เลิกงานแล้วจะโทรอีกที”
หลังวางสาย เขายังถือโทรศัพท์อยู่
ยายกลับมาพร้อมตะกร้าเปียก
“เป็นไง”
“แม่ถามจะทำยังไงต่อ”
“แล้วเอ็งตอบว่าอะไร”
“กำลังจด”
ลำดวนพยักหน้า แล้วหยิบผ้าเช็ดโต๊ะ
“งั้นจดต่อ เดี๋ยวตรงนี้เปียก”
ไม่มีใครบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
ธันวาย้ายสมุดหนีหยดน้ำ เปิดหน้าถัดไป เขียนชื่อกฤตไว้บนสุด
สักพักเขาจึงส่งข้อความไป
วันนี้คุยได้กี่โมง เราจดหนี้อยู่ อยากเช็กส่วนที่นายออกให้ด้วย
เขาวางโทรศัพท์คว่ำหน้า มือยังเย็นอยู่ แต่ครั้งนี้ไม่เก็บมันลงกระเป๋า
หลังชัยหายไป ลำดวนยังไปโรงงานทุกเช้า
เครื่องจักรไม่ได้เดินช้าลงเพราะเธอร้องไห้ทั้งคืน เสื้อยังต้องพับให้ตรง ชิ้นงานยังต้องตรวจ และวันที่ใจลอยจนวางผิดกอง เธอก็ต้องแก้ใหม่
บางวันเธอโกรธเขาจนทำงานได้เร็ว
บางวันได้ยินเสียงรถส่งของก็ต้องเงยหน้า ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังรอคนที่ตั้งใจไม่กลับมา
เธอยังส่งเงินให้แม่ตามที่แยกไว้
แต่หยุดรับงานเย็บเพิ่มตอนกลางคืน มือของเธอเริ่มสั่นเมื่ออดนอน และครั้งหนึ่งเผลอแทงเข็มเข้าปลายนิ้วจนเลือดเปื้อนผ้าของลูกค้า เธอต้องซักแล้วเย็บใหม่
พิณช่วยรับงานบางชิ้นไปทำให้ ลำดวนขอจ่าย เพื่อนยอมรับเพียงส่วนที่ทำจริง
“อย่าเอาความรู้สึกผิดมาคิดค่าแรงให้ฉันแพงกว่าคนอื่น”
ผ่านไปหลายสัปดาห์ ลำดวนรวบรวมกระดาษยืมเงิน ใบเสร็จ และที่อยู่ทุกแห่งไว้ในซองเดียว เธอยังไม่ได้ทิ้งมัน แต่เลิกพกไปโรงงานทุกวัน
ในสมุด เงินซื้อจักรลดลงเหลือเล็กน้อย
เธอลองคำนวณว่าจะต้องทำงานอีกกี่เดือน
เขียนเสร็จก็ขีดทิ้ง
ไม่ใช่เพราะไม่อยากได้จักรแล้ว แต่เพราะตอนนั้นเธอทนมองวันที่ไกลออกไปไม่ได้
จดหมายจากแม่มาถึงช่วงปลายเดือน
แม่บอกว่าชายช่วยคนข้างตลาดซ่อมเครื่องสูบน้ำ เริ่มรู้เรื่องเครื่องยนต์มากกว่าคนในบ้านแล้ว บอกว่าพ่อไปรับงานอีกอำเภอ กลับบ้างไม่กลับบ้าง และท้ายจดหมายถามว่า
สงกรานต์นี้กลับไหม ไม่ต้องซื้ออะไรมาก็ได้
ลำดวนอ่านประโยคนั้นหลายรอบ
เธอมีเงินค่ารถ หากกลับไปก็จะเหลือพออยู่ได้ไม่กี่วันก่อนค่าแรงรอบใหม่ เธอจึงขอลาหยุดต่อกับวันหยุดโรงงาน ระบุวันที่กลับให้ชัด
ขณะเก็บเสื้อใส่กระเป๋า เธอหยิบกระดาษราคาจักรขึ้นมา
คิดจะทิ้ง
แล้วพับใส่ซองเอกสารตามเดิม
พิณนั่งอยู่ตรงประตู
“จะเล่าให้แม่ฟังไหม”
“ไม่รู้”
“ไม่เล่าตอนนี้ก็ได้ แต่ไม่ต้องแต่งเรื่องว่าซื้อจักรแล้วนะ เดี๋ยวกลับมาฉันต้องช่วยเธอหาจักรไปตั้งโชว์”
ลำดวนหลุดหัวเราะ
เป็นเสียงหัวเราะสั้น ๆ ที่ทำให้เจ็บหน้าอก แต่เธอหัวเราะได้จริง
เธอมาถึงตลาดตอนบ่าย
ชายโตขึ้นจนเสื้อที่จำได้สั้นเหนือเอว เขากำลังถือประแจอยู่หน้าร้านซ่อม พอเห็นพี่สาวก็วางลง วิ่งมาหา
“พี่ดวน!”
เขาจะรับกระเป๋า เธอกลับดึงไว้โดยไม่รู้ตัว
ชายชะงัก
ลำดวนมองมือของเขา มือเปื้อนคราบดำ เล็บมีรอยบิ่นเล็ก ๆ
“หนักนะ”
“ก็ให้ผมถือสิ”
เธอปล่อยสายกระเป๋า
ชายพาเดินผ่านแผงขายผัก เล่าเรื่องเครื่องสูบน้ำที่ซ่อมไม่ติดเพราะเจ้าของลืมเติมน้ำมัน เล่าอย่างคนเพิ่งมีเรื่องที่ตัวเองรู้และอยากให้พี่ฟัง
ลำดวนฟังแล้วถามถูกบ้างผิดบ้าง
ก่อนถึงห้องเช่า แม่ออกมายืนหน้าประตู
หญิงคนนั้นกำลังเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน พอเห็นลูกสาวก็ถาม
“กินอะไรมาหรือยัง”
ลำดวนส่ายหน้า
แม่ขยับให้เข้าห้อง ภายในแคบกว่าบ้านเก่าแต่สะอาด หม้อข้าวตั้งอยู่ข้างเตา ชั้นไม้ที่พ่อเคยทำยังอยู่ ขาข้างหนึ่งรองด้วยเศษกระเบื้อง
ชายวางกระเป๋าให้ แล้วตักน้ำมา
แม่เปิดหม้อข้าว
เสียงฝาขูดกับขอบหม้อทำให้ลำดวนก้มหน้า
เธอไม่ได้ร้องไห้เมื่อรถออกจากกรุงเทพฯ ไม่ได้ร้องตอนเห็นตลาด และเกือบเชื่อแล้วว่าจะผ่านการกลับบ้านครั้งนี้ไปได้โดยไม่ต้องพูดอะไร
“แม่”
บุญเรือนหันมา
“ฉันยังไม่มีจักรนะ”
แม่หยุดถือทัพพี
“อือ”
“เงินที่เก็บไว้ก็…”
เธอกลืนคำที่เหลือ แต่มันไม่ยอมลง
“ฉันให้คนเขายืม เขาเอาไปแล้ว”
ชายเงียบ ขยับแก้วน้ำเข้าใกล้พี่
ลำดวนมองแม่อย่างกลัวคำถาม
กลัวว่าแม่จะถามทำไมโง่อย่างนี้ ทำไมยอมคนอื่นทั้งที่หนีออกจากบ้านเพราะเรื่องเงิน หรือถามว่าต่อไปจะส่งเงินให้บ้านได้หรือเปล่า
แม่วางทัพพี
“หมดเลยหรือ”
“ส่วนที่เก็บซื้อจักรค่ะ”
บุญเรือนนั่งลงบนขอบเสื่อ ถอนหายใจยาว มือยังมีกลิ่นกระเทียม
“เสียดายเนอะ”
เพียงเท่านั้น ลำดวนก็ร้องไห้
แม่ไม่ได้บอกว่าเงินหาใหม่ได้ง่าย ไม่ได้บอกว่าลูกยังสาวจึงไม่ควรเสียใจ แม่มองกระเป๋าเก่าที่ชายเพิ่งวางลง แล้วลูบหัวเข่าอยู่ครู่หนึ่ง
“วันออกจากบ้าน แม่บอกว่าอะไร จำได้ไหม”
ลำดวนพยักหน้า แต่พูดไม่ได้
“กลับมือเปล่าก็กลับได้”
เสียงแม่เบากว่าที่เธอจำ
“ไม่ได้บอกว่ากลับแล้วต้องรีบหาอะไรมาใส่มือก่อนถึงจะเข้าบ้าน”
ชายยื่นผ้าให้ เป็นผ้าผืนที่มีคราบน้ำมันตรงมุม
แม่ตีมือเขาเบา ๆ
“เอาผ้าซ่อมเครื่องให้พี่เช็ดหน้าได้ยังไง”
“ตรงกลางยังสะอาด”
ลำดวนหัวเราะทั้งน้ำตา ยกผ้าไปเช็ดแก้มด้านที่ไม่มีคราบ แม่ส่ายหน้า ลุกไปหาผ้าอีกผืน
ข้าวมื้อนั้นมีไข่เจียวใส่หัวหอม กับน้ำพริกถ้วยเล็ก
แม่ตักข้าวให้เธอเต็มจาน
ลำดวนกินไปได้ไม่กี่คำก็หยุด รู้สึกผิดที่ตัวเองนั่งกินอยู่ตรงนี้ หลังจากทำเงินที่เก็บแทบตายหายไป
บุญเรือนมองจาน
“กินไม่ลงหรือ”
“มันคิด…”
“คิดไปด้วยก็กินได้ ค่อย ๆ เคี้ยว”
ลำดวนก้มลงกินอีกคำ
ข้าวร้อนอยู่
ไม่มีรสเปรี้ยว ไม่มีอะไรต้องคุ้ยทิ้งเพื่อเลือกส่วนที่พอกินได้
เธอยังเสียใจ ยังคิดถึงชัย และยังไม่รู้ว่าจะกลับไปยืนหน้าโรงงานด้วยใจแบบไหน
แต่แม่ไม่ได้เก็บจานของเธอออกไป
คืนนั้น หลังชายหลับ ลำดวนนั่งเก็บชามกับแม่
“ฉันคงอยู่ได้แค่สามวัน ต้องกลับไปทำงาน”
“อือ งานมีอยู่ก็ดีแล้ว”
แม่ล้างชามใบสุดท้าย แล้วเอ่ยเหมือนนึกขึ้นได้
“แช่มเขาฝากถามอยู่เหมือนกัน ว่าสนใจงานไหม”
ลำดวนเงยหน้า
“งานอะไร”
“ญาติเขาชื่อเพ็ญ ขายข้าวอยู่กรุงเทพฯ คนช่วยออก จะหาคนใหม่ แม่บอกว่าลูกทำโรงงานอยู่แล้ว”
“ฉันยังไม่รู้เรื่องขายข้าวเลย”
“ก็เลยยังไม่ได้รับปากอะไร”
บุญเรือนคว่ำชามลงบนตะแกรง
“แช่มบอก คนนี้คิดเงินละเอียด ดุด้วย แต่จ่ายตรง”
ลำดวนนึกถึงห้องเช่าในกรุงเทพฯ พิณ กองเสื้อ และทางเดินหน้าโรงงานที่เธอยังเผลอมองหารถของชัย
“ไว้ฉันถามป้าแช่มก่อนก็ได้”
แม่พยักหน้า ไม่เร่ง
ลำดวนเดินไปหยิบสมุดในกระเป๋า เธอเปิดผ่านหน้าคำนวณที่ขีดทิ้ง ผ่านชื่อร้าน ผ่านลายเซ็นที่ยังไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์อีกหรือไม่
หน้าถัดไปยังว่าง
เธอเขียนชื่อเพ็ญลงไป ตามด้วยคำว่า ร้านข้าว
แล้วเว้นที่ไว้ข้างล่าง
ครั้งนี้เธอยังไม่เขียนว่าชีวิตจะดีขึ้นอย่างไร
เธอมีเพียงเรื่องที่จะไปถามในวันพรุ่งนี้
© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต
ความคิดเห็น
0