ข้าวในหม้อ
ข้าวในถ้วยของสมชายดูขาวกว่าข้าวที่ยังเหลืออยู่ในหม้อ
ลำดวนใช้ปลายทัพพีเกลี่ยมันให้ฟูขึ้น ทั้งที่เมื่อครู่ข้าวติดกันเป็นก้อน เธอหยิบถ้วยเกลือมา ใช้สองนิ้วบี้เกลือโรยลงไป แล้ววางถ้วยบนพื้นไม้ตรงที่ฝนสาดไม่ถึง
“นั่งตรงนี้”
สมชายทำตาม เขาอายุสามขวบ ขาสั้นจนเวลานั่งพับเพียบ เท้าข้างหนึ่งยังยื่นออกมาอย่างไม่รู้จะเก็บไว้ตรงไหน
ลำดวนยื่นช้อนให้
น้องมองถ้วยแล้วเงยหน้าขึ้น
“ไม่มีไข่หรือ”
“ไม่มี”
“เมื่อวานมี”
“เมื่อวานกินแล้ว”
สมชายก้มลงเขี่ยข้าว ลำดวนจำไข่เมื่อวานได้ดี ไข่ใบเดียวที่แม่ทอดในกระทะเหล็ก ใส่น้ำมันน้อยจนขอบติดก้นกระทะ แม่ขูดมันออกมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้ววางส่วนใหญ่ลงในถ้วยของน้อง
ส่วนเธอได้เศษที่ติดทัพพี
“ชายยังเล็ก” แม่พูดตอนเห็นเธอมอง
ลำดวนไม่ได้ถามออกไปว่า แล้วเธอใหญ่ตรงไหน
เธอสูงกว่าน้องจริง ยกโอ่งไม่ได้เหมือนกัน และถ้าต้องเดินผ่านต้นมะขามหลังบ้านตอนมืดก็ยังกลัวจนต้องวิ่ง แต่ทุกครั้งที่อาหารมีไม่พอ ผู้ใหญ่จะจำได้ทันทีว่าเธอเป็นพี่
สมชายตักข้าวคำแรกเข้าปาก
เขาเคี้ยวสองครั้งแล้วหยุด
“พี่ดวน”
“อะไร”
“มันเหม็น”
ลำดวนเอื้อมไปหยิบถ้วยคืน น้องกำช้อนไว้แต่ไม่ได้ห้าม
เธอตักจากถ้วยนั้นมาคำหนึ่ง กลิ่นเปรี้ยวเข้าจมูกก่อนข้าวถึงปาก พอเคี้ยว รสก็ยิ่งชัดขึ้น เธอพยายามกลืน แต่คอไม่ยอมรับง่าย ๆ ต้องรีบหยิบขันน้ำมาดื่มตาม
สมชายมองเธอ
“กินได้ไหม”
ลำดวนวางขันลง น้ำหยดจากคางติดคอเสื้อ
“อย่าเพิ่งกิน”
เธอเลื่อนถ้วยออกห่างจากน้อง แล้วนั่งมองมัน
ในท้องร้องขึ้นมาเบา ๆ
ข้าวอยู่ตรงหน้า แต่เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมันดี
ฝนตกตั้งแต่กลางคืน
บ้านของลำดวนอยู่ท้ายหมู่บ้าน เป็นบ้านไม้ยกพื้นไม่สูงนัก ใต้ถุนมีฟืนกองอยู่กับเครื่องมือของพ่อ หลังคารั่วสองจุด แม่เอากะละมังมารองไว้จุดหนึ่ง อีกจุดใช้หม้อที่หูหัก
หยดน้ำตกลงในหม้อดังเป็นจังหวะ ช่วงไหนลมแรง น้ำจะกระเซ็นออกมาถึงพื้น ลำดวนเอาผ้าขี้ริ้วไปวางใต้หม้อ แต่ผ้าเปียกจนไม่ดูดอะไรอีกแล้ว
แม่ไม่ได้อยู่ในบ้าน
ก่อนออกไป แม่เรียกเธอให้ตื่นและบอกว่าจะไปหางานที่บ้านป้าแช่ม ให้ดูน้องไว้ ถ้าฝนสาดก็เลื่อนเสื่อเข้าด้านใน
ลำดวนจำได้ว่าถามเรื่องข้าว
แม่ตอบว่า “อยู่ในหม้อ”
เธอจึงหลับต่ออีกนิด คิดว่าเมื่อตื่นจะมีข้าวให้กิน
ตอนนี้เธออยากถามแม่ว่ารู้อยู่แล้วหรือเปล่า
ถ้ารู้ ทำไมยังบอกให้เธอเปิดหม้อ
สมชายคลานไปหยิบรถของเล่นใกล้เสา รถทำจากเศษไม้ มีล้อสี่ล้อที่ขนาดไม่เท่ากัน พ่อทำให้เขาตอนยังรับงานก่อสร้างได้บ่อย ล้อหน้าข้างหนึ่งติด จึงต้องดันแรง ๆ รถถึงจะไป
“รถหิว” สมชายบอก
ลำดวนมองน้อง
เขาจับรถหงายขึ้นแล้วเอาช้อนแตะใต้ท้อง
“เติมข้าว”
ถ้าเป็นวันอื่น เธอคงแย่งช้อนมาดุว่าทำสกปรก แต่เช้านี้เธอเพียงหยิบมันออกจากมือเขา
“รถกินน้ำมัน ไม่กินข้าว”
“น้ำมันอยู่ไหน”
“ไม่มี”
สมชายคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้ววางรถลง
“งั้นนอน”
เขาล้มตัวลงข้างรถ ใช้แขนหนุนหัว ลำดวนมองแล้วอยากทำอย่างนั้นบ้าง ถ้านอนหลับได้ บางทีพอตื่นมาแม่อาจกลับแล้ว
แต่เธอไม่ง่วง
ความหิวทำให้ทุกอย่างในบ้านดูเหมือนของที่อาจกินได้ แม้แต่ถุงผ้าที่แม่แขวนไว้ข้างฝา เธอยังเดินไปล้วงดูอีกครั้ง ทั้งที่รู้ว่าในนั้นมีแต่เมล็ดพันธุ์กับเชือก
ตรงชั้นไม้มีขวดน้ำปลา เธอยกดู เหลืออยู่ก้นขวดนิดเดียว
เธอคว่ำมันลงในถ้วยของตัวเอง เขย่าสองที น้ำปลาหยดออกมาหยดหนึ่ง
กลิ่นเค็มทำให้เธอนึกถึงข้าวร้อน
ลำดวนเอาน้ำจากขันใส่ลงในขวด เขย่า แล้วเทกลับลงถ้วย จากนั้นตักข้าวในหม้อใส่ลงไปนิดหนึ่ง
เธอคิดว่าถ้าน้ำปลามีกลิ่นแรงพอ อาจกลบกลิ่นข้าวได้
คำที่สองกลืนง่ายกว่าคำแรก เพราะเธอดื่มน้ำตามทันที
คำที่สาม เธอไม่เคี้ยวนาน
พอสมชายลุกขึ้นมอง เธอจึงเลื่อนถ้วยเข้าหาตัว
“ของพี่”
“ชายกินได้ไหม”
ลำดวนมองหน้าน้อง เขาหยุดร้องแล้ว แต่ยังเอามือจับท้องเป็นพัก ๆ
“รอแม่ก่อน”
“แม่ไปไหน”
“ทำงาน”
“เมื่อไหร่กลับ”
เธอมองม่านฝนข้างนอก
“เดี๋ยวก็กลับ”
เป็นคำตอบที่เธอได้ยินจากผู้ใหญ่บ่อยที่สุด และเป็นคำตอบเดียวที่เธอมีให้น้องในตอนนั้น
พ่อกลับมาก่อนแม่
ลำดวนได้ยินเสียงไอใต้ถุน ตามด้วยเสียงเท้าเหยียบบันได เธอรีบวางถ้วยไว้หลังเสาแล้วลุกขึ้น
สง่าเปียกตั้งแต่ไหล่ลงมาถึงขากางเกง เขาถอดรองเท้าไว้หน้าบันได ใช้มือปาดน้ำจากผม ก่อนมองลูกสองคน
“แม่ไปไหน”
“บ้านป้าแช่ม”
พ่อพยักหน้า เขาเดินผ่านลูกไปหยิบเสื้อที่พาดไว้บนเชือก
สมชายลุกตาม
“พ่อ มีไข่ไหม”
สง่าหันมองลูกชาย
“จะเอาไข่จากไหน”
“แม่ทอด”
“แม่ไม่อยู่”
สมชายยืนคิด แล้วถามใหม่
“พ่อทอดได้ไหม”
ลำดวนเห็นพ่อยิ้มมุมปากแวบหนึ่ง
“ทอดเป็น แต่ไม่มีไข่ให้ทอด”
เขาขยี้ผมน้อง แล้วนั่งลงตรงเสา ยืดขาข้างที่เจ็บออกช้า ๆ มือกดเหนือเข่า ใบหน้าหดเกร็งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคลาย
ลำดวนจำได้ว่าเมื่อก่อนพ่อขึ้นบันไดทีละสองขั้น เวลากลับมาจะมีเสียงเหรียญในกระเป๋า บางวันมีขนมถุงเล็กที่เขาซ่อนไว้ให้ลูกค้นหา
ช่วงหลังพ่อเดินช้าลง และไม่ยอมให้เธอแตะขาข้างนั้น
“พ่อไม่ได้ทำงานหรือ”
“ฝนลง เขาไม่เอาคน”
“พรุ่งนี้ล่ะ”
“พรุ่งนี้ค่อยดู”
เธออยากถามต่อว่าแล้ววันนี้จะกินอะไร แต่พ่อหลับตาแล้ว
สมชายเอารถไปวางบนขาของเขา
“ล้อติด”
พ่อรับรถไปพลิกดู ใช้เล็บเขี่ยเศษไม้ที่ขัดอยู่ตรงแกน แล้วหมุนล้อให้
“ลองใหม่”
สมชายดันรถไปตามพื้น คราวนี้มันแล่นถึงเสาอีกต้น เขาหัวเราะแล้วคลานตาม
ลำดวนเผลอยิ้ม ก่อนมองถ้วยที่ซ่อนไว้หลังเสา
พ่อยังซ่อมรถได้เหมือนเดิม
เธอจึงไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องอื่นถึงไม่กลับมาเหมือนเดิมบ้าง
แม่กลับมาตอนฝนเริ่มเบา
บุญเรือนถือห่อใบตองแนบไว้กับอก อีกมือหิ้วเสื้อผ้าในถุงผ้า ผมตรงขมับเปียกติดแก้ม เธอถอดรองเท้าแล้วเดินเข้ามาโดยยังไม่ได้บิดชายผ้าถุง
สมชายวิ่งไปก่อน
“แม่ ชายหิว”
“รู้แล้ว มานั่งนี่”
แม่วางห่อใบตองบนพื้นแล้วแกะออก ข้างในมีข้าวสวยกับปลาตัวเล็กทอดสองตัว หัวปลาข้างหนึ่งหลุด แต่กลิ่นทำให้ลำดวนกลืนน้ำลาย
“ป้าแช่มให้มา” แม่บอก “ช่วยเขาล้างหม้อ”
เธอตักข้าวใส่ถ้วยของสมชาย แกะปลา เอาก้างออกทีละชิ้น แล้ววางเนื้อลงไป
ลำดวนยืนมอง
แม่ตักให้น้องก่อนอีกแล้ว
“ดวน เอาถ้วยมา”
เธอไม่ขยับ
“ได้ยินไหม”
“ไม่หิว”
แม่เงยหน้าขึ้น
“เมื่อเช้ากินข้าวแล้วหรือ”
ลำดวนพยักหน้า
“กับอะไร”
“น้ำปลา”
บุญเรือนเหลือบไปทางครัว ทันใดนั้นลำดวนก็อยากเอาตัวบังหม้อไว้
แม่ลุกเดินไป เปิดฝาหม้อ แล้วหยุดนิ่ง
“ดวน”
เธอไม่ตอบ
แม่หันกลับมา
“กินนี่เข้าไปหรือ”
“แม่บอกว่าข้าวอยู่ในหม้อ”
“แม่ไม่ได้บอกให้กินข้าวบูด”
“แล้วจะให้กินอะไร”
คำถามหลุดออกมาเสียงดัง ลำดวนเองก็ตกใจ
สมชายหยุดเคี้ยว พ่อที่นั่งพิงเสาหันมอง
บุญเรือนวางฝาหม้อ เธอเดินมาจับแขนลูก
“กินไปเท่าไหร่”
“ไม่รู้”
“ถ้วยหนึ่งหรือ”
“ไม่ถึง”
แม่มองหน้าเธอแล้วเอามือแตะหน้าผาก
ลำดวนสะบัดหนี
“ไม่ได้เป็นไข้”
“แม่ถามเพราะ—”
“ถ้าแม่อยู่ก็ตักให้ชายก่อนอยู่ดี”
เสียงเงียบลงทั้งบ้าน
บุญเรือนปล่อยแขนลูก
ลำดวนมองห่อข้าวบนพื้น เหลือมากกว่าที่เธอคิด แต่ตอนนี้ไม่อยากนั่งลงกินแล้ว เธอรู้สึกว่า ถ้ากิน ทุกคนจะคิดว่าเธอพูดทั้งหมดเพียงเพื่อเอาข้าว
“ชายยังเล็ก” แม่พูด
ประโยคเดิม
ลำดวนกำชายเสื้อตัวเอง
“หนูก็หิวเป็น”
บุญเรือนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปหยิบถ้วยเปล่า ตักข้าวใส่ แล้ววางปลาที่เหลือลงด้านบน
“มานั่งกินก่อน”
ลำดวนไม่ขยับ
แม่ยกถ้วยไปวางตรงหน้าเสาใกล้เธอ
“อยากโกรธแม่ก็กินไปด้วยได้”
แล้วแม่หันกลับไปหาสมชาย ช่วยหยิบก้างปลาที่หลงอยู่ในถ้วยออก
ลำดวนรอให้ไม่มีใครมอง จึงค่อยนั่งลง
ข้าวไม่ร้อนแล้ว แต่ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว
เธอกินคำแรกเร็วเกินไปจนติดคอ รีบดื่มน้ำแล้วก้มหน้าต่อ น้ำตาหยดหนึ่งตกใส่ข้าว เธอใช้หลังมือเช็ดหน้าทันที
แม่ไม่ได้เดินมาปลอบ
ลำดวนจำเรื่องนี้ได้แม่นกว่ารสปลาเสียอีก
หลังกินข้าว แม่เดินไปหยิบกระป๋องใบเล็กที่วางอยู่บนคานไม้
เธอเปิดฝา เทเหรียญลงบนฝ่ามือ แล้วเทกลับ ค้นรอบคานอีกครั้งก่อนหันไปมองพ่อ
“เงินที่วางไว้ล่ะ”
สง่านั่งซ่อมแกนรถไม้ต่อ ไม่เงยหน้า
“เอาไปแล้ว”
“ทั้งหมดเลยหรือ”
“มีอยู่เท่าไหร่กัน”
“นั่นเงินซื้อข้าว”
“ก็จะไปหางาน ต้องมีค่ารถ”
แม่มองกางเกงเขา
“แล้ววันนี้ได้งานไหม”
สง่าวางรถลง
“ก็เห็นอยู่ว่าฝนตก”
“แล้วพรุ่งนี้ลูกจะกินอะไร”
“จะให้ฉันไปปล้นใครหรือไง”
สมชายเงยหน้าจากรถ ลำดวนรีบจับน้องเข้ามาใกล้
แม่ไม่ได้ขึ้นเสียง แต่พูดแต่ละคำช้าลง
“ฉันไม่ได้ขอให้ไปปล้น ฉันขอให้เหลือเงินซื้อข้าวไว้”
“เธอคิดว่าฉันอยากอยู่เฉย ๆ หรือ”
“ฉันยังไม่ได้พูดอย่างนั้น”
พ่อใช้มือทุบพื้นข้างตัว เสียงดังจนสมชายสะดุ้ง
“ก็พูดมาเลยสิ ขาฉันเป็นแบบนี้ เธอจะให้ทำอะไร”
ลำดวนกอดน้องแน่นขึ้น มือเขาบีบชายเสื้อเธอจนเจ็บผิว
บุญเรือนยืนถือกระป๋องอยู่พักหนึ่ง แล้ววางมันกลับบนคาน
เธอเดินไปเก็บหม้อข้าว
ลำดวนรอเสียงทะเลาะต่อ แต่มีเพียงเสียงน้ำที่แม่เทใส่หม้อกับเสียงทัพพีขูดก้นหม้อ พ่อหยิบรถขึ้นมาซ่อมอีกครั้ง แต่สมชายไม่ยอมเดินไปรับ
บ้านแคบลงทุกครั้งที่พ่อแม่คุยเรื่องเงิน
ลำดวนไม่รู้ว่าต้องขยับไปนั่งตรงไหนจึงจะไม่เกะกะความโกรธของใคร
บ่ายนั้นฝนหยุด
แม่ตากเสื้อที่เปียกไว้ตรงชายคา แล้วนำถุงผ้าที่หิ้วกลับมาวางข้างลำดวน
“ป้าแช่มให้เสื้อมา ลองดู”
ข้างในมีเสื้อนักเรียนสีขาวหนึ่งตัว สีเหลืองอ่อนตรงคอและรักแร้ กระดุมเม็ดล่างไม่เหมือนเม็ดอื่น แต่ผ้าไม่ขาด
ลำดวนหยิบขึ้นมา
มันดูใหญ่
“ของใคร”
“ลูกสาวป้าแช่ม เขาใส่ไม่ได้แล้ว”
เธอสอดแขนเข้าไป เสื้อยาวลงมาถึงต้นขา แม่ดึงไหล่ให้เข้าที่ ใช้นิ้วจับผ้าส่วนเกินข้างเอว
“เย็นนี้แม่เก็บให้ พรุ่งนี้ใส่ไปเรียนได้”
ลำดวนมองกระดุม
เธอมีเสื้อนักเรียนอยู่ตัวเดียว ตรงศอกเป็นรอยบางจนเห็นผิว หากได้ตัวนี้ก็ไม่ต้องรอให้เสื้อเดิมแห้งทุกคืน
เธออยากดีใจ
แต่ป้าแช่มมีลูกสาวคนเดียว ชื่ออรพิน เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน และชอบยืนกับเพื่อนตรงโอ่งน้ำหน้าห้อง
ถ้าอรพินเห็น จะจำเสื้อตัวนี้ได้หรือเปล่า
“ไม่เอาได้ไหม”
แม่ปล่อยผ้าข้างเอว
“ทำไม”
“มันใหญ่”
“แม่เย็บให้”
“หนูอยากได้ตัวใหม่”
บุญเรือนมองเสื้อ แล้วมองลูก
“ตัวนี้ก็ยังดี”
ลำดวนไม่ได้ตอบ
แม่ถอดเสื้อออกจากตัวเธอ พับวางไว้บนเสื่อ
“ตอนนี้แม่ซื้อให้ไม่ได้”
คำพูดไม่ได้ดัง แต่ทำให้ลำดวนอยากถอนคำขอคืน
เธอหยิบเสื้อไปกอด
“เย็บก็ได้”
บุญเรือนเอื้อมมาจัดผมที่ติดหน้าผากลูก เด็กหญิงขยับหนีเพียงนิดเดียว แม่จึงลดมือลง
ไม่มีใครพูดเรื่องข้าวในหม้ออีก
แต่ตั้งแต่วันนั้น ลำดวนจะยกฝาหม้อดูด้วยตัวเองเสมอ ไม่ว่าผู้ใหญ่จะบอกว่ามีข้าวอยู่แล้วหรือไม่
“ยายกินไปกี่คำ”
เสียงธันวาทำให้ลำดวนหยุด
พัดลมบนโต๊ะหันซ้ายแล้วหันกลับมา ลมพัดมุมกระดาษใบหนึ่งใกล้ขวดน้ำให้กระดกขึ้น
เธอลองนึกอยู่พักหนึ่ง
“ไม่รู้แล้ว จำได้ว่ากินเร็ว จะได้ไม่ต้องเคี้ยวนาน”
ธันวาขมวดคิ้ว
“แล้วน้องยายล่ะ”
“ชายกินไปคำเดียว ยายเอาถ้วยออกก่อน”
“ยายไม่ได้กินเพราะอยากเป็นคนอดทน”
ลำดวนมองเขา
“เด็กแปดขวบที่ไหนอยากเป็นคนอดทน ยายอยากกินไข่”
ธันวาหลุดยิ้ม
ลำดวนยิ้มตามนิดหนึ่ง
“อยากกินทั้งใบด้วย ไม่อยากแบ่งใคร”
“แต่ก็แบ่ง”
“บางวันแบ่ง บางวันก็แอบกินก่อน ชายจับได้ทีหนึ่ง ร้องจนแม่วิ่งมานึกว่ายายตี”
เขาหัวเราะเบา ๆ ภาพยายตัวเล็กแอบกินของน้องเป็นสิ่งที่ไม่เคยอยู่ในเรื่องเล่าของครอบครัวมาก่อน
ทุกคนพูดว่ายายเสียสละ
ไม่มีใครเล่าว่ายายเคยอยากเก็บอะไรไว้ให้ตัวเอง
“แล้ววันนั้นยายป่วยไหม”
“ปวดท้อง ตอนเย็นแม่เฝ้าอยู่ด้วย”
ลำดวนหยิบแก้วน้ำขึ้น แต่ยังไม่ดื่ม
“แม่ดุอยู่หลายหน บอกว่าคราวหน้าถ้าเหม็นให้รอ ห้ามกินอีก ยายก็ถามว่าจะให้รอถึงเมื่อไหร่”
“ยายทวดตอบว่าอะไร”
“แกเงียบ”
ธันวารอให้ยายพูดต่อ แต่เธอยกน้ำขึ้นดื่มแล้ว
ในห้องครัว ตู้เย็นดังหึ่งขึ้นมา เขาหันมองมัน เห็นกล่องอาหารที่เพิ่งช่วยยายเก็บเรียงอยู่บนชั้น ภายในบ้านมีข้าว มีไข่ และน้ำเย็นที่เปิดหยิบได้ทันที
เขารู้สึกผิดกับข้าวที่ทิ้งไป แต่ความผิดอีกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม
“ผมไม่ได้คิดว่าหาเงินง่ายนะยาย”
ลำดวนวางแก้ว
“ยายรู้ว่าเอ็งทำงาน”
“ผมแค่ไม่อยากถูกพูดเหมือนผมไม่เคยพยายาม”
เธอมองหน้าเขา คราวนี้ไม่ตอบทันที
“เมื่อกี้ยายก็เผลอพูดอย่างนั้นใช่ไหม”
ธันวาพยักหน้า
ลำดวนก้มมองมือของตัวเอง นิ้วชี้มีรอยถลอกเล็ก ๆ จากขอบกล่องพลาสติก
“ยายยังติดปากอยู่” เธอพูด “บางทีเห็นของถูกทิ้ง ยายก็นึกถึงหม้อใบนั้นก่อนจะนึกว่าเอ็งอาจมีเรื่องอื่นอยู่”
เขามองเธอ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าในบ้านหลังเดียวกัน คนสองคนอาจเห็นข้าวจานหนึ่งแล้วนึกถึงคนละเรื่อง
สำหรับเขา มันเป็นจานที่กินไม่ลงเพราะกลัวสายโทรศัพท์
สำหรับยาย มันอาจเป็นเช้าที่มีข้าวแต่ไม่รู้ว่าควรกินหรือไม่
โทรศัพท์ของธันวาสว่างขึ้นบนโต๊ะ
แม่โทรมา
เขามองชื่ออยู่นานจนลำดวนเหลือบตาม
“รับเถอะ”
“ผมยังไม่รู้จะบอกยังไง”
“บอกว่าถึงแล้ว กินข้าวแล้ว เรื่องอื่นเอ็งค่อยพูด”
ธันวาหยิบโทรศัพท์
ก่อนกดรับ เขาถามเบา ๆ
“ยายอย่าเพิ่งบอกแม่แทนผมนะ”
ลำดวนขยับปากเหมือนจะค้าน แต่สุดท้ายพยักหน้า
“เอ็งบอกเอง”
เขากดรับ
“ครับแม่”
เสียงแม่ถามเรื่องรถ เรื่องอาหาร และเรื่องยาย เขาตอบทีละอย่าง ลำดวนลุกไปล้างแก้ว ปล่อยให้เขาคุยโดยไม่ยืนฟังข้างโต๊ะ
“ร้านเป็นยังไงบ้าง” แม่ถาม
ธันวากำโทรศัพท์แน่นขึ้น
คำว่า “ก็เรื่อย ๆ” มาอยู่ที่ปลายลิ้น เป็นคำที่ใช้ได้ง่าย และทำให้การสนทนาจบลงโดยไม่มีใครตกใจ
เขามองหลังยายที่ยืนอยู่หน้าอ่าง
“แม่” เขาเรียก
“ว่าไง”
“พรุ่งนี้แม่มีเวลาคุยกับผมไหม”
เสียงปลายสายหยุดไปครู่หนึ่ง
“มีสิ มีอะไรหรือเปล่า”
เขาก้มมองโต๊ะ
“มีครับ แต่ผมขอพรุ่งนี้ได้ไหม”
แม่ถามว่าเขาอยู่กับยายใช่ไหม เขาตอบว่าใช่ เธอจึงบอกว่าจะโทรมาตอนพักกลางวัน แล้วกำชับให้เขานอน
ธันวาวางสาย
ลำดวนหันมา แต่ไม่ได้ถามว่าเล่าอะไรไปแล้วบ้าง
เธอเช็ดมือกับผ้า หยิบพวงกุญแจจากตะขอ แล้ววางกุญแจดอกหนึ่งไว้ข้างเขา
“ประตูรั้ว ถ้าออกไปไหนจะได้ไม่ต้องเรียกยาย”
“ผมยังไม่คิดจะออกไป”
“เผื่อไว้”
ธันวาหยิบกุญแจ ดอกเดิมที่เคยใช้สมัยเรียน มีปลอกพลาสติกสีน้ำเงินแตกตรงมุม
เขาคิดว่าเธอคงทิ้งไปแล้วหลังเขาย้ายออก
“ยังเก็บอยู่อีกเหรอ”
“กุญแจดี ๆ จะทิ้งทำไม”
เขาหัวเราะ คราวนี้ไม่ได้รู้สึกว่าถูกตำหนิ
ลำดวนปิดไฟในครัว เหลือไฟเหนือโต๊ะหนึ่งดวง ก่อนจะเดินไปเปิดตู้ไม้ข้างบันได เธอค้นอยู่ครู่หนึ่งแล้วดึงกล่องเหล็กแบนออกมา
ข้างในมีรูปถ่ายซ้อนกันหลายใบ
“ไม่มีรูปตอนแปดขวบหรอก” เธอบอก “เพิ่งได้ถ่ายทีหลัง”
เธอเลือกภาพหนึ่งส่งให้
เด็กหญิงสองคนยืนอยู่ข้างโอ่งน้ำในชุดนักเรียน คนหนึ่งยิ้มเห็นฟัน อีกคนยืนแขนแนบตัว ปากปิดสนิท กระโปรงเอียงเล็กน้อย
“คนไหนยาย”
“คนที่หน้าบูดนั่น”
ธันวายกภาพเข้าหาแสง
“ทำไมไม่ยิ้ม”
“อยากกลับบ้าน”
“ไม่ชอบถ่ายรูปหรือ”
ลำดวนลากเก้าอี้มานั่งอีกครั้ง มองเสื้อสีขาวของเด็กหญิงในภาพ
“วันนั้นมีคนจำเสื้อยายได้”
ธันวาเงยหน้าจากรูป
ลำดวนใช้นิ้วแตะกระดุมเม็ดล่าง ซึ่งแม้ในภาพเล็ก ๆ ก็ยังเห็นว่ามีสีเข้มกว่ากระดุมเม็ดอื่น
“แม่ซักสะอาด เย็บพอดีตัว ยายคิดว่าไม่มีใครรู้แล้ว”
เธอนิ่งไป ก่อนพูดต่อ
“แต่อรพินมองแค่ครั้งเดียวก็รู้”
ธันวาวางรูปลงอย่างระวัง
ยายยังมองเด็กหญิงในภาพ
“วันนั้นยายถึงได้รู้ว่า เสื้อผ้าซักคราบออกได้ แต่ปากคนไม่ได้หยุดเพราะเสื้อสะอาด”
ความคิดเห็น
1© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต
Ok