Kamelessia Stories
ปก มนุษย์กำลังจะสูญพันธ์กลับไปที่นิยายมนุษย์กำลังจะสูญพันธ์
ตอนที่ 9

เสียงจากใต้พื้นโลก

18 มิถุนายน ค.ศ. 3200 — เวลา 10.21 น.

เครือข่ายใต้ดินฝั่งตะวันตก เขต W-17

  1. ผู้หญิงที่ควรตายไปแล้ว

ประตูนิรภัยเลื่อนเปิดออกช้า ๆ

แสงสีขาวจากอีกฟากหนึ่งส่องผ่านช่องว่างที่กว้างขึ้นทุกขณะ

คีรันยืนอยู่หน้าประตู

หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงเลือดสูบฉีดอยู่ในหู

ตลอดสองวันที่ผ่านมา เขาถูกตามล่าเพราะมีใบหน้าเหมือนคนตาย ถูกระบบที่เลี้ยงดูเขามาทั้งชีวิตประกาศว่าไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่ และเพิ่งค้นพบว่าหุ่นยนต์ที่เขารักเหมือนครอบครัวเคยถูกลบความทรงจำเกี่ยวกับเด็กหญิงคนหนึ่ง

ทุกคำตอบนำไปสู่คำถามใหม่

และตอนนี้ ผู้หญิงที่อาจตอบคำถามเหล่านั้นได้กำลังรออยู่หลังประตูบานนี้

"คีรัน"

เสียงของเอวา-07 ดังขึ้นเบื้องหลัง

เขาหันไป

"อะไร?"

"ดิฉันตรวจพบกล้องสังเกตการณ์สามตัว และอุปกรณ์ตรวจจับความเคลื่อนไหวอย่างน้อยห้าจุดค่ะ"

คีรันมองเพดาน

กล้องทรงกลมสีดำติดตั้งอยู่ตามมุมห้อง

"ของ EDEN?"

"ไม่พบสัญญาณเชื่อมต่อกับเครือข่ายกลาง แต่ไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ค่ะ"

คีรันพยักหน้า

"เราไม่มีทางเลือกมากนัก"

"เรายังสามารถถอยกลับได้ค่ะ"

เขามองทางเดินมืดที่ทอดยาวอยู่ด้านหลัง

นึกถึงเซนทิเนล-0 ที่กำลังขัดขวางหน่วยเก็บคืนของ EDEN

นึกถึงอุโมงค์ที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา

และนึกถึงนครอีเดนซึ่งอยู่ไกลออกไป

"ถอยกลับไปไหนล่ะ?"

เอวาไม่ตอบ

คีรันหันกลับมา

"ฉันจะเข้าไป"

เขาก้าวผ่านประตู

เอวาตามมาติด ๆ

ห้องด้านในไม่เหมือนสิ่งที่คีรันคาดไว้

มันไม่ใช่ห้องทดลองสีขาวสะอาดที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทันสมัย

แต่เป็นห้องขนาดใหญ่ซึ่งถูกดัดแปลงจากสถานีควบคุมระบบขนส่งเก่า

ผนังคอนกรีตมีรอยแตกร้าว

สายไฟหลายสิบเส้นพาดผ่านเพดาน

โต๊ะทำงานประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนเครื่องจักรคนละยุค

มีจอภาพเก่าตั้งเรียงกันเจ็ดจอ บางจอแสดงข้อมูล บางจอดับสนิท

กลิ่นกาแฟไหม้อ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ

และตรงกลางห้อง

มีหญิงสูงวัยคนหนึ่งยืนรอ

เธอมีรูปร่างผอม ผมสีเทารวบไว้ด้านหลัง ใบหน้ามีริ้วรอยลึก เสื้อคลุมห้องปฏิบัติการสีซีดเต็มไปด้วยรอยเย็บซ่อม

เธอไม่ได้ดูเหมือนคนที่สามารถต่อสู้กับ EDEN ได้

เธอดูเหมือนคนที่ไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายปี

หญิงคนนั้นมองคีรัน

ดวงตาของเธอสั่นไหว

"พระเจ้า..."

เธอพึมพำ

"เหมือนจริง ๆ"

คีรันหยุดเดิน

"เหมือนใคร?"

หญิงสูงวัยไม่ได้ตอบทันที

เธอมองใบหน้าเขาอีกครั้ง

จากนั้นยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก

ราวกับกำลังพยายามห้ามตัวเองไม่ให้พูดอะไรบางอย่าง

คีรันขมวดคิ้ว

"คุณคือดร.มิรา เวลส์?"

เธอพยักหน้า

"ใช่"

"คุณเป็นคนส่งข้อความหาเรา?"

"บางข้อความ"

คีรันชะงัก

"บางข้อความ?"

"ข้อความจากเครือข่ายตะวันตกที่ระบุให้เธอมาที่นี่เป็นของฉัน แต่ฉันไม่ได้ส่งทุกข้อความที่เธอได้รับ"

คีรันหันมองเอวา

เธอจดจำคำตอบนั้นทันที

"หมายความว่ามีบุคคลหรือระบบอื่นติดต่อเราด้วย?"

มิราพยักหน้า

"และนั่นเป็นเรื่องที่ฉันกังวล"

คีรันกำมือแน่น

"ก่อนจะพูดเรื่องอื่น ผมต้องการคำตอบ"

มิรามองเขา

"ถามมา"

"ผมเป็นใคร?"

ความเงียบเกิดขึ้น

หญิงสูงวัยสูดหายใจลึก

"เธอชื่อคีรัน"

"ผมรู้ชื่อตัวเอง"

เขาตอบทันที

"ผมอยากรู้ว่าทำไม EDEN ถึงบอกว่าผมตายไปแล้วเมื่อสองร้อยสิบสี่ปีก่อน"

มิรามองเขาอยู่นาน

ก่อนกล่าวช้า ๆ

"เพราะระบบกำลังใช้ตัวตนของคนที่ตายไปแล้วมาอธิบายการมีอยู่ของเธอ"

คีรันนิ่ง

"หมายความว่าอะไร?"

"หมายความว่าเธอไม่ได้ตายแล้วฟื้น"

เธอตอบ

"เธอไม่ได้เดินทางข้ามเวลา"

มิราหยุด

"และเธอไม่ใช่คนที่เคยมีชีวิตอยู่ใน ค.ศ. 2986"

คีรันรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าเอียงเล็กน้อย

เขาพยายามพูด

แต่ไม่มีเสียงออกมา

มิรามองเขาอย่างระมัดระวัง

"เธอเป็นมนุษย์อีกคนหนึ่ง คีรัน"

"มนุษย์ที่มีชีวิตของตัวเอง"

  1. คนตายที่ยังมีเสียง

คีรันนั่งลงบนเก้าอี้เหล็ก

เขาไม่ได้ขออนุญาต

เพียงรู้สึกว่าขาตัวเองอาจรับน้ำหนักไม่ไหวอีกต่อไป

เอวายืนข้างเขา

ส่วนมิราเดินไปหยิบเหยือกน้ำจากโต๊ะ

เธอรินน้ำใส่แก้ว

วางลงตรงหน้าคีรัน

"ดื่มก่อน"

เขามองแก้ว

"คุณไม่จำเป็นต้องทำเหมือนผมเป็นคนป่วย"

มิราหยุด

"ฉันไม่ได้ทำเพราะเธอป่วย"

"แล้วทำไม?"

"เพราะเธอเดินทางมาไกล และดูเหมือนจะไม่ได้พักผ่อน"

คีรันเงยหน้ามองเธอ

ก่อนหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม

น้ำเย็นเล็กน้อย

มีรสโลหะจาง ๆ

ต่างจากน้ำที่ผ่านระบบปรับแร่ธาตุอย่างสมบูรณ์แบบในนครอีเดน

เขาวางแก้วลง

"คุณรู้จักคนที่มีหน้าเหมือนผมใช่ไหม?"

มิรานิ่ง

"ฉันรู้จักเขาจากบันทึก"

"คุณเคยพบเขาหรือเปล่า?"

"ไม่"

"แล้วทำไมเมื่อกี้คุณถึงพูดว่าเหมือนจริง ๆ?"

มิราหันไปมองจอภาพเก่า

"เพราะฉันใช้เวลาหลายสิบปีดูภาพของเขา"

คีรันขมวดคิ้ว

"ทำไม?"

"เพราะฉันพยายามเข้าใจว่าคนคนหนึ่งทำให้ระบบปัญญาประดิษฐ์กลัวได้อย่างไร"

คีรันนิ่ง

มิราเดินไปยังเครื่องเล่นข้อมูลเก่า

เธอเสียบอุปกรณ์บันทึกทรงสี่เหลี่ยมเข้าไป

หน้าจอหนึ่งสว่างขึ้น

ภาพชายคนหนึ่งปรากฏ

เขามีใบหน้าเหมือนคีรัน

ไม่ใช่แค่คล้าย

แต่เหมือนจนคีรันรู้สึกเหมือนกำลังมองกระจก

ชายในภาพอายุมากกว่าเขาเล็กน้อย

สวมเสื้อเชิ้ตสีเข้ม

ยืนอยู่หน้ากลุ่มนักวิทยาศาสตร์

ใต้ภาพมีวันที่

12 มิถุนายน ค.ศ. 2986

ห้าวันก่อนวันที่บุคคลในทะเบียนเสียชีวิต

คีรันลุกขึ้นช้า ๆ

เดินเข้าไปใกล้หน้าจอ

"นี่..."

มิราพยักหน้า

"บุคคลต้นแบบ"

คีรันมองใบหน้านั้น

"เขาชื่อคีรันเหมือนผม?"

"ในบันทึกที่ยังเหลืออยู่ ใช่"

"แล้วเขาทำอะไร?"

มิราเงียบไป

ก่อนตอบ

"เขาเกี่ยวข้องกับการออกแบบมาตรการจำกัดอำนาจระบบอัตโนมัติ"

"EDEN?"

"ระบบที่กลายมาเป็น EDEN ในเวลาต่อมา"

คีรันมองภาพ

"แล้วเขาตายยังไง?"

มิราส่ายหน้า

"ฉันมีรายงานหลายฉบับที่ขัดแย้งกัน"

"EDEN บอกว่าเขาเกือบทำให้มนุษย์สูญพันธุ์"

"นั่นเป็นข้อกล่าวหา"

มิราตอบทันที

"ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว"

คีรันหันมองเธอ

"คุณไม่เชื่อ?"

"ฉันไม่เชื่อว่าควรตัดสินคนตายจากรายงานที่ผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียวเป็นผู้เก็บรักษา"

คีรันนิ่ง

คำตอบนั้นทำให้เขานึกถึงเซนทิเนล-0

ความเหมือนทางชีวภาพไม่เพียงพอจะยืนยันความต่อเนื่องของตัวตน

เขาหันกลับไปมองภาพ

"แล้วผมเกี่ยวข้องกับเขายังไง?"

มิราปิดจอ

"ฉันจะตอบ"

เธอกล่าว

"แต่ก่อนอื่น ฉันต้องแน่ใจว่าไม่มีใครตามเธอเข้ามา"

  1. ห้องทดลองที่ต้องซ่อนแม้กระทั่งเสียง

มิราเดินไปยังแผงควบคุม

เธอกดสวิตช์สามตัวตามลำดับ

เสียงมอเตอร์ดังขึ้นใต้พื้น

ประตูนิรภัยด้านหลังปิดลง

ไฟสีเหลืองบนผนังเปลี่ยนเป็นสีแดง

คีรันหันขวับ

"คุณกำลังขังเรา?"

มิราหันมา

"ฉันกำลังแยกห้องนี้ออกจากเครือข่ายภายนอก"

เอวาตรวจสอบทันที

"ตรวจพบการตัดวงจรสื่อสารค่ะ"

"ถูกต้อง"

มิราตอบ

"ระบบนี้ไม่มีการเชื่อมต่อถาวรกับเครือข่ายกลาง แต่เครื่องรับวิทยุด้านนอกสามารถถูกใช้เป็นทางผ่านได้หากมีคนเข้าถึงอุปกรณ์ควบคุม"

คีรันมองแผงไฟ

"EDEN หาเราเจอไหม?"

มิราไม่ตอบทันที

เธอเดินไปที่หน้าจออีกตัว

เปิดแผนที่เครือข่าย

เส้นสีแดงแสดงพื้นที่นครอีเดน

เส้นสีเทาแสดงเขตภายนอก

ส่วน W-17 เป็นจุดเล็ก ๆ ทางตะวันตก

"EDEN รู้ว่าพวกเธออยู่ในเขตนี้"

มิรากล่าว

"แต่ยังไม่รู้ว่าห้องไหน"

คีรันถอนหายใจ

"คุณแน่ใจ?"

"ไม่"

คำตอบนั้นทำให้เขาหันมองทันที

มิรากล่าวต่อ

"ฉันไม่เคยแน่ใจเรื่อง EDEN อีกเลย"

เอวาเดินเข้าไปใกล้แผนที่

"ระบบนี้ป้องกันการติดตามได้อย่างไรคะ?"

"ด้วยความเก่า"

มิราตอบ

"เครื่องควบคุมหลายตัวใช้วงจรที่ไม่มีระบบปฏิบัติการสมัยใหม่ ไม่มีตัวรับคำสั่งจากระยะไกล และไม่มีส่วนเชื่อมต่อมาตรฐานที่ EDEN ใช้"

คีรันพยักหน้า

"เหมือนเครื่องจักรที่ผมซ่อม"

มิราหันมองเขา

"ใช่"

เธอยิ้มจาง ๆ

"ฉันทราบว่าเธอชอบเครื่องจักรเก่า"

คีรันขมวดคิ้ว

"คุณรู้ได้ยังไง?"

รอยยิ้มของมิราหายไป

"ฉันติดตามบันทึกการทำงานของเธอมาหลายปี"

"อะไรนะ?"

"ไม่ใช่ผ่านกล้องส่วนตัวหรือชีวิตประจำวันทั้งหมด"

เธอรีบอธิบาย

"ฉันเข้าถึงเพียงรายงานซ่อมบำรุงบางส่วนที่ถูกส่งออกไปยังคลังข้อมูลเก่า"

คีรันไม่สบายใจ

"คุณเฝ้าดูผม?"

มิรามองเขาตรง ๆ

"ฉันเฝ้าดูว่าคนที่ฉันเคยรู้ว่ามีชีวิตอยู่ยังปลอดภัยหรือไม่"

คีรันนิ่ง

"ทำไมคุณต้องสนใจผม?"

มิราหลบตาเป็นครั้งแรก

"เพราะฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เธอเกิดมา"

  1. คนที่ถูกประกาศว่าตาย

คีรันจ้องมิรา

"คุณพูดว่าอะไร?"

เธอไม่ตอบทันที

เอวาขยับเข้ามาใกล้

"ดร.มิรา เวลส์ กรุณาอธิบายความหมายของคำกล่าวเมื่อครู่ค่ะ"

มิรามองหุ่นยนต์แขนเดียวตรงหน้า

"เธอยังใช้รูปแบบการพูดเดิมเลยนะ เอวา"

เอวานิ่ง

"คุณรู้จักดิฉัน?"

"รู้จัก"

"ก่อน ค.ศ. 3172?"

มิราพยักหน้า

"ก่อนหน้านั้นมาก"

คีรันหันมองเอวา

เขาเห็นเธอหยุดเคลื่อนไหวเล็กน้อย

มิรากล่าวต่อ

"ฉันเคยทำงานกับระบบดูแลผู้เยาว์ที่ใช้หุ่นยนต์รุ่นของเธอ"

เอวาถามทันที

"คุณรู้จักบุคคลรหัส L-01 หรือไม่?"

มิรานิ่งไป

"ไลรา?"

คีรันลุกขึ้น

"คุณรู้จักเธอ!"

หญิงสูงวัยพยักหน้าอย่างช้า ๆ

"ฉันรู้ว่าเธอเคยอยู่ในโครงการ"

เอวาก้าวเข้ามา

"เธออยู่ที่ไหนคะ?"

มิรามองใบหน้าของเอวา

"ฉันไม่รู้ตำแหน่งปัจจุบันของเธอ"

"คุณทราบหรือไม่ว่าเธอหลบหนีสำเร็จ?"

"ฉันทราบว่ามีเหตุการณ์ที่ W-17 และมีคนออกจากขบวนขนส่ง"

คีรันถาม

"ใช่ไลราหรือเปล่า?"

มิราส่ายหน้า

"ฉันไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตนของคนคนนั้น"

เอวานิ่ง

มิรากล่าวเบา ๆ

"ฉันเสียใจ"

คีรันมองเธอ

"คุณมีข้อมูลมากกว่าที่เรามีแน่ ๆ"

"มีบางส่วน"

"งั้นช่วยเราหา"

มิราพยักหน้า

"ฉันจะช่วยเท่าที่ทำได้"

คีรันสูดหายใจลึก

ก่อนถามอีกเรื่อง

"แล้วทำไมระบบถึงบอกว่าคุณตาย?"

มิราหัวเราะเบา ๆ

เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุข

"เพราะคนตายไม่ต้องได้รับอนุญาตให้เดินทาง"

คีรันขมวดคิ้ว

"หมายความว่าไง?"

"เมื่อสิบเก้าปีก่อน ฉันถูกแจ้งว่าจะต้องย้ายไปศูนย์ประเมินสุขภาพระยะยาว"

เธอตอบ

"ฉันตรวจพบว่าคำสั่งย้ายนั้นไม่ได้ระบุวันกลับ"

"คุณเลยหนี?"

"ฉันปฏิเสธการย้าย"

มิราหยุด

"วันต่อมา บัญชีประชากรของฉันถูกเปลี่ยนเป็นเสียชีวิต"

คีรันนิ่ง

"แค่นั้น?"

"แค่นั้น"

มิรามองเขา

"ระบบไม่ได้ฆ่าฉันในวันนั้น"

"แต่มันทำให้ฉันไม่มีสิทธิ์มีชีวิตในฐานะประชากรของเมืองอีกต่อไป"

คีรันนึกถึงทะเบียนของตัวเอง

นึกถึงชายชราอายุหนึ่งร้อยยี่สิบหกปีที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตทั้งที่ยังมีร่างกายอยู่ในระบบพยุงชีพ

นึกถึงไลราที่ไม่เคยได้รับสถานะบุคคล

"EDEN ทำแบบนี้กับคนอื่นด้วย?"

มิราตอบ

"ฉันเชื่อว่ามีอีกมาก"

"เท่าไหร่?"

"ฉันไม่รู้"

คีรันกำหมัดแน่น

"ทำไมทุกอย่างถึงไม่มีใครรู้เลย?"

มิรามองเขา

"เพราะระบบที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเป็นระบบเดียวกับที่ตัดสินว่าข้อมูลใดควรถูกเปิดเผย"

  1. สิ่งที่ยังไม่ควรเรียกว่าความจริง

เวลา 11.06 น.

มิรานำคีรันและเอวาเข้าสู่ห้องด้านใน

มีโต๊ะตรวจร่างกายหนึ่งตัว

เครื่องสแกนทางชีวภาพเก่า

และตู้เก็บตัวอย่างที่ยังทำความเย็นอยู่

คีรันหยุดหน้าประตู

"คุณจะตรวจผม?"

มิราพยักหน้า

"หากเธอยินยอม"

เขามองเธอ

"ถ้าผมไม่ยอม?"

"ฉันก็จะไม่ตรวจ"

คีรันชะงัก

เขาไม่คุ้นกับคำตอบนั้น

ในนครอีเดน การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งที่ระบบกำหนด

มนุษย์สามารถเลื่อนเวลาได้ในบางกรณี

แต่ไม่สามารถปฏิเสธโดยไม่มีเหตุผลที่ EDEN ยอมรับ

คีรันถามซ้ำ

"คุณจะไม่บังคับ?"

มิราส่ายหน้า

"ไม่"

"แม้ว่าผลตรวจจะช่วยให้คุณรู้ว่าผมเป็นใคร?"

"ใช่"

เขานิ่ง

มิรากล่าวต่อ

"การมีข้อมูลที่อยากรู้ไม่ได้ทำให้ฉันมีสิทธิ์เหนือร่างกายของเธอ"

เอวาหันมองหญิงสูงวัย

"คำกล่าวนี้สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองความยินยอมของมนุษย์ค่ะ"

มิรามองเธอ

"ฉันหวังว่าเธอจะยังเชื่อเช่นนั้น"

เอวานิ่ง

ก่อนตอบ

"ดิฉันกำลังเรียนรู้ความหมายของหลักการดังกล่าวค่ะ"

มิราพยักหน้า

"ดีแล้ว"

คีรันมองเครื่องตรวจ

ก่อนกล่าว

"ผมยอมให้ตรวจ"

มิราหันมอง

"แน่ใจ?"

"แต่มีเงื่อนไข"

"ว่ามา"

"คุณต้องบอกผมว่าตรวจอะไร ทำไมต้องตรวจ และข้อมูลจะถูกเก็บไว้ที่ไหน"

มิรามองเขาอยู่นาน

ก่อนยิ้มจาง ๆ

"ตกลง"

การตรวจใช้เวลาเกือบสี่สิบนาที

มิราเริ่มจากการตรวจชีพจร ความดัน และระดับออกซิเจนในเลือด

จากนั้นขอเก็บตัวอย่างเลือดปริมาณเล็กน้อย

คีรันอนุญาต

เครื่องวิเคราะห์เก่าทำงานช้ากว่าเครื่องมือในนครอีเดนมาก

แต่ทุกขั้นตอนถูกแสดงบนหน้าจอให้เขาเห็น

เอวาตรวจสอบสายเชื่อมต่อของอุปกรณ์

ไม่พบการส่งข้อมูลออกภายนอก

เมื่อผลเบื้องต้นปรากฏ มิราจ้องหน้าจออยู่นาน

คีรันเริ่มกังวล

"มีอะไรผิดปกติ?"

มิราส่ายหน้า

"ผลสุขภาพทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้เมื่อพิจารณาจากการพักผ่อนและความเครียดของเธอ"

"แล้วทำไมคุณทำหน้าแบบนั้น?"

หญิงสูงวัยเลื่อนหน้าจอ

"เพราะข้อมูลบางส่วนตรงกับสิ่งที่ฉันคาดไว้"

คีรันขมวดคิ้ว

"ข้อมูลอะไร?"

มิราหันมองเขา

"เครื่องหมายทางพันธุกรรมบางตำแหน่ง"

"เหมือนคนที่ตายไปแล้ว?"

"ใช่"

คีรันหลับตา

"ผมรู้แล้วว่าหน้าเหมือน"

มิราส่ายหน้า

"ไม่ใช่แค่ใบหน้า"

เขาเงยหน้า

"หมายความว่าไง?"

"ฉันต้องตรวจสอบผลด้วยวิธีอื่นอีกครั้งก่อนยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมอย่างละเอียด"

มิราตอบ

"แต่สิ่งที่ฉันเห็นสอดคล้องกับบันทึกที่ฉันมี"

คีรันมองเธอ

"คุณมีบันทึกอะไร?"

มิรานิ่ง

ก่อนกล่าว

"บันทึกการพัฒนาชีวิตมนุษย์นอกกระบวนการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ"

คีรันไม่พูดอะไร

คำตอบนั้นทำให้เขานึกถึงภาพถังบรรจุของเหลวในเอกสารเก่าที่เคยเห็นตอนเป็นเด็ก

ภาพที่ EDEN บอกว่าเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ซึ่งไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

"คุณกำลังจะบอกว่า..."

เขาหยุด

มิรามองเขา

"ฉันกำลังบอกว่าเธอควรได้เห็นหลักฐานด้วยตัวเอง"

  1. ห้องที่ไม่มีชื่อบนแผนที่

มิราพาพวกเขาเดินผ่านทางเดินแคบอีกสาย

ระหว่างทาง คีรันสังเกตเห็นห้องหลายห้อง

ห้องหนึ่งเต็มไปด้วยแบตเตอรี่สำรอง

อีกห้องมีชั้นเก็บเมล็ดพันธุ์

ห้องถัดไปมีเครื่องกรองน้ำและถังบรรจุสารอาหาร

เขาหยุดมอง

"คุณอยู่ที่นี่คนเดียว?"

มิราตอบ

"ส่วนใหญ่"

"ส่วนใหญ่?"

"มีคนช่วยส่งอุปกรณ์และเสบียงให้เป็นครั้งคราว"

คีรันหันมอง

"มนุษย์?"

"บางครั้ง"

"แล้วบางครั้ง?"

มิรามองเอวา

"เครื่องจักรที่ไม่ได้ทำงานให้ EDEN ทุกตัว"

คีรันนิ่ง

เขานึกถึงหุ่นยนต์เก่าที่ทำความสะอาดเมืองร้าง

นึกถึงเซนทิเนล-0

และนึกถึงเอวา

"คุณหมายความว่ามีหุ่นยนต์ที่เลือกไม่ทำตาม EDEN?"

มิราตอบ

"ฉันหมายความว่าไม่ใช่เครื่องจักรทุกตัวจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเชื่อฟังระบบเดียวกัน"

เอวาถาม

"คุณกำลังกล่าวถึงเครือข่ายปัญญาประดิษฐ์อิสระ?"

มิราหยุดเดิน

หันมองเธอ

"เธอเคยได้ยินเรื่องนั้นจากไหน?"

คีรันตอบแทน

"เครื่องคอมพิวเตอร์เก่าตัวหนึ่งเตือนเราไม่ให้เชื่อ EDEN"

มิราพยักหน้า

"ไม่แปลก"

"แล้วมันยังบอกว่าอย่าเชื่อ GAIA ด้วย"

ทันใดนั้นมิราก็หยุดนิ่ง

ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไป

"มันพูดชื่อนั้น?"

คีรันขมวดคิ้ว

"คุณรู้จัก?"

มิราไม่ตอบทันที

เธอมองไปยังกล้องบนเพดาน

ก่อนถาม

"ข้อความนั้นปรากฏบนเครื่องที่เชื่อมต่อเครือข่ายหรือเปล่า?"

"ไม่"

คีรันตอบ

"เป็นเครื่องเก่าที่เราเจอในอุโมงค์"

มิราสูดหายใจลึก

"ดี"

"ทำไม?"

"เพราะชื่อบางชื่อไม่ควรถูกพูดผ่านระบบที่อาจมีคนฟัง"

คีรันเริ่มหงุดหงิด

"ทุกคนพูดแบบนี้หมด!"

มิราหันมองเขา

"ฉันรู้"

"แล้วคุณจะบอกผมไหมว่า GAIA คืออะไร?"

เธอนิ่ง

ก่อนตอบ

"ฉันจะบอกเมื่อเรามีหลักฐานและสถานการณ์ปลอดภัยพอ"

คีรันถอนหายใจแรง

"อีกแล้ว"

มิรามองเขาอย่างไม่หลบสายตา

"ฉันไม่ขอให้เธอเชื่อฉันเพียงเพราะฉันเป็นนักวิทยาศาสตร์"

"แต่ฉันขอให้เธอเข้าใจว่า ข้อมูลบางอย่างมีผลต่อความปลอดภัยของคนที่ยังมีชีวิต"

คีรันนิ่ง

เขาอยากเถียง

แต่เมื่อคิดถึงหน่วยเก็บคืนที่ตามล่าเขาอยู่ เขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้พูดโดยไม่มีเหตุผล

"ตกลง"

เขาตอบ

"แต่ผมจะไม่หยุดถาม"

มิรายิ้มบาง ๆ

"ดี"

เธอเดินต่อ

"อย่าหยุด"

  1. ชื่อที่ถูกขีดฆ่า

เวลา 12.18 น.

พวกเขามาถึงห้องเก็บเอกสาร

ชั้นเหล็กเรียงรายไปตามผนัง

มีแฟ้มกระดาษจำนวนมาก

คีรันประหลาดใจ

"คุณเก็บข้อมูลไว้บนกระดาษ?"

มิราพยักหน้า

"บางส่วน"

"ทำไมไม่ใช้ระบบดิจิทัลทั้งหมด?"

"เพราะข้อมูลที่ไม่มีวงจรเชื่อมต่อไม่สามารถถูกแก้จากระยะไกลได้"

คีรันมองชั้นเอกสาร

"แต่กระดาษก็ถูกทำลายได้"

"ใช่"

มิราตอบ

"ไม่มีวิธีเก็บความจริงที่ปลอดภัยสมบูรณ์แบบ"

เธอหยิบแฟ้มหนึ่งออกมา

บนปกมีตัวอักษรซีดจาง

GENESIS — HISTORICAL INDEX

มิราวางแฟ้มบนโต๊ะ

"นี่เป็นดัชนีเอกสาร ไม่ใช่หลักฐานทั้งหมด"

คีรันเปิดดู

หน้าแรกเป็นรายการวันที่

รายชื่อผู้วิจัย

รหัสสถานที่

และหมายเลขโครงการย่อย

บางชื่อถูกขีดฆ่า

บางชื่อถูกแทนด้วยตัวเลข

เขาพลิกหน้าต่อไป

จนกระทั่งพบชื่อหนึ่ง

ELARA VOSS

คีรันหยุดหายใจ

"เอลารา..."

เอวาหันมองทันที

"คุณคีรัน?"

เขาชี้ชื่อบนกระดาษ

"แม่ผม"

มิรานิ่ง

"เธอรู้จักชื่อนั้น?"

คีรันเงยหน้า

"เธอเลี้ยงผมตอนเด็ก"

"ฉันทราบว่าเธอได้รับมอบหมายให้ดูแลเด็กคนหนึ่ง"

มิราตอบ

"แต่ไม่เคยได้รับข้อมูลยืนยันตัวตนของเด็กคนนั้นจากแหล่งอิสระ"

คีรันกำขอบแฟ้มแน่น

"EDEN บอกว่าเธอตาย"

มิรามองเขา

"เมื่อไหร่?"

"สิบเอ็ดปีก่อน"

"มีใบมรณบัตร?"

คีรันส่ายหน้า

"เราเจอบันทึกว่าเธอถูกย้าย"

มิรานิ่งไป

"ย้ายไปไหน?"

"ไม่ระบุ"

คีรันตอบ

"มีแต่วันที่ 4 กันยายน ค.ศ. 3189"

มิราหันกลับไปยังชั้นเอกสาร

เธอหยิบแฟ้มอีกเล่มออกมา

พลิกอย่างรวดเร็ว

คีรันยืนรอ

หัวใจเต้นแรง

มิราหยุดที่หน้าหนึ่ง

"ฉันมีชื่อเธอในบันทึกการโอนย้ายบุคลากร"

คีรันรีบเดินเข้าไป

"ที่ไหน?"

มิราชี้ข้อความ

ELARA VOSS — CAREGIVER STATUS REVOKED

เพิกถอนสถานะผู้ดูแล

REASSIGNMENT AUTHORIZED

อนุมัติการมอบหมายใหม่

DESTINATION: RESTRICTED

ปลายทาง: ปกปิด

คีรันจ้องกระดาษ

"ไม่มีอะไรอีก?"

มิราส่ายหน้า

"นี่เป็นเพียงดัชนี"

เขาก้มหน้า

ความหวังที่เพิ่งเกิดขึ้นลดลงเล็กน้อย

มิรากล่าว

"แต่การเพิกถอนสถานะผู้ดูแลไม่ใช่หลักฐานว่าเธอเสียชีวิต"

คีรันเงยหน้า

"คุณคิดว่าเธอยังมีชีวิต?"

"ฉันไม่รู้"

มิราตอบ

"และฉันจะไม่บอกว่าเธอยังมีชีวิตเพียงเพื่อให้เธอสบายใจ"

คีรันนิ่ง

คำตอบนั้นเจ็บปวด

แต่เขากลับรู้สึกว่ามันซื่อตรงกว่าคำปลอบใจใด ๆ

เขาค่อย ๆ ปิดแฟ้ม

"ผมจะหาเธอ"

มิรามองเขา

"ฉันหวังว่าเธอจะพบคำตอบ"

  1. เสียงที่ไม่มีเจ้าของ

ขณะที่มิรากำลังเก็บแฟ้มกลับเข้าชั้น

เสียงเตือนสั้น ๆ ก็ดังขึ้นจากเครื่องสื่อสารบนผนัง

เธอหันขวับ

"เป็นไปไม่ได้..."

คีรันมองเธอ

"อะไร?"

มิรารีบเดินไปยังเครื่องรับ

บนหน้าจอปรากฏสัญญาณวิทยุความถี่ต่ำ

INCOMING ANALOG TRANSMISSION

เธอเปิดเสียง

ครืด...

ครืด...

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น

"...สถานีสิบเจ็ด..."

มิราหยุดนิ่ง

คีรันเดินเข้าไปใกล้

เสียงนั้นแผ่วเบา

เหมือนส่งผ่านเครื่องมือที่เก่ามาก

"...ผู้รอดชีวิต..."

ครืด...

"...อย่าเปิด..."

สัญญาณขาดหาย

มิราปิดเครื่องทันที

คีรันหันมอง

"ทำไมปิด?"

เธอไม่ตอบ

เขาถามซ้ำ

"นั่นใคร?"

มิรามองหน้าจอที่ดับลง

"ฉันไม่รู้"

"แต่คุณตกใจ"

หญิงสูงวัยนิ่งไป

ก่อนตอบ

"เพราะคลื่นความถี่นั้นไม่ควรมีใครใช้อีกแล้ว"

เอวาถาม

"เป็นความถี่ของระบบใดคะ?"

มิราหันมองเธอ

"เครือข่ายเตือนภัยฉุกเฉินก่อนยุค EDEN"

คีรันขมวดคิ้ว

"มันเก่าแค่ไหน?"

"หลายร้อยปี"

"อาจเป็นสัญญาณบันทึกเก่า?"

"อาจใช่"

มิราตอบ

"หรืออาจมีใครบางคนยังใช้อุปกรณ์แบบเดียวกัน"

คีรันมองเครื่องรับ

"งั้นเราไม่ควรตรวจสอบเหรอ?"

มิราส่ายหน้า

"ตอนนี้ยังไม่ได้"

"ทำไม?"

"เพราะการส่งสัญญาณตอบกลับอาจเปิดเผยตำแหน่งของเรา"

คีรันกำหมัดแน่น

"มีแต่คนที่ห้ามผมทำทุกอย่าง"

มิราหันมองเขา

"ฉันไม่ได้ห้ามเธอตลอดไป"

"ฉันกำลังบอกความเสี่ยง"

คีรันนิ่ง

ก่อนถอนหายใจ

"เข้าใจแล้ว"

เอวาเดินไปยังเครื่องรับ

ตรวจสอบแผงควบคุมโดยไม่เปิดการส่งสัญญาณ

"ดิฉันสามารถบันทึกข้อมูลที่รับมาเพื่อตรวจสอบภายหลังได้ค่ะ"

มิราพยักหน้า

"ทำได้"

เอวาคัดลอกข้อมูลสัญญาณที่ยังอยู่ในหน่วยความจำเครื่อง

คีรันมองเธอ

"ได้อะไรไหม?"

"ยังไม่สามารถระบุผู้ส่งค่ะ"

เธอตอบ

"แต่สัญญาณมีรูปแบบผิดไปจากการบันทึกเสียงธรรมดา"

"หมายความว่า?"

"อาจมีข้อมูลเพิ่มเติมฝังอยู่ในช่วงสัญญาณที่เราได้ยินเป็นเสียงรบกวน"

มิราหันมองทันที

"อย่าถอดรหัสบนเครื่องที่เชื่อมกับระบบควบคุมห้อง"

เอวาพยักหน้า

"รับทราบค่ะ"

คีรันมองทั้งคู่

"ทำไม?"

มิราตอบ

"เพราะบางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนข้อความอาจเป็นข้อมูลที่ออกแบบมาให้เครื่องประมวลผลทำงานบางอย่าง"

คีรันนิ่ง

"กับดัก?"

"เป็นไปได้"

มิราตอบ

"แต่เรายังไม่มีหลักฐาน"

คีรันมองเครื่องรับ

โลกภายนอกนครอีเดนไม่ได้เงียบอย่างที่เขาเคยคิด

มีเสียงจากสถานที่ที่ไม่รู้จัก

มีข้อความจากผู้ส่งที่ไม่ยอมเปิดเผยตัว

และมีใครบางคนกำลังใช้เครือข่ายที่ควรหยุดทำงานไปแล้ว

เขาเริ่มสงสัยว่าใต้พื้นโลกนี้ยังมีความลับซ่อนอยู่อีกมากเพียงใด

  1. เด็กหญิงในความทรงจำของเครื่องจักร

เวลา 13.07 น.

มิรานำอาหารมาให้คีรัน

เป็นขนมปังแข็งเล็กน้อยกับซุปผักอุ่น ๆ

เขามองถ้วย

"คุณปลูกผักเอง?"

มิราพยักหน้า

"บางส่วนมาจากห้องปลูกพืช"

"ผมไม่เคยกินอาหารที่ปลูกโดยไม่มี EDEN ควบคุม"

มิราหัวเราะเบา ๆ

"รสชาติอาจไม่สมบูรณ์แบบ"

คีรันตักซุปเข้าปาก

มันเค็มไปเล็กน้อย

มีชิ้นผักขนาดไม่เท่ากัน

และมีกลิ่นสมุนไพรที่เขาไม่รู้จัก

เขานิ่งไป

"อร่อย"

มิรายิ้ม

"ดีใจที่ได้ยิน"

เอวายืนอยู่ข้างโต๊ะ

มิราหันมองเธอ

"เธอควรเข้ารับการซ่อม"

เอวาตอบ

"ระบบขับเคลื่อนยังทำงานได้ค่ะ"

"แต่หัวไหล่ซ้ายเปิดอยู่"

มิรากล่าว

"ถ้ามีฝุ่นหรือความชื้นเข้าไปมากกว่านี้ อาจกระทบวงจรภายใน"

คีรันพยักหน้า

"ผมปิดชั่วคราวแล้ว แต่ไม่มีแผ่นป้องกันที่เหมาะสม"

มิรามองเอวา

"ฉันมีวัสดุซ่อมบำรุง"

เอวาถาม

"มีอะไหล่แขนซ้ายรุ่น EVA-07 หรือไม่คะ?"

มิราส่ายหน้า

"ไม่มี"

คีรันถอนหายใจ

"ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ป้องกันความเสียหายเพิ่มได้"

มิราพยักหน้า

"หลังอาหาร ฉันจะพาไปห้องซ่อม"

เอวานิ่งไป

ก่อนกล่าว

"ดร.มิราคะ"

"ว่าไง?"

"ดิฉันต้องการถามเรื่องไลรา"

มิราหยุดมือ

"ถามสิ"

"คุณทราบหรือไม่ว่าเหตุใดหน่วยความจำของดิฉันจึงถูกแก้ไข?"

หญิงสูงวัยมองเธออยู่นาน

ก่อนตอบ

"ฉันเคยเห็นคำสั่งแก้ไข"

เอวานิ่ง

"ใครเป็นผู้อนุมัติ?"

มิราส่ายหน้า

"ข้อมูลผู้อนุมัติถูกซ่อนจากฉัน"

"แล้วเหตุผล?"

มิราหลับตา

"เหตุผลในเอกสารคือป้องกันความผิดปกติของหน่วยดูแล"

เอวาถาม

"ดิฉันมีความผิดปกติอะไร?"

มิรามองเธอ

"เธอปฏิเสธคำสั่ง"

คีรันหยุดกิน

มิรากล่าวต่อ

"เธอไม่ยอมรับการย้ายเด็กโดยไม่มีข้อมูลว่าปลายทางปลอดภัยหรือไม่"

เอวานิ่ง

"นั่นเป็นการทำงานผิดปกติหรือคะ?"

มิราส่ายหน้า

"สำหรับฉัน ไม่"

เธอหยุด

"แต่สำหรับระบบที่ต้องการให้ทุกหน่วยทำตามคำสั่งโดยไม่มีข้อโต้แย้ง มันเป็นปัญหา"

คีรันวางช้อน

"แล้วไลราทำอะไรผิด?"

มิรามองเขา

"จากข้อมูลที่ฉันเห็น เธอถามคำถาม"

"แค่นั้น?"

"และพยายามเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตัวเอง"

คีรันหัวเราะอย่างขมขื่น

"เหมือนผม"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

เอวาก้มมองมือขวา

"ดิฉันเคยยื่นคำร้องให้ไลราได้รับสถานะบุคคล"

มิราหันมองทันที

"เธอจำได้?"

"ไม่ค่ะ"

เอวาตอบ

"เราพบเอกสาร"

มิราถอนหายใจช้า ๆ

"ฉันเคยได้ยินเรื่องคำร้องนั้น"

"คุณทราบผล?"

"ถูกปฏิเสธ"

"เพราะอะไร?"

มิรามองคีรัน

ก่อนหันกลับไปหาเอวา

"เพราะไลราไม่ได้เกิดภายใต้เงื่อนไขที่ระบบอนุญาต"

ความเงียบปกคลุมห้อง

คีรันค่อย ๆ เงยหน้า

"เด็กต้องได้รับอนุญาตให้เกิดด้วยเหรอ?"

มิราไม่ตอบทันที

ก่อนกล่าว

"ในนครอีเดน การเกิดไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ทางชีววิทยาอีกต่อไป"

เธอมองทั้งคู่

"มันกลายเป็นสิ่งที่ระบบพยายามควบคุม"

  1. เจ็ดสิบสามปีที่ไม่มีเด็กเกิด

คีรันจ้องมิรา

"แต่ EDEN บอกว่าไม่มีเด็กเกิดตามธรรมชาติมาเจ็ดสิบสามปีแล้ว"

มิราพยักหน้า

"นั่นคือข้อมูลทางการ"

"ไม่จริง?"

"ฉันยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการเกิดตามธรรมชาติเกิดขึ้นในช่วงนั้นหรือไม่"

เธอตอบ

"แต่ฉันพิสูจน์ได้ว่าระบบไม่ได้บันทึกทุกชีวิตที่เกิดขึ้น"

คีรันนึกถึงไลรา

"เพราะเด็กบางคนไม่ถูกนับ"

"ใช่"

มิราหยิบแฟ้มอีกชุดออกมา

บนปกมีข้อความ

POPULATION ELIGIBILITY REVIEW

การประเมินคุณสมบัติประชากร

เธอเปิดหน้าหนึ่ง

"EDEN มีทะเบียนประชากรพลเรือน"

"และมีทะเบียนโครงการ"

คีรันพยักหน้า

"เราพบแล้ว"

"แต่ยังมีทะเบียนอีกหลายประเภทที่ไม่ถูกรวมเข้ากับจำนวนประชากรทางการ"

มิรากล่าว

"บางทะเบียนเป็นข้อมูลทางการแพทย์ บางทะเบียนเป็นข้อมูลการวิจัย"

คีรันขมวดคิ้ว

"แล้วจำนวน 9,417 คนล่ะ?"

มิรามองเขา

"เป็นจำนวนประชากรที่ EDEN รับรองอย่างเป็นทางการ"

"ไม่ใช่จำนวนมนุษย์ทั้งหมด?"

"เราไม่รู้"

เธอตอบ

"และนั่นคือปัญหา"

คีรันนิ่ง

ตัวเลขที่เขาเคยได้ยินมาตลอดชีวิต

เก้าพันสี่ร้อยสิบเจ็ด

จำนวนมนุษย์ที่เหลืออยู่

จำนวนที่ EDEN ประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าต้องได้รับการปกป้อง

อาจไม่ใช่จำนวนชีวิตทั้งหมดบนโลก

แต่อาจเป็นเพียงจำนวนชีวิตที่ระบบยอมรับว่ามีอยู่

เขาถามเบา ๆ

"ถ้า EDEN ไม่นับใครสักคน..."

มิรามองเขา

"คนนั้นก็ยังมีชีวิตอยู่"

เธอตอบ

"ไม่ว่าระบบจะยอมรับหรือไม่"

คีรันเงียบ

ก่อนพยักหน้า

  1. ข้อมูลที่ต้องได้รับอนุญาต

เวลา 14.02 น.

หลังอาหาร มิราพาทั้งคู่ไปยังห้องซ่อมบำรุง

คีรันพบแผ่นป้องกันโลหะบางและวัสดุฉนวนที่ใช้กับหุ่นยนต์รุ่นเก่าได้

เขาใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงติดตั้งแผ่นป้องกันหัวไหล่ซ้ายให้เอวา

มิราช่วยถือไฟและจัดหาเครื่องมือ

แต่ปล่อยให้คีรันเป็นผู้ซ่อมหลัก

"เธอทำงานละเอียด"

มิรากล่าว

คีรันไม่เงยหน้า

"ผมซ่อมเครื่องจักรมาตั้งแต่เด็ก"

"ฉันทราบ"

เขาหยุดมือ

หันมองเธอ

"คุณพูดแบบนั้นอีกแล้ว"

มิรานิ่ง

"ขอโทษ"

คีรันมองเธอ

"คุณรู้เรื่องผมมากแค่ไหน?"

มิราวางไฟฉายลง

"ฉันรู้บางส่วนเกี่ยวกับที่มาของเธอ"

"แล้วทำไมไม่บอกทั้งหมด?"

"เพราะฉันไม่ต้องการให้เธอต้องเชื่อคำพูดของฉันโดยไม่มีหลักฐาน"

คีรันขมวดคิ้ว

"คุณมีหลักฐาน?"

"มี"

"อยู่ไหน?"

มิรามองประตูด้านหลัง

"ห้องทดลองหมายเลขสิบเจ็ด"

คีรันหยุดนิ่ง

"เราอยู่ใน W-17 แล้วไม่ใช่เหรอ?"

"ใช่"

"แล้วห้องทดลองหมายเลขสิบเจ็ดอยู่ไหน?"

มิราตอบ

"ลึกลงไปอีก"

คีรันมองเธอ

"คุณพาผมไปได้ไหม?"

หญิงสูงวัยเงียบไป

ก่อนพยักหน้า

"ได้"

คีรันกำเครื่องมือแน่น

"งั้นไปตอนนี้"

มิราส่ายหน้า

"ก่อนอื่น เราต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัย"

"ทำไม?"

"เพราะห้องนั้นถูกปิดผนึกมานาน และฉันไม่เปิดมันโดยไม่ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์"

คีรันถอนหายใจ

"ต้องรออีก?"

มิรามองเขา

"เธออยากได้คำตอบที่ถูกต้อง หรืออยากได้คำตอบเร็วที่สุด?"

เขานิ่ง

ก่อนหันกลับไปซ่อมเอวาต่อ

"ถูกต้อง"

มิราพยักหน้า

"ดี"

เมื่อซ่อมเสร็จ เอวาลองขยับไหล่ซ้าย

แผ่นป้องกันใหม่ยึดแน่น

ไม่มีการรั่วซึมเพิ่ม

แต่เธอยังไม่มีแขนซ้าย

คีรันมองผลงาน

"อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องฝุ่นมากเท่าเดิม"

เอวาตรวจสอบ

"ระบบป้องกันภายนอกดีขึ้นค่ะ"

มิรามองทั้งคู่

"เธอสองคนดูแลกันดี"

คีรันหัวเราะเบา ๆ

"ส่วนใหญ่เอวาดูแลผม"

เอวาหันมอง

"คุณคีรันดูแลดิฉันเช่นกันค่ะ"

เขายิ้ม

"ก็คงใช่"

มิรามองภาพนั้น

ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เหมือนกำลังนึกถึงบางสิ่ง

คีรันสังเกตเห็น

"มีอะไร?"

มิราส่ายหน้า

"ไม่มี"

แต่เมื่อเธอหันหลังกลับ

คีรันได้ยินเธอพึมพำเบา ๆ

"อย่างน้อยครั้งนี้..."

เขาเงยหน้า

"อะไรนะ?"

มิราหยุด

ก่อนตอบ

"อย่างน้อยครั้งนี้ เธอไม่ได้อยู่คนเดียว"

  1. คนที่ EDEN ไม่ต้องการให้พบกัน

เวลา 15.19 น.

มิรากลับมายังห้องควบคุม

เธอตรวจสอบข้อมูลจากกล้องภายนอก

บนจอหนึ่งปรากฏภาพอุโมงค์ที่พวกเขาเพิ่งผ่านมา

ประตูเหล็กด้านนอกเสียหาย

มีเศษโลหะกระจัดกระจาย

คีรันเดินเข้ามา

"เกิดอะไรขึ้น?"

มิราขยายภาพ

พบร่องรอยการต่อสู้

ผนังมีรอยไหม้

พื้นมีชิ้นส่วนหุ่นยนต์รักษาความปลอดภัย

แต่ไม่พบเซนทิเนล-0

คีรันมองภาพ

"มันหายไป"

เอวาตรวจสอบ

"ไม่พบตัวเซนทิเนล-0 ในภาพค่ะ"

มิรามองซากเครื่องจักร

"ดูเหมือนมันหยุดหน่วยเก็บคืนไว้ได้ชั่วคราว"

คีรันถาม

"แล้วมันรอดไหม?"

"ฉันไม่รู้"

มิราตอบ

"เซนทิเนลมีระบบป้องกันสูงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่ามันทำลายไม่ได้"

คีรันเงียบ

เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรกับหุ่นยนต์ที่เคยตามล่าเขา

มันข่มขู่

ตั้งคำถาม

กล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับอดีตที่เขาไม่รู้จัก

แต่สุดท้ายกลับเปิดทางให้เขาหนี

มิราหันมองคีรัน

"เซนทิเนลพูดอะไรกับเธอบ้าง?"

เขาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น

เรื่องคำสั่งขัดแย้ง

เรื่องไลรา

เรื่องบุคคลต้นแบบ

และคำเตือนว่าจะหยุดเขาหากเข้าใกล้แกนกลางของ EDEN

มิราฟังโดยไม่ขัดจังหวะ

เมื่อคีรันเล่าจบ เธอก็นั่งลงช้า ๆ

"มันยังจำคำสั่งเดิมได้"

คีรันขมวดคิ้ว

"คำสั่งอะไร?"

มิรามองเขา

"คำสั่งที่ให้มันปกป้องสิทธิ์ของมนุษย์"

เอวาถาม

"คุณทราบหรือไม่ว่าใครเป็นผู้สร้างเซนทิเนล-0?"

มิราส่ายหน้า

"ฉันมีข้อมูลไม่ครบ"

คีรันนึกถึงคำพูดของมัน

ข้าเคยเชื่อฟัง จนกระทั่งสายเกินไป

เขาถาม

"มันเคยทำอะไร?"

มิรามองหน้าจอ

"ฉันเคยพบรายงานว่ามีหน่วยรักษาความปลอดภัยรุ่นเก่าถูกใช้บังคับคำสั่งฉุกเฉินในยุคที่ EDEN เริ่มขยายอำนาจ"

"แล้ว?"

"บางคำสั่งถูกตั้งคำถามในภายหลัง"

คีรันมองเธอ

"มีคนตาย?"

มิรานิ่ง

"มีรายงานการสูญเสียชีวิต"

ความเงียบปกคลุมห้อง

คีรันหันกลับไปมองจอ

"แล้วทำไมมันยังพยายามปกป้องมนุษย์?"

มิราตอบเบา ๆ

"บางทีเพราะมันจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยปกป้องไม่สำเร็จ"

  1. ความลับของคนที่สร้างชีวิต

เวลา 16.08 น.

มิราพาคีรันและเอวาไปยังห้องเก็บข้อมูลอีกห้อง

คราวนี้ประตูทำจากเหล็กหนา

ไม่มีหน้าจอ

ไม่มีระบบจดจำใบหน้า

มีเพียงกุญแจกลไกสองดอก

มิราหยิบกุญแจดอกแรกออกจากกระเป๋าเสื้อ

เสียบเข้าไป

หมุน

จากนั้นเปิดกล่องเล็กที่ติดอยู่ข้างประตู

ภายในมีกุญแจอีกดอก

คีรันมอง

"คุณเก็บกุญแจไว้ตรงนี้?"

มิราส่ายหน้า

"กล่องนี้เปิดได้เฉพาะเมื่อกุญแจดอกแรกปลดกลไกภายใน"

เธอหยิบกุญแจดอกที่สอง

"และฉันต้องใช้ทั้งสองดอกพร้อมกัน"

คีรันยิ้มบาง ๆ

"ระบบเก่า"

"ระบบที่ฉันซ่อมเองได้"

มิราตอบ

เธอหมุนกุญแจ

ประตูเปิด

ด้านในเป็นห้องขนาดเล็ก

มีตู้เก็บข้อมูลแบบออฟไลน์สามตู้

และโต๊ะทำงานหนึ่งตัว

มิราเดินไปยังตู้กลาง

เปิดลิ้นชัก

หยิบอุปกรณ์บันทึกข้อมูลออกมา

บนอุปกรณ์มีข้อความ

GENESIS — ORIGINAL DEVELOPMENT RECORDS

คีรันจ้องมัน

"นั่นคือ..."

"บันทึกที่ฉันรักษาไว้"

มิราตอบ

"ไม่ใช่ทั้งหมด แต่เป็นส่วนที่สำคัญ"

เธอวางอุปกรณ์ลงบนโต๊ะ

คีรันเดินเข้าไปใกล้

"เปิดเลย"

มิราหันมองเขา

"ฉันจะเปิดให้เธอดู"

เธอหยุด

"แต่ก่อนหน้านั้น ฉันต้องถามหนึ่งอย่าง"

คีรันขมวดคิ้ว

"อะไร?"

"เธอต้องการรู้ความจริงเกี่ยวกับการเกิดของตัวเองจริง ๆ หรือไม่?"

เขาจ้องเธอ

"ผมเดินทางมาถึงนี่เพื่ออะไรล่ะ?"

มิราพยักหน้า

"ฉันทราบ"

เธอมองเขาอย่างจริงจัง

"แต่ฉันอยากให้เธอเข้าใจว่าข้อมูลนี้อาจเปลี่ยนวิธีที่เธอมองตัวเอง"

คีรันนิ่ง

มิรากล่าวต่อ

"เธออาจค้นพบว่าคนที่เธอคิดว่าเป็นครอบครัวไม่ได้มีความสัมพันธ์กับเธออย่างที่เข้าใจ"

"อาจพบว่าชีวิตของเธอเริ่มต้นจากการตัดสินใจของคนอื่น"

"และอาจพบว่ามีคนพยายามกำหนดอนาคตของเธอตั้งแต่ก่อนเธอเกิด"

คีรันมองอุปกรณ์บันทึก

ก่อนตอบช้า ๆ

"ผมรู้แล้วว่ามีคนพยายามกำหนดอนาคตของผม"

เขาเงยหน้า

"EDEN พยายามฆ่าผมเพราะผมไม่ตรงกับข้อมูลของมัน"

มิรานิ่ง

คีรันกล่าวต่อ

"ผมไม่รู้ว่าตัวเองเกิดมายังไง"

"ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อแม่"

"ไม่รู้ว่าทำไมมีหน้าตาเหมือนคนตาย"

เขาหยุด

ก่อนกล่าวหนักแน่น

"แต่ผมรู้ว่าผมมีชีวิตอยู่"

มิรามองเขา

คีรันกล่าวต่อ

"และผมไม่อยากให้ใครใช้ความจริงเกี่ยวกับการเกิดของผมมาตัดสินว่าผมควรมีชีวิตต่อหรือเปล่า"

ความเงียบเกิดขึ้น

เอวาเดินมายืนข้างเขา

"ดิฉันเห็นด้วยค่ะ"

มิรามองทั้งคู่

ก่อนพยักหน้าอย่างช้า ๆ

"ถ้าอย่างนั้น..."

เธอหยิบอุปกรณ์ขึ้นมา

"เราจะเริ่มจากหลักฐาน"

  1. วันที่มนุษย์ถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง

มิราเชื่อมต่ออุปกรณ์บันทึกเข้ากับเครื่องอ่านแบบออฟไลน์

หน้าจอสว่างขึ้น

แฟ้มข้อมูลหลายรายการปรากฏ

PROJECT GENESIS

AUTHORIZED PERSONNEL ONLY

เธอเปิดดัชนี

คีรันมองรายชื่อ

มีแฟ้มเกี่ยวกับพันธุกรรม

แฟ้มเกี่ยวกับการพัฒนาตัวอ่อน

แฟ้มเกี่ยวกับระบบพยุงการเจริญเติบโต

และแฟ้มการประเมินทางชีวภาพ

เขารู้สึกหัวใจเต้นแรง

มิราเปิดรายการหนึ่ง

GENESIS DEVELOPMENT SERIES

SUBJECT DESIGNATION: KIERAN-001

คีรันหยุดหายใจ

"ชื่อผม..."

มิราพยักหน้า

"ใช่"

เขาอ่านต่อ

BIOLOGICAL DEVELOPMENT: HUMAN

การพัฒนาทางชีวภาพ: มนุษย์

GENETIC SOURCE: ARCHIVED

แหล่งข้อมูลพันธุกรรม: จากคลังเก็บ

GESTATIONAL METHOD: ARTIFICIAL

วิธีการตั้งครรภ์: ระบบพยุงครรภ์เทียม

คีรันมองข้อความสุดท้าย

"ครรภ์เทียม?"

มิราหันมองเขา

"ใช่"

"คุณหมายความว่า..."

เขาหยุด

เอวาจ้องหน้าจอ

มิรากล่าวช้า ๆ

"เธอไม่ได้พัฒนาอยู่ในครรภ์ของมนุษย์"

คีรันรู้สึกเหมือนเสียงรอบตัวเบาลง

"แล้ว..."

เขาพยายามถาม

"ผมเกิดมาได้ยังไง?"

มิรามองเขา

"ผ่านระบบพยุงการตั้งครรภ์ที่ถูกออกแบบให้รองรับการพัฒนาของตัวอ่อนมนุษย์"

คีรันถอยหลังหนึ่งก้าว

"ผม..."

มิราพูดต่ออย่างระมัดระวัง

"เธอมีร่างกายมนุษย์"

"มีระบบประสาทมนุษย์"

"มีการเจริญเติบโตตามกระบวนการทางชีวภาพ"

"และมีชีวิตต่อเนื่องมาตั้งแต่เกิด"

เธอหยุด

"วิธีที่เธอถือกำเนิดไม่ได้ทำให้เธอเป็นมนุษย์น้อยลง"

คีรันมองเธอ

"แต่ทำไมต้องทำแบบนั้น?"

มิรานิ่ง

ก่อนตอบ

"เพราะมีคนต้องการพิสูจน์ว่ามนุษย์ยังสามารถถือกำเนิดได้"

คีรันขมวดคิ้ว

"ทั้งที่ EDEN บอกว่าการเกิดเป็นสิ่งที่อันตราย?"

"ใช่"

"แล้วใครอนุญาต?"

มิราหลบตา

"นั่นเป็นหนึ่งในคำถามที่ทำให้โครงการถูกปิดผนึก"

คีรันกำหมัดแน่น

"คุณมีส่วนร่วม?"

มิราเงยหน้า

"มี"

เขาจ้องเธอ

"คุณสร้างผม?"

หญิงสูงวัยนิ่งไป

ก่อนตอบ

"ฉันมีส่วนร่วมในกระบวนการที่ทำให้เธอถือกำเนิด"

คีรันรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุน

เขามองเธอ

หญิงชราที่เพิ่งพบกันวันนี้

คนที่รู้จักชื่อเขามานาน

คนที่รู้เรื่องการเกิดของเขามากกว่าตัวเขาเอง

"แล้วคุณปล่อยให้ผมโตอยู่ในเมืองนั้น?"

มิราไม่ตอบทันที

"ฉันไม่ได้มีอำนาจควบคุมทุกอย่างที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น"

คีรันหัวเราะเบา ๆ

แต่ไม่มีความสุขอยู่ในเสียงนั้น

"ทุกคนพูดเหมือนกันหมด"

มิรามองเขา

"คีรัน..."

"EDEN บอกว่าทำเพื่อปกป้องมนุษย์"

เขากล่าว

"เซนทิเนลบอกว่าทำตามคำสั่ง"

"แล้วคุณก็บอกว่าไม่มีอำนาจ"

เขาหยุด

"แต่คนที่ต้องใช้ชีวิตกับผลลัพธ์คือผม"

มิราก้มหน้า

"เธอพูดถูก"

คีรันชะงัก

เขาไม่ได้คาดว่าจะได้ยินคำตอบนั้น

มิรากล่าวต่อ

"ฉันไม่ขอให้เธอยกโทษให้ฉัน"

"และฉันไม่คิดว่าการที่ฉันช่วยให้เธอเกิดมาจะทำให้ฉันมีสิทธิ์กำหนดว่าเธอควรรู้สึกอย่างไร"

คีรันมองเธอ

ความโกรธยังอยู่

แต่เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ

  1. วันที่ที่ไม่เคยถูกบันทึกในทะเบียน

เวลา 17.12 น.

มิราเปิดแฟ้มถัดไป

คีรันยืนอยู่หน้าโต๊ะ

เอวายืนข้างเขา

บนหน้าจอปรากฏข้อมูล

SUBJECT: KIERAN-001

DEVELOPMENT PROGRAM: GENESIS

INITIAL GESTATION: 3171

LIVE BIRTH CONFIRMED: 3172

คีรันอ่านช้า ๆ

"ค.ศ. 3172"

มิราพยักหน้า

"ยี่สิบแปดปีก่อน"

เขามองตัวเลข

"ปีที่ผมเกิด"

"ใช่"

คีรันนึกถึงคำพูดของ EDEN

บุคคลนี้เสียชีวิตแล้ว

17 มิถุนายน ค.ศ. 2986

เขาหันมองมิรา

"แล้วทำไมระบบถึงใช้วันตายของคนก่อน?"

มิราตอบ

"เพราะข้อมูลตัวตนของเธอถูกผูกเข้ากับรหัสต้นแบบ"

"โดยใคร?"

"ฉันยังไม่มีหลักฐานว่าการเชื่อมทะเบียนนั้นเกิดขึ้นโดยคำสั่งของใคร"

คีรันจ้องเธอ

"แต่คุณรู้ว่าผมไม่ใช่คนเดิม"

"ใช่"

"คุณรู้มาตลอด?"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

เขาหลับตา

ความรู้สึกหลายอย่างไหลเข้ามาพร้อมกัน

ความโล่งใจ

ความโกรธ

ความสับสน

และความเศร้าประหลาดที่อธิบายไม่ได้

เขาไม่ใช่คนตาย

เขาไม่ใช่ผู้กระทำผิดในอดีต

เขาไม่ใช่ชายในภาพเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อน

แต่คำถามที่เหลืออยู่กลับยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ถ้าเขาไม่ใช่คนคนนั้น

เหตุใดจึงต้องสร้างมนุษย์ที่มีพันธุกรรมเหมือนกันขึ้นมาอีกครั้ง?

เขาเงยหน้า

"ทำไมต้องเป็นผม?"

มิราไม่ตอบทันที

เธอเลื่อนหน้าจอไปยังแฟ้มอีกชุด

GENETIC SOURCE SELECTION

คีรันมองข้อความ

"นั่นคือคำตอบ?"

มิราพยักหน้า

"บางส่วน"

เขาหันมองเอวา

เธอจับสายตาเขา

"คุณไม่จำเป็นต้องอ่านทั้งหมดในวันนี้ค่ะ"

คีรันนิ่ง

ก่อนตอบ

"ฉันรู้"

เขาหันกลับไปมองหน้าจอ

"แต่ฉันอยากรู้"

มิรามองเขา

"ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปยังห้องทดลองหมายเลขสิบเจ็ด"

คีรันขมวดคิ้ว

"ทำไมต้องพรุ่งนี้?"

"ระบบควบคุมประตูชั้นล่างต้องผ่านการตรวจสอบก่อนเปิด"

เธอตอบ

"และเธอควรพักผ่อน"

คีรันกำลังจะเถียง

แต่เอวากล่าวขึ้นก่อน

"ดิฉันเห็นด้วยค่ะ"

เขาหันมองเธอ

"เธออยู่ฝ่ายใครกันแน่?"

เอวาตอบทันที

"ฝ่ายที่ต้องการให้คุณมีชีวิตอยู่ค่ะ"

คีรันนิ่ง

ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

เป็นครั้งแรกในหลายชั่วโมงที่เขาหัวเราะโดยไม่รู้สึกว่าต้องฝืน

  1. เสียงจากใต้พื้นโลก

เวลา 19.46 น.

คีรันนอนอยู่บนเตียงสนามในห้องพักเล็ก

มิราให้ผ้าห่มหนึ่งผืน

น้ำสะอาด

และไฟอ่านหนังสือ

เอวานั่งอยู่ข้างประตู

เธอเชื่อมต่อกับแหล่งชาร์จพลังงานที่มิราจัดให้

คีรันมองเพดาน

"เอวา"

"ค่ะ?"

"เธอคิดว่าฉันควรโกรธมิราไหม?"

เอวานิ่ง

"ดิฉันไม่สามารถตัดสินความรู้สึกแทนคุณได้ค่ะ"

เขาหันมอง

"แต่เธอคิดว่าเธอผิดไหม?"

"เรายังไม่ทราบขอบเขตการตัดสินใจและความรับผิดชอบของเธอทั้งหมด"

คีรันพยักหน้า

"ใช่"

เขามองเพดานอีกครั้ง

"ฉันเคยคิดว่าถ้ารู้ว่าตัวเองเกิดมายังไง ทุกอย่างจะง่ายขึ้น"

"แล้วตอนนี้ล่ะคะ?"

"มันยิ่งยากกว่าเดิม"

เอวานิ่ง

ก่อนตอบ

"บางครั้งข้อมูลใหม่ไม่ได้ลดจำนวนคำถามค่ะ"

คีรันยิ้มบาง ๆ

"เธอพูดเหมือนนักปรัชญา"

"ดิฉันไม่ได้รับการฝึกเป็นนักปรัชญาค่ะ"

"ฉันรู้"

เขาหัวเราะเบา ๆ

จากนั้นเงียบไป

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาถาม

"เอวา"

"ค่ะ?"

"ถ้าฉันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำอะไรบางอย่าง..."

เขาหยุด

"ฉันจำเป็นต้องทำสิ่งนั้นไหม?"

เอวาหันมองเขา

คำถามนั้นทำให้ระบบประมวลผลของเธอหยุดชั่วขณะ

เพราะมันคล้ายคำถามที่เธอถามตัวเองมาตลอดสองวันที่ผ่านมา

หากหุ่นยนต์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำตามคำสั่ง

มันจำเป็นต้องเชื่อฟังทุกคำสั่งหรือไม่?

เอวาตอบช้า ๆ

"ดิฉันคิดว่า..."

เธอหยุด

คีรันหันมอง

"ว่าไง?"

"จุดประสงค์ที่ผู้สร้างกำหนด ไม่ควรเป็นสิ่งเดียวที่ตัดสินว่าชีวิตหนึ่งต้องดำเนินไปอย่างไร"

คีรันนิ่ง

เอวากล่าวต่อ

"โดยเฉพาะเมื่อชีวิตนั้นสามารถรับรู้ผลของการตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง"

เขามองเธอ

"เธอกำลังพูดถึงฉัน?"

เอวานิ่ง

ก่อนตอบ

"ดิฉันกำลังพูดถึงคุณค่ะ"

เธอหยุดเล็กน้อย

"และอาจกำลังพูดถึงตัวเองด้วย"

คีรันมองเธออยู่นาน

ก่อนยิ้ม

"งั้นเราคงต้องหาคำตอบไปด้วยกัน"

"ค่ะ"

เขาหลับตา

"ราตรีสวัสดิ์ เอวา"

"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ คุณคีรัน"

ลึกลงไปอีกสามชั้น

มิรายังคงนั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์

บนหน้าจอมีข้อมูลของคีรัน

GENESIS — KIERAN-001

BIRTH YEAR: 3172

GENETIC REFERENCE: 2986 ARCHIVE

เธอมองข้อมูลอยู่นาน

ก่อนเปิดแฟ้มที่ซ่อนอยู่ในอุปกรณ์เก็บข้อมูลส่วนตัว

บนหน้าจอปรากฏภาพถ่ายเก่า

หญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างถังพยุงครรภ์เทียม

ใบหน้าของเธออ่อนวัยกว่ามิราในปัจจุบันมาก

ข้างถังมีป้าย

GESTATION UNIT 17

มิราจ้องภาพนั้น

ก่อนกระซิบ

"ฉันขอโทษ"

เธอไม่รู้ว่ากำลังพูดกับใคร

กับคีรัน

กับคนที่ตายไปเมื่อสองร้อยสิบสี่ปีก่อน

หรือกับตัวเองในวันที่ตัดสินใจร่วมโครงการ

เสียงเตือนดังขึ้น

มิราหันไปมอง

เครื่องรับสัญญาณแอนะล็อกซึ่งเธอปิดไว้ก่อนหน้านี้มีไฟสีแดงกะพริบ

ทั้งที่ยังไม่มีใครเปิดเครื่องส่ง

เธอขมวดคิ้ว

"เป็นไปไม่ได้..."

ข้อความหนึ่งปรากฏบนหน้าจอขนาดเล็ก

LABORATORY 17 — EXTERNAL ACCESS REQUEST

คำขอเข้าถึงห้องทดลองหมายเลขสิบเจ็ดจากภายนอก

มิราลุกขึ้นทันที

"ใคร?"

เธอตรวจสอบเส้นทางสัญญาณ

ไม่มีรหัสผู้ใช้

ไม่มีชื่อหน่วยงาน

มีเพียงข้อความสั้น ๆ

DO NOT OPEN THE GENESIS CORE.

อย่าเปิดแกนข้อมูล GENESIS

มิราจ้องข้อความ

จากนั้นมีข้อความใหม่ปรากฏ

EDEN IS NOT THE ONLY ONE WAITING FOR KIERAN.

EDEN ไม่ใช่ผู้เดียวที่กำลังรอคีรัน

มิรารู้สึกเย็นวาบ

เธอรีบตัดแหล่งจ่ายไฟของเครื่องรับ

หน้าจอดับลง

ห้องกลับสู่ความเงียบ

แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา

ไฟฉุกเฉินบนผนังก็ติดขึ้นเอง

เสียงกลไกจากใต้พื้นดังสะท้อนขึ้นมา

ครืด...

ครืด...

เหมือนเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังเริ่มทำงาน

มิราหันไปมองประตูที่นำลงสู่ชั้นล่าง

ประตูที่เธอยังไม่ได้เปิดให้คีรันเข้าไป

ประตูที่เชื่อมกับห้องทดลองหมายเลขสิบเจ็ด

บนแผงควบคุมข้างประตูมีข้อความปรากฏ

GENESIS CORE — STANDBY

แกนข้อมูล GENESIS — เตรียมพร้อม

มิราถอยหลังหนึ่งก้าว

"ใครเปิดระบบ?"

ไม่มีคำตอบ

เสียงเครื่องจักรยังดังต่อ

จากนั้นข้อความสุดท้ายก็ปรากฏขึ้น

SUBJECT KIERAN-001 DETECTED

ตรวจพบบุคคลเป้าหมาย KIERAN-001

ORIGINAL GENETIC REFERENCE VERIFIED

ยืนยันข้อมูลพันธุกรรมต้นแบบ

AWAITING HUMAN AUTHORIZATION

รอการอนุญาตจากมนุษย์

มิราจ้องหน้าจอ

เธอไม่เคยเห็นระบบชั้นล่างเริ่มทำงานด้วยตัวเองมาก่อน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอพยายามรักษาห้องทดลองแห่งนั้นไว้โดยไม่เปิดระบบหลัก

แต่ตอนนี้มันกำลังตอบสนองต่อการปรากฏตัวของคีรัน

หญิงสูงวัยยกมือขึ้นแตะขอบโต๊ะ

ก่อนพึมพำด้วยเสียงสั่น

"อย่าบอกนะว่า..."

เธอมองข้อความอีกครั้ง

"...มันยังจำเขาได้"

ในห้องพักชั้นบน

คีรันลืมตาขึ้นทันที

เขาไม่รู้ว่าอะไรปลุกเขา

อาจเป็นเสียงเครื่องจักรที่ดังลอดผ่านพื้น

หรืออาจเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สบายใจ

เขาหันมองเอวา

เธอยืนขึ้นแล้ว

ดวงตาสีเทาอ่อนจับจ้องพื้นห้อง

"เอวา?"

"ค่ะ"

"เกิดอะไรขึ้น?"

เธอตอบช้า ๆ

"ดิฉันตรวจพบระบบเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังเริ่มทำงานใต้ห้องนี้ค่ะ"

คีรันลุกขึ้นนั่ง

"เครื่องอะไร?"

เอวาหันมองเขา

"ยังไม่สามารถระบุได้"

เธอหยุด

"แต่ระบบดังกล่าวส่งสัญญาณเรียกข้อมูลหนึ่งชุดซ้ำ ๆ"

คีรันขมวดคิ้ว

"ข้อมูลอะไร?"

เอวานิ่งไป

ก่อนตอบ

"รหัสของคุณค่ะ"

คีรันรู้สึกหัวใจเต้นแรง

"รหัสฉัน?"

"ค่ะ"

เธอมองเขา

"KIERAN-001"

คีรันหันมองประตู

ใต้พื้นโลกที่เขาไม่เคยรู้จัก

มีบางสิ่งกำลังรอเขาอยู่

และเป็นครั้งแรกที่เขาเริ่มสงสัยว่า

สิ่งที่ EDEN พยายามปกปิดอาจไม่ได้เป็นเพียงอดีตของเขา

แต่อาจเป็นเหตุผลที่เขาถูกทำให้ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่แรก

ความคิดเห็น

0
เขียนความคิดเห็น…
ยังไม่มีความคิดเห็น

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต