Kamelessia Stories
ปก เสียงกระซิบของใครบางคน จากร่องรอยที่หายไปกลับไปที่นิยายเสียงกระซิบของใครบางคน จากร่องรอยที่หายไป
ตอนที่ 3

สิ่งที่เชื่อมโยง

คำโกหกครั้งแรกของลลินมีพยานสองคน และตอนนี้ไม่มีหลักฐานอยู่ในมือเธอเลย

อคินยังซ่อนแผ่นทองแดงกับใบส่งผลึกไว้ในแขนเสื้อ รินยืนเฝ้าปากตรอกหลังโรงพิมพ์เก่า ส่วนกล่องผนึกของสภากำลังถูกนำไปยังหอกลาง พร้อมหลักฐานทุกชิ้นที่ลลินยอมส่งให้เจ้าหน้าที่

“คุณตอบว่าไม่มีได้คล่องกว่าที่คิด” อคินพูด

“ฉันไม่ได้ตอบเพื่อช่วยคุณ”

“ผมก็ไม่ได้ขอบคุณ”

ลลินผลักประตูไม้เก่าซึ่งสีลอกจนเห็นเนื้อไม้ด้านใน ห้องเรียงพิมพ์ร้างมีกลิ่นกระดาษชื้นกับน้ำมันเครื่อง แท่นพิมพ์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ส่วนรางทองแดงจากหลังคาพาดผ่านผนังด้านหลังลงสู่คลอง

ลลินเลือกสถานที่นี้เพราะมีรางทองแดง และเพราะอาคารถูกถอนออกจากบัญชีอาคารใช้งานเมื่อสองปีก่อน กุญแจยังอยู่กับริน ซึ่งเคยมาช่วยจัดคลังหนังสือก่อนโรงพิมพ์ปิด

“เรามีเวลาสามสิบนาที” รินบอกหลังปิดประตู “เจ้าหน้าที่หอจะตรวจกล่องเครื่องมือของพี่ลลินตอนเที่ยง ฉันลงชื่อรับหมายเรียกแล้ว”

ลลินหันไปมองทันที “ทำไมเธอรับแทนฉัน”

“ถ้าไม่รับ เขาจะส่งคนตามค่ะ” รินวางสมุดภาคสนามลงบนโต๊ะ “ตอนนี้พวกเขาคิดว่าพี่กำลังคืนอุปกรณ์อยู่กับฉัน ไม่ได้อยู่กับ—”

เธอมองอคิน แต่หยุดก่อนพูดคำว่า คนที่ไม่มีตัวตน

การตัดสินใจของรินช่วยซื้อเวลาให้พวกเขา แต่ก็ทำให้ชื่อของเธอเข้าไปเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในคดีด้วย

“ครั้งหน้าอย่าลงชื่อแทนโดยไม่ถาม” ลลินว่า

“ครั้งหน้าพี่ก็อย่าตอบเจ้าหน้าที่ว่าไม่มี ทั้งที่ฉันเห็นว่ามีค่ะ”

รินพูดเบา แต่สบตาลลินตรง ๆ

จากนั้นเธอหยิบกระดาษอีกชุดออกจากเสื้อคลุม วางไว้ข้างสมุดภาคสนาม

“นี่คือสำเนาบัญชีเบิกผลึกประจำเดือน ฉันคัดไว้ก่อนออกจากหอ ถ้าเจ้าหน้าที่ตรวจกล่องของพี่ อย่างน้อยเรายังมีตัวเลขไว้เทียบกับใบส่ง”

อคินเดินผ่านทั้งคู่ไปที่โต๊ะเรียงพิมพ์ “ถ้าพวกคุณจะทะเลาะกัน ผมขอเก็บของกลับก่อน”

“เอาหลักฐานออกมา” ลลินสั่ง

“นี่เป็นวิธีขอความร่วมมือของหอหรือ”

“นี่เป็นวิธีขอหลักฐานจากคนที่ขโมยมันต่อหน้าฉัน”

“คุณเป็นคนบอกเจ้าหน้าที่ว่าไม่มี”

“ฉันบอกเจ้าหน้าที่ ไม่ได้ยกหลักฐานให้คุณ”

อคินมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนดึงห่อผ้าน้ำมันออกจากแขนเสื้อ เขาวางแผ่นทองแดง 4—ตะวันตก—17 กับใบส่งผลึก น—17 ลงบนผ้า แต่ยังวางมือทับไว้

“ของจริงต้องอยู่กับผม”

“จนกว่าเราจะหาที่ปลอดภัยกว่านี้ได้”

“คุณหมายถึงจนกว่าจะเอากลับเข้าหอ”

“ฉันหมายถึงจนกว่าเราจะพิสูจน์ได้ว่าใครเคยแตะหลักฐานสองชิ้นนี้บ้าง”

ลลินเปิดกล่องเครื่องมือ หยิบกระดาษบาง ผงถ่าน และตราเวลาน้ำออกมา

เธอให้รินจดสถานที่ เวลา สภาพของวัตถุ และชื่อของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ จากนั้นวางกระดาษบางบนแผ่นทองแดง แล้วใช้ผ้าถูผงถ่านลงไปจนรหัสนูนปรากฏบนกระดาษ

ลลินทำสำเนาสองฉบับ ฉบับหนึ่งให้รินลงชื่อรับรอง ส่วนอีกฉบับเธอลงชื่อเอง

ใบส่งผลึกใช้วิธีเดียวกันไม่ได้ เพราะหมึกละลายน้ำง่าย ลลินจึงให้รินอ่านทีละบรรทัด ขณะที่เธอคัดข้อความลงบนกระดาษ จากนั้นทั้งคู่สลับกันตรวจตัวเลข และให้อคินอ่านทวนเป็นคนสุดท้าย

“สิบสองลัง” รินว่า “ไม่ใช่สิบเจ็ด”

“สิบสองลัง ส่วนสิบเจ็ดคือรหัสปลายทาง” ลลินแก้

“ผมเห็นรอยหมึกต่อจากเลขสอง” อคินบอก “อาจมีตัวเลขอีกส่วนหนึ่ง แต่กระดาษขาดไปแล้ว”

ลลินยกใบส่งขึ้นส่องกับแสง ขอบล่างของกระดาษฉีกหายไปจริง เธอจึงวงจำนวนสินค้าแล้วเขียนกำกับว่า อ่านได้อย่างน้อยสิบสองลัง แทนการเดาตัวเลขที่เหลือ

อคินเลื่อนใบส่งกลับเข้าหาตัว “คุณไม่เชื่อสายตาตัวเองหรือ”

“ฉันรู้ว่าสายตามีข้อจำกัด”

“นั่นฉลาดกว่าที่ผมคาดจากคนของหอ”

ลลินไม่ตอบ เธอเพียงส่งสำเนาให้เขาตรวจอีกครั้ง

เมื่อเสร็จแล้ว อคินห่อหลักฐานต้นฉบับกลับไว้ในผ้าน้ำมัน ลลินเก็บสำเนาชุดหนึ่งลงในซองเคลือบ ส่วนรินพับอีกชุดสอดไว้ใต้ปกสมุดภาคสนาม

การทำสำเนาไม่ได้ทำให้ต้นฉบับปลอดภัยขึ้น แต่ช่วยให้ข้อมูลไม่หายไปพร้อมกันทั้งหมด หากหลักฐานชุดหนึ่งถูกทำลายหรือยึดไป

เสียงเคาะประตูสามครั้งดังมาจากตรอก

รินดับโคมผลึกทันที อคินดึงห่อผ้าน้ำมันเข้าหาตัว ส่วนลลินรีบปิดกล่องเครื่องมือ

จากนั้นเสียงเด็กขายกระดาษก็ดังขึ้น เขาตะโกนถามว่ามีเศษกระดาษพิมพ์เก่าขายหรือไม่

รินรอจนเสียงฝีเท้าหายไป ก่อนจุดโคมขึ้นใหม่

พวกเขาเหลือเวลาอีกยี่สิบนาที

“แผ่นข้อความถูกยึดไปแล้ว” อคินพูด “คุณจะตรวจอะไรต่อ”

รินเปิดสมุดไปยังหน้าที่เธอวาดข้อความจากสถานีสี่ไว้ ตัวอักษรแต่ละตัวมีเส้นกำกับขนาดและระยะห่าง

“ฉันต้องบันทึกสัดส่วนของข้อความก่อนส่งหลักฐานค่ะ เป็นขั้นตอนตรวจรับ”

ลลินมองเธอ “เธอวัดตัวอักษรทุกตัวหรือ”

“พี่บอกให้จดทุกอย่างก่อนส่งค่ะ”

ลลินไม่มีอะไรจะตำหนิเธอ

เธอนำกระดาษลอกลายวางทับภาพร่าง แล้วเขียนประโยคเดียวกันด้วยลายมือของตัวเองไว้ข้างใต้

ตัว ถ ที่ลลินเขียนแต่ละครั้งเอียงไม่เท่ากัน ตัว ม แต่ละตัวก็ปิดปลายต่างกันเล็กน้อย ความแตกต่างเหล่านี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติของการเขียนด้วยมือ

แต่ตัวอักษรซ้ำในข้อความจากสถานีสี่มีรอยหยุดอยู่ในตำแหน่งเดียวกันทุกตัว มุมของตัวอักษรก็เท่ากันเกินไป

ลลินตัดกระดาษลอกลายเป็นส่วนสั้น ๆ แล้วนำตัวอักษรที่เหมือนกันมาวางซ้อนกัน ขอบของทุกตัวตรงกันจนกลายเป็นเส้นเดียว

“ข้อความนี้ไม่ได้เขียนต่อเนื่อง” เธอบอก

“ใช้ตราประทับหรือคะ” รินถาม

“ไม่ใช่ รอยกดไม่ลึกเท่ากัน และระยะระหว่างคำก็เปลี่ยนไป แต่ส่วนประกอบของตัวอักษรแต่ละตัวเหมือนกัน”

อคินชี้รอยต่อในตัว ร “มีคนประกอบข้อความทีละตัว”

“ด้วยแม่แบบ” ลลินสรุป

เธอมองลายมือของตัวเองที่ถูกใครบางคนลอกและแยกออกเป็นชิ้น ๆ ผู้สร้างข้อความไม่ได้เห็นลายมือของเธอเพียงครั้งเดียว แต่ต้องมีตัวอย่างมากพอให้เลือกรูปอักษร และรู้จักเครื่องหมายขีดคู่ซึ่งเธอใช้เฉพาะในคำสั่งตรวจ

“ใครมีตัวอย่างลายมือของคุณบ้าง” อคินถาม

“ทุกคนที่เคยรับเอกสารจากหอ”

“เท่ากับครึ่งเมือง”

“แต่คนที่รู้ว่าหอจะส่งฉันไปสถานีสี่มีไม่มาก”

“หรือคนทำข้อความไม่ได้รู้ว่าจะเป็นคุณ เขาอาจรู้เพียงว่าหอจะส่งนักซ่อมความทรงจำไป”

ลลินไม่ชอบคำตอบนั้น เพราะมันมีความเป็นไปได้ และเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อน

“ตอนนี้เรายืนยันได้เพียงว่าข้อความสร้างจากแม่แบบ” เธอสรุป “เรายังยืนยันไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ”

“คุณพูดเหมือนข้อความนั้นไม่ได้นำคุณมาหาผม”

“ข้อความนำฉันมาหาชายที่ไม่มีชื่อในทะเบียนและชอบซ่อนหลักฐาน นั่นไม่ใช่เหตุผลให้ฉันหยุดตรวจสอบคุณ”

อคินพิงแท่นพิมพ์ “ดี ผมคงผิดหวังถ้าคุณเชื่อคนง่าย เพียงเพราะมีใครปลอมลายมือของคุณได้สวย”

เขาจงใจเน้นคำว่า สวย ลลินจึงเลื่อนกระดาษออกให้พ้นมือเขา

“ฉันต้องตรวจความทรงจำของคุณเกี่ยวกับมิรา”

สีหน้าของอคินเปลี่ยนทันที “ไม่”

“คุณเป็นคนเดียวที่ยังเรียกชื่อเธอได้”

“เพราะอย่างนั้นผมจึงควรอยู่ให้ไกลจากผลึกของหอ”

“ฉันไม่ได้ขอเปิดความทรงจำทั้งหมด ขอเพียงจุดเชื่อมโยงหนึ่งจุดจากวัตถุที่คุณเลือกเอง”

“แล้วถ้าคุณเลือกตรวจผิดส่วนล่ะ”

“คุณเป็นคนเลือกวัตถุ ฉันจะจำกัดการตรวจไว้ไม่เกินเสียงหนึ่งช่วงหายใจ รินจะบันทึกทุกขั้นตอน และคุณสั่งให้หยุดได้ทันที”

อคินมองรางทองแดงบนผนัง แล้วหันไปมองประตู ก่อนล้วงมือเข้าใต้เสื้อ

เขานำกระดิ่งทองเหลืองเก่าออกมา เชือกตรงหูจับผ่านการผูกซ่อมมาหลายครั้ง ผิวโลหะมีรอยนิ้วและมีสีเข้มไม่เท่ากัน

เขาไม่ยื่นกระดิ่งให้ลลิน

“ผมจะถือเอง”

ลลินพยักหน้า

รินเทน้ำฝนที่เก็บจากถังสะอาดลงในรางทดลองข้างแท่นพิมพ์ รางมีความยาวเพียงสองช่วงแขน ปลายด้านหนึ่งเชื่อมกับรางของอาคาร ส่วนอีกด้านมีผลึกเปล่าขนาดเท่าปลายนิ้วรองรับอยู่

ลลินใช้เข็มเงินเชื่อมผลึกกับขอบทองแดง แล้วตั้งเวลารับสัญญาณไว้แปดวินาที

“กระดิ่งไม่สามารถคืนสิ่งที่คุณลืมได้” เธออธิบาย “มันช่วยชี้ว่าความทรงจำส่วนใดเคยเชื่อมโยงกับคุณ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราจะไม่สร้างคำตอบขึ้นมาเอง”

“ถ้ามีบางอย่างเกิดขึ้นล่ะ”

“เราจะตรวจว่าสิ่งนั้นมาจากความทรงจำของคุณจริง ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากได้ยิน”

อคินกำกระดิ่งแน่น เขาหลับตาเพียงครู่เดียว ไม่ได้สั่นกระดิ่ง แต่ใช้นิ้วหัวแม่มือลูบขอบบุบตรงฐาน

เสียงเบามากดังออกมาจากผลึกรับ

เสียงแรกเป็นจังหวะกระดิ่งสามครั้ง—สั้น ยาว สั้น

จากนั้นมีเสียงหลายเสียงซ้อนกัน คล้ายคนกำลังเรียกอยู่หลังประตู ถ้อยคำส่วนใหญ่ปะปนกันจนฟังไม่ออก มีเพียงเสียงผู้หญิงช่วงสั้น ๆ ไม่ถึงสองวินาทีที่ดังชัดขึ้นมา

“...ฝนศูนย์...”

อคินลืมตาทันที กระดิ่งในมือยังสั่น แม้เขาจะหยุดลูบแล้ว

“ได้อะไร” เขาถาม

“ได้รูปแบบการสั่นหนึ่งชุดกับเศษเสียงหนึ่งช่วง ไม่มีความทรงจำเต็ม และยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นเสียงของใคร”

“แต่เราได้ยินเสียงคน” รินว่า

“เราได้ยินรอยสั่นที่สมองตีความว่าเหมือนเสียงคน” ลลินแก้ “ยังถือเป็นหลักฐานยืนยันไม่ได้”

เธอให้รินเปลี่ยนผลึกเปล่าเป็นก้อนใหม่ จากนั้นอคินเคาะกระดิ่งตามจังหวะเดิมลงบนปลายราง

สั้น ยาว สั้น

น้ำในรางสั่นเป็นวงเล็ก ผลึกรับที่ปลายอีกด้านบันทึกรอยสั่นทั้งสามจังหวะได้ แต่ไม่มีเสียงซ้อนตามมาด้วย

“สิ่งที่เดินทางผ่านรางได้คือรูปแบบการเคาะ” ลลินอธิบาย “ส่วนเสียงซ้อนเชื่อมโยงกับกระดิ่งและความทรงจำของคุณ มันไม่ได้เดินทางผ่านรางไปเอง”

อคินมองกระดิ่งในมือ “ถ้าผมให้คนอื่นถือจะเกิดอะไรขึ้น”

รินยื่นมือออกไป แต่ลลินรีบห้าม

“อย่าทดลองโดยที่เรายังไม่รู้ความสัมพันธ์ วัตถุที่อยู่กับคนผิดอาจทำให้เกิดภาพความทรงจำซ้อนกัน”

“แปลว่าเราตรวจซ้ำไม่ได้” อคินว่า

“เราตรวจรูปแบบการสั่นซ้ำได้ แต่ไม่มีใครตรวจความหมายแทนคุณได้ นั่นคือข้อจำกัดของหลักฐาน ไม่ใช่เหตุผลให้ปฏิเสธว่าหลักฐานมีอยู่”

อคินเก็บกระดิ่งกลับช้ากว่าตอนที่หยิบออกมา

“เป็นเสียงของเธอ” เขาพูด

“คุณยืนยันจากอะไร”

“ผมจำเสียงได้”

“สิ่งยึดโยงช่วยรักษาความเชื่อมโยงของความทรงจำ แต่ไม่ได้ทำให้ทุกส่วนที่คุณจำถูกต้องเสมอไป”

ลลินปิดผนึกผลึกก้อนแรกแยกจากผลึกที่ใช้ทดสอบการส่งสัญญาณ

“ตอนนี้เราบันทึกได้เพียงว่า คุณระบุว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของมิรา”

เสียงระฆังเมืองดังสามครั้งผ่านหลังคา เวลานัดตรวจกล่องเครื่องมือใกล้เข้ามาแล้ว

รินดึงสำเนาบัญชีที่คัดมาจากหอ วางลงข้างใบส่ง น—17 แล้วตรวจตัวเลขทีละบรรทัด

รหัสปลายทางเดียวกันปรากฏอยู่ในรายการเบิกเกินแผนห้ารายการ รายการเหล่านั้นมาจากสถานีคนละแห่ง แต่ทุกแห่งระบุผลึกคุณภาพสูงไว้ในหมวดผลึกคัดทิ้ง

อย่างไรก็ตาม สำเนาที่รินนำมาไม่มีใบอนุมัติและบัญชีรับคืน พวกเขาจึงยังตรวจยอดทั้งหมดไม่ได้

ตอนนี้พวกเขายังพิสูจน์ไม่ได้ว่ารายการทั้งห้าเกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่ความผิดปกติไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผลึกก้อนเดียวหรือรางเส้นเดียวอีกต่อไป

เมื่อดูแยกกัน แต่ละรายการเหมือนงานเบิกจ่ายตามปกติ แต่เมื่อนำทั้งหมดมาเปรียบเทียบกัน รูปแบบที่ซ่อนอยู่ก็เริ่มปรากฏ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง

ครั้งนี้เป็นจังหวะเคาะอย่างเป็นทางการของเจ้าหน้าที่หอ

ลลินดับโคม เก็บสำเนาทั้งหมดลงในกล่อง และปล่อยให้ห้องกลับเข้าสู่ความมืด

คำว่า ฝนศูนย์ ยังคงอยู่ในความคิดของทุกคน

ความคิดเห็น

0
เขียนความคิดเห็น…
ยังไม่มีความคิดเห็น

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต