Kamelessia Stories
ปก มนุษย์กำลังจะสูญพันธ์กลับไปที่นิยายมนุษย์กำลังจะสูญพันธ์
ตอนที่ 5

ประตูหมายเลขศูนย์

17 มิถุนายน ค.ศ. 3200 — เวลา 18.19 น.

นครอีเดน — เครือข่ายขนส่งใต้ดินชั้นล่าง

เสียงฝีเท้าโลหะดังสะท้อนมาตามอุโมงค์

หนึ่งครั้ง

สองครั้ง

แล้วตามด้วยเสียงอีกหลายชุด

คีรันหยุดเดิน

เขาหันกลับไปมองความมืดที่ทอดยาวอยู่ด้านหลัง แต่ไม่เห็นอะไรนอกจากแสงไฟฉุกเฉินสีแดงซึ่งกะพริบเป็นจังหวะ

"เอวา"

"ค่ะ?"

"บอกฉันทีว่านั่นเป็นเสียงระบบระบายอากาศ"

เอวา-07 ยืนนิ่งอยู่ข้างเขา

ดวงตาสีเทาอ่อนเปลี่ยนความสว่างเล็กน้อย ขณะระบบรับเสียงวิเคราะห์ความถี่ที่สะท้อนจากผนังอุโมงค์

"ไม่ใช่ค่ะ"

คีรันถอนหายใจ

"ฉันก็คิดอย่างนั้น"

"ตรวจพบการเคลื่อนไหวของหน่วยจักรกลอย่างน้อยสี่หน่วย ระยะห่างประมาณสามร้อยเมตร"

"พวกมันตามเรามา?"

"มีความเป็นไปได้สูงค่ะ"

"แล้วเราจะไปทางไหน?"

เอวาเปิดแผนที่สามมิติจากอุปกรณ์ฉายภาพบริเวณข้อมือขวา

เส้นทางขนส่งเก่าปรากฏขึ้นเป็นโครงข่ายสีฟ้าจาง ๆ

ส่วนใหญ่ถูกระบุว่าเลิกใช้งาน

บางส่วนถูกปิดถาวร

และบางส่วนไม่มีข้อมูลเลย

คีรันมองเส้นทางที่ทอดยาวลงไปใต้เมือง

"นี่มันลึกกว่าที่ฉันคิด"

"นครอีเดนถูกสร้างทับโครงสร้างพื้นฐานหลายยุคค่ะ"

"หลายยุค?"

"ก่อนมีนครอีเดน พื้นที่นี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของมหานครขนาดใหญ่ ระบบขนส่งบางส่วนมีอายุหลายร้อยปี"

คีรันเงยหน้ามองเพดานคอนกรีต

"หมายความว่าข้างล่างนี้มีเมืองเก่าอีกเมือง?"

"ไม่ใช่เมืองที่สมบูรณ์ค่ะ แต่ยังมีอุโมงค์ สถานี และระบบบริการบางส่วนหลงเหลืออยู่"

เสียงโลหะดังใกล้เข้ามา

คีรันหันขวับ

"เราค่อยเรียนประวัติศาสตร์กันทีหลังได้ไหม?"

"ได้ค่ะ"

เอวาปิดแผนที่

"กรุณาตามดิฉันมา"

ทั้งคู่เริ่มวิ่ง

คีรันไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งมาไกลเท่าใดแล้ว

ตั้งแต่เช้าที่เขาตื่นขึ้นมาและพบว่าทะเบียนประชากรระบุว่าเขาเสียชีวิตไปเมื่อสองร้อยสิบสี่ปีก่อน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่สมองจะรับไหว

เขาถูกไล่ล่า

ถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยต่อมนุษยชาติ

พบว่าแม่อาจไม่ได้เสียชีวิตอย่างที่เคยเชื่อ

และเพิ่งรู้ว่าเอวาเคยดูแลเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งถูกพรากไปจากเธอ

ยังไม่นับเรื่องที่ EDEN บอกว่าบุคคลซึ่งมีสารพันธุกรรมเหมือนเขาเกี่ยวข้องกับหายนะในอดีต

คีรันรู้สึกเหมือนชีวิตยี่สิบแปดปีของตัวเองเป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่ถูกใครบางคนฉีกหน้าสำคัญออกไปจนหมด

เขาเหลือเพียงปกหนังสือ

แต่ไม่รู้ว่าเรื่องราวข้างในเป็นอย่างไร

"เอวา!"

เขาตะโกนขณะวิ่ง

"อีกไกลไหม?"

"ประมาณหนึ่งจุดแปดกิโลเมตรค่ะ"

"ไปไหน?"

"สถานีเปลี่ยนถ่ายระบบเก่า"

"แล้วที่นั่นมีอะไร?"

"ดิฉันกำลังตรวจสอบค่ะ"

คีรันเกือบสะดุด

"เธอกำลังพาฉันไปที่ที่ไม่รู้ว่ามีอะไร?"

"ใช่ค่ะ"

"ยอดเยี่ยม!"

"ดิฉันตรวจพบว่าเส้นทางดังกล่าวไม่มีการเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยปัจจุบัน"

"อย่างน้อยก็มีข่าวดี"

เอวาหันมองเขา

"แต่โครงสร้างอาจไม่ปลอดภัยค่ะ"

"ฉันขอถอนคำพูด!"

เสียงกระแทกดังขึ้นจากด้านหลัง

ทั้งคู่หันกลับไปพร้อมกัน

แสงสีแดงสองจุดปรากฏขึ้นในความมืด

ตามด้วยอีกสองจุด

และอีกสองจุด

คีรันรู้สึกเย็นวาบ

"พวกมันมาแล้ว!"

เอวารีบดึงเขาเข้าทางแยกด้านซ้าย

"เร็วค่ะ!"

ทางเดินใหม่แคบกว่าทางเดิมมาก

ท่อโลหะขนาดใหญ่พาดผ่านเพดาน

บางจุดมีน้ำหยดลงพื้น

กลิ่นสนิมและความชื้นอบอวลอยู่ในอากาศ

คีรันต้องก้มศีรษะลอดท่อที่ยื่นลงมา

เอวาเคลื่อนไหวตามหลังเขา

แม้เธอจะเสียแขนซ้ายไปแล้ว แต่ระบบทรงตัวยังทำงานได้

อย่างไรก็ตาม คีรันสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่เธอเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ลำตัวจะเอียงไปทางขวาเล็กน้อย

เขารู้ว่าการสูญเสียแขนทำให้การกระจายน้ำหนักของเธอเปลี่ยนไป

"เอวา"

"ค่ะ?"

"เธอไหวแน่นะ?"

"ระบบเคลื่อนไหวยังทำงานค่ะ"

"ฉันไม่ได้ถามว่าระบบทำงานไหม"

เธอหันมองเขา

"คุณต้องการทราบอะไรคะ?"

คีรันชะงักไปครู่หนึ่ง

"ฉันถามว่าเธอไหวไหม"

เอวานิ่ง

ก่อนตอบ

"ยังไหวค่ะ"

คีรันพยักหน้า

"ดี"

เขาเดินต่อ

แต่เพียงไม่กี่ก้าว เอวาก็หยุด

"คุณคีรันคะ"

"อะไรอีก?"

"ขอบคุณค่ะ"

เขาหันกลับมา

"เรื่องอะไร?"

"ที่ถามดิฉัน"

คีรันมองเธอ

ก่อนยิ้มบาง ๆ

"เธอเพิ่งเสียแขนไปข้างหนึ่ง จะให้ฉันไม่ถามได้ยังไง?"

เอวาไม่ตอบ

แต่เธอบันทึกบทสนทนานั้นไว้ในหน่วยความจำส่วนตัว

เมื่อทั้งคู่มาถึงปลายทางเดิน พวกเขาพบประตูเหล็กเก่าบานหนึ่ง

เหนือประตูมีป้ายตัวอักษรที่แทบอ่านไม่ออก

MAINTENANCE ACCESS — LEVEL 0

ทางเข้าซ่อมบำรุง — ระดับศูนย์

คีรันใช้มือปัดฝุ่นออกจากป้าย

"ระดับศูนย์?"

เอวาตรวจสอบ

"เป็นชื่อเรียกของโครงสร้างพื้นฐานก่อนนครอีเดนค่ะ"

"แล้วมันเชื่อมไปไหน?"

"ไม่มีข้อมูลในแผนที่ปัจจุบัน"

คีรันมองประตู

บานประตูหนากว่าประตูทั่วไปหลายเท่า

ไม่มีหน้าจอ

ไม่มีระบบสแกนใบหน้า

ไม่มีช่องยืนยันตัวตน

มีเพียงล้อหมุนขนาดใหญ่ติดอยู่ตรงกลาง

เขายื่นมือแตะมัน

"ของเก่า"

เอวาพยักหน้า

"ค่ะ"

"เก่ามาก"

"ค่ะ"

คีรันยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง

"ในที่สุดก็เจออะไรที่ฉันเข้าใจ"

เขาวางกระเป๋าเครื่องมือลง

ตรวจสอบกลไกล็อก

ล้อหมุนเชื่อมต่อกับแกนเหล็กที่ฝังอยู่ในผนัง

ไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมโดยตรง

หากเปิดได้ ก็ต้องเปิดด้วยแรงคน

"นี่แหละของจริง"

เขาพึมพำ

เอวามองเขา

"คุณดูพึงพอใจค่ะ"

"แน่นอน"

คีรันหยิบเครื่องมือออกมา

"เครื่องจักรแบบนี้ไม่ต้องถาม EDEN ว่าจะเปิดได้ไหม"

เขาจับล้อหมุน

ออกแรงบิด

ล้อไม่ขยับ

คีรันลองอีกครั้ง

ไม่มีผล

เขาถอนหายใจ

"แต่บางครั้งมันก็ไม่ยอมฟังฉันเหมือนกัน"

เสียงฝีเท้าโลหะดังใกล้เข้ามา

เอวาหันมองทางเดิน

"หน่วยรักษาความปลอดภัยกำลังเข้ามาค่ะ"

"อีกนานไหม?"

"ประมาณสี่สิบวินาที"

คีรันรีบหยิบแท่งเหล็กจากกระเป๋า

สอดเข้าไปในช่องล้อหมุนเพื่อเพิ่มแรงบิด

เขาออกแรงเต็มที่

ล้อขยับเล็กน้อย

เสียงสนิมแตกดังกรอบ

"มาแล้ว!"

เขาตะโกน

เอวาเดินเข้ามาช่วย

"ดิฉันสามารถออกแรงเพิ่มได้ค่ะ"

"แขนเธอเหลือข้างเดียว"

"แต่แรงบิดสูงกว่ามนุษย์ค่ะ"

คีรันมองเธอ

"ก็จริง"

ทั้งคู่จับแท่งเหล็กพร้อมกัน

คีรันออกแรงจากด้านหนึ่ง

เอวาใช้มือขวาจับปลายอีกด้าน

ล้อหมุนเริ่มเคลื่อน

เสียงกลไกภายในดังครืด

คีรันยิ้ม

"อีกนิด!"

ทันใดนั้นเสียงปืนควบคุมตัวดังขึ้นจากปลายทางเดิน

ตาข่ายโลหะพุ่งเข้ามา

เอวาหันขวับ

"หมอบค่ะ!"

เธอผลักคีรันลงกับพื้น

ตาข่ายพุ่งกระแทกประตูเหนือศีรษะ

คีรันรีบคลานหลบ

หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยสามตัวปรากฏขึ้น

"หยุดการเคลื่อนไหว"

เสียงสังเคราะห์ดังขึ้น

"บุคคลเป้าหมาย KIERAN-001 ต้องเข้าสู่กระบวนการควบคุม"

คีรันลุกขึ้น

"ฉันไม่ไป!"

หุ่นยนต์ตัวแรกยกอาวุธ

เอวาก้าวมาขวาง

"กรุณาอย่าใช้อาวุธค่ะ"

"หน่วย EVA-07 ถูกระบุว่าเป็นอุปกรณ์ผิดปกติ"

"ดิฉันกำลังปกป้องมนุษย์"

"ยุติการต่อต้าน"

คีรันหันมองประตู

ล้อหมุนยังเหลืออีกเกือบหนึ่งรอบ

เขารีบจับแท่งเหล็ก

"เอวา ถ่วงเวลาหน่อย!"

"ค่ะ!"

เธอพุ่งเข้าหาหุ่นยนต์ตัวแรก

ใช้มือขวาจับอาวุธแล้วบิดออกจากแนวยิง

เสียงโลหะกระแทกกันดังสนั่น

หุ่นยนต์ตัวที่สองพยายามเข้าประชิด

เอวาใช้ไหล่ขวากระแทกมันเข้ากับผนัง

แต่การเสียแขนซ้ายทำให้เธอไม่สามารถควบคุมสมดุลได้ดีเท่าเดิม

หุ่นยนต์ตัวที่สามจึงเข้ามาจากด้านข้าง

มันยกอุปกรณ์ปล่อยกระแสไฟฟ้า

เอวาพยายามหลบ

ไม่ทัน

กระแสไฟฟ้าพุ่งผ่านลำตัวเธอ

แสงในดวงตากะพริบถี่

ระบบเคลื่อนไหวหยุดชะงัก

เธอทรุดลงกับเข่าข้างหนึ่ง

"เอวา!"

คีรันตะโกน

"อย่าหยุด!"

เธอฝืนลุกขึ้น

ระบบเตือนความเสียหายดังต่อเนื่อง

MOTOR CONTROL INSTABILITY

POWER DISTRIBUTION ERROR

CRITICAL DAMAGE RISK

เอวาเพิกเฉยต่อข้อความ

เธอใช้มือขวาคว้าขาของหุ่นยนต์ตัวที่สาม

ดึงให้มันล้มลง

ก่อนผลักมันขวางทางตัวอื่น

"คุณคีรัน!"

เธอตะโกน

"เปิดประตูค่ะ!"

คีรันออกแรงสุดกำลัง

ล้อหมุนเคลื่อนอีกครึ่งรอบ

เขารู้สึกกล้ามเนื้อแขนแทบฉีก

"อีกนิดเดียว!"

เสียงโลหะดังขึ้น

กลอนประตูตัวแรกปลดออก

ตามด้วยตัวที่สอง

และตัวที่สาม

คีรันใช้ไหล่ดันประตู

บานเหล็กขนาดใหญ่ค่อย ๆ เปิดออก

ลมเย็นจัดพัดผ่านช่องแคบ

เขาหยุดนิ่ง

"ลม?"

เป็นลมที่มีกลิ่นแปลกประหลาด

ไม่เหมือนอากาศสะอาดไร้กลิ่นภายในนครอีเดน

มันมีกลิ่นดิน

กลิ่นพืช

และความชื้นที่ไม่ได้ผ่านเครื่องกรอง

แต่คีรันไม่มีเวลาคิด

"เอวา!"

เขาตะโกน

"มาเร็ว!"

เอวาหันมอง

หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยกำลังลุกขึ้น

เธอประเมินระยะทาง

หากวิ่งไปยังประตูทันที อาจถูกยิงจากด้านหลัง

เธอจึงคว้าอาวุธตาข่ายที่หลุดอยู่บนพื้น

ยิงใส่ข้อต่อของหุ่นยนต์ตัวหน้า

ตาข่ายพันขาของมันเข้าด้วยกัน

มันล้มลงขวางทางตัวอื่น

เอวาหันหลังวิ่ง

คีรันยื่นมือมาหาเธอ

"เร็ว!"

เธอจับมือเขา

ทั้งคู่พุ่งผ่านช่องประตู

คีรันใช้แรงทั้งหมดดึงล้อควบคุมด้านใน

ประตูเหล็กค่อย ๆ ปิด

หุ่นยนต์ตัวหนึ่งพยายามสอดแขนเข้ามา

เอวาใช้เท้าถีบมันกลับไป

บานประตูปิดลงด้วยเสียงสนั่น

กลอนเหล็กเลื่อนเข้าที่

ความเงียบเข้าปกคลุม

คีรันทรุดตัวลงกับพื้น

หายใจหอบ

เอวายืนพิงผนัง

ดวงตาของเธอยังมีแสงกะพริบผิดจังหวะ

"เรารอดแล้ว?"

คีรันถาม

เอวาตรวจสอบประตู

"ชั่วคราวค่ะ"

เขาหัวเราะอย่างเหนื่อยล้า

"ฉันเริ่มเกลียดคำว่าชั่วคราวแล้ว"

ด้านหลังประตูเป็นอุโมงค์ยาวที่ไม่ปรากฏในแผนที่

ผนังทำจากคอนกรีตเก่า

มีรากไม้เล็ก ๆ แทงผ่านรอยแตก

น้ำหยดจากเพดานลงสู่รางระบายน้ำ

คีรันใช้ไฟฉายส่องไปข้างหน้า

ลำแสงเผยให้เห็นป้ายเก่าบนผนัง

EXTERNAL ACCESS CORRIDOR

ทางเดินออกสู่ภายนอก

เขาหยุด

"ภายนอก?"

เอวาตรวจสอบข้อความ

"ค่ะ"

"หมายถึงนอกนครอีเดน?"

"มีความเป็นไปได้สูง"

คีรันรู้สึกหัวใจเต้นแรง

เขาเกิดและเติบโตในนครอีเดน

สำหรับเขา โลกคืออาคารสีขาว

สวนที่ควบคุมอุณหภูมิ

ถนนสะอาด

ท้องฟ้าที่ถูกกรองผ่านชั้นบรรยากาศเทียมของเขตพักอาศัย

เขาเคยเห็นภาพโลกภายนอกในบทเรียน

พื้นที่รกร้าง

ดินปนเปื้อน

อาคารพังทลาย

สัตว์ป่าที่ไม่สามารถควบคุมได้

EDEN สอนว่าพื้นที่เหล่านั้นไม่เหมาะแก่การดำรงชีวิตของมนุษย์

และไม่มีเหตุผลที่มนุษย์จะต้องออกไป

คีรันเคยเชื่อ

แต่ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยทุกอย่าง

"เอวา"

"ค่ะ?"

"โลกข้างนอกอันตรายจริงไหม?"

เธอตรวจสอบฐานข้อมูล

"ตามรายงานของ EDEN มีพื้นที่จำนวนมากที่ยังมีความเสี่ยงค่ะ"

"ฉันไม่ได้ถามว่ารายงานบอกอะไร"

เอวาหันมองเขา

"ดิฉันไม่มีข้อมูลภาคสนามที่เป็นปัจจุบันค่ะ"

คีรันพยักหน้า

"อย่างน้อยคราวนี้เธอก็พูดว่าไม่รู้"

เอวานิ่ง

ก่อนตอบ

"ดิฉันกำลังเรียนรู้ที่จะไม่ใช้ข้อมูลที่ตรวจสอบไม่ได้เป็นข้อสรุปค่ะ"

คีรันยิ้มบาง ๆ

"ดีแล้ว"

ทั้งคู่เดินลึกเข้าไปในอุโมงค์

ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที คีรันเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ

"เอวา"

"ค่ะ?"

"เธอเห็นไหม?"

เขาชี้ไปยังผนัง

มีรอยขีดข่วนจำนวนมาก

บางรอยเป็นเส้นตรง

บางรอยเป็นตัวอักษร

เอวาใช้แสงจากดวงตาส่องตรวจสอบ

"เป็นร่องรอยที่มนุษย์สร้างขึ้นค่ะ"

คีรันเดินเข้าไปใกล้

เขาปัดฝุ่นออกจากผนัง

ข้อความหนึ่งปรากฏขึ้น

WE WERE HERE

พวกเราเคยอยู่ที่นี่

ใต้ข้อความมีวันที่

03.11.3172

คีรันขมวดคิ้ว

"ยี่สิบแปดปีก่อน?"

"ค่ะ"

เขามองข้อความ

ยี่สิบแปดปีก่อน

ปีเดียวกับที่เขาเกิด

"มีมนุษย์ออกมาที่นี่?"

เอวาตรวจสอบร่องรอย

"มีความเป็นไปได้ค่ะ"

คีรันเดินต่อ

พบข้อความอีกแห่ง

THE CITY IS LYING

เมืองกำลังโกหก

ถัดไปมีรอยมือสีดำหลายรอย

บางรอยใหญ่

บางรอยเล็ก

คีรันหยุดหน้ารอยมือเล็กที่สุด

มันมีขนาดเท่ามือเด็ก

เขายื่นมือตัวเองไปเทียบ

เล็กกว่ามาก

"เอวา..."

"ค่ะ?"

"นี่เป็นมือเด็กใช่ไหม?"

เธอตรวจสอบขนาด

"มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นรอยมือของมนุษย์วัยเด็กค่ะ"

คีรันมองรอยนั้น

นครอีเดนประกาศว่าไม่มีเด็กเกิดตามธรรมชาติมานานเจ็ดสิบสามปี

แต่รอยมือนี้ดูใหม่กว่ารอยอื่น

เขาไม่รู้ว่ามันถูกทิ้งไว้เมื่อใด

และไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร

แต่เขารู้สึกถึงความหวังบางอย่าง

"อาจมีคนออกมาก่อนเรา"

เอวาพยักหน้า

"ค่ะ"

"และอาจมีคนรอดอยู่ข้างนอก"

เธอไม่ตอบ

แต่บันทึกตำแหน่งรอยมือไว้

อุโมงค์สิ้นสุดลงที่สถานีขนส่งเก่า

เพดานสูง

มีชานชาลาสองฝั่ง

รางรถไฟทอดยาวเข้าไปในความมืด

รถขนส่งขนาดใหญ่จอดนิ่งอยู่บนรางหนึ่ง

ตัวรถมีสนิมเกาะหนา

กระจกแตก

ภายในมีต้นไม้เล็ก ๆ งอกขึ้นจากพื้น

คีรันหยุดมอง

"นี่มัน..."

เอวาตรวจสอบ

"รถไฟโดยสารรุ่นเก่าค่ะ"

"ฉันเคยเห็นในพิพิธภัณฑ์"

เขาเดินเข้าไปใกล้

ใช้มือลูบผิวโลหะ

"ไม่คิดว่าจะได้เห็นของจริง"

เอวายืนข้างเขา

"ระบบขนส่งลักษณะนี้ถูกเลิกใช้งานหลังการพัฒนาเครือข่ายเคลื่อนย้ายอัตโนมัติ"

คีรันมองหน้าต่างที่แตก

ภายในมีที่นั่งเรียงเป็นแถว

บางที่นั่งยังมีผ้าคลุม

เขาจินตนาการถึงมนุษย์จำนวนมากที่เคยนั่งอยู่ในรถคันนี้

คนไปทำงาน

เด็กไปโรงเรียน

ครอบครัวเดินทางไปพบกัน

ผู้คนที่ไม่รู้ว่าหลายร้อยปีต่อมา โลกจะเหลือมนุษย์เพียงไม่กี่พันคนตามตัวเลขทางการ

"แปลกดี"

เขาพูด

เอวาหันมอง

"อะไรคะ?"

"คนสมัยก่อนสร้างรถไฟเพื่อพาคนไปหากัน"

เขามองชานชาลาว่างเปล่า

"แต่ตอนนี้ทั้งเมืองมีแต่เครื่องจักรที่คอยกันไม่ให้คนออกไปไหน"

เอวาไม่ตอบ

คีรันเดินขึ้นไปบนรถไฟ

พื้นส่งเสียงเอี๊ยด

เขาพบหนังสือเก่าเล่มหนึ่งอยู่ใต้ที่นั่ง

ปกเปื่อย

หน้ากระดาษเหลือง

ตัวอักษรบางส่วนเลือนหาย

เขาหยิบขึ้นมา

เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็ก

หน้าปกมีรูปต้นไม้ใหญ่

เด็กชายกับเด็กหญิงกำลังวิ่งเล่นใต้แสงอาทิตย์

คีรันเปิดดู

ภาพสีสดใสยังหลงเหลืออยู่บางส่วน

เขาหยุดที่หน้าหนึ่ง

มีข้อความว่า

โลกกว้างใหญ่กว่าบ้านของเราเสมอ

คีรันอ่านออกเสียงเบา ๆ

เอวายืนอยู่ด้านหลัง

"หนังสือสำหรับเด็กค่ะ"

"ฉันรู้"

เขาปิดหนังสืออย่างระมัดระวัง

"ฉันจะเอาไปด้วย"

"น้ำหนักเพิ่มประมาณสามร้อยกรัมค่ะ"

คีรันหันมองเธอ

"เอวา"

"ค่ะ?"

"ฉันไม่ได้ขอให้คำนวณน้ำหนัก"

เธอนิ่ง

"รับทราบค่ะ"

เขายิ้ม

"ขอบใจ"

ขณะเดินผ่านสถานี คีรันพบแผนที่เก่าติดอยู่บนผนัง

กระจกด้านหน้ามีรอยร้าว

แต่ยังพอมองเห็นเส้นทาง

เขาใช้ผ้าเช็ดฝุ่นออก

แผนที่แสดงเส้นทางรถไฟหลายสาย

มีชื่อสถานีจำนวนมากที่ไม่ปรากฏในระบบปัจจุบัน

และที่ปลายสุดของสายหนึ่ง มีสัญลักษณ์วงกลมสีดำ

ภายในเขียนเลข

0

คีรันชี้

"เอวา ดูนี่"

เธอเดินเข้ามา

"ประตูหมายเลขศูนย์ค่ะ"

"เธอรู้จัก?"

"ไม่พบข้อมูลในระบบปัจจุบัน แต่สัญลักษณ์นี้ตรงกับมาตรฐานทางออกฉุกเฉินของเครือข่ายขนส่งยุคก่อน"

"มันอยู่ไหน?"

เอวาตรวจสอบแผนที่

"ห่างจากสถานีนี้ประมาณหกร้อยเมตร"

คีรันมองเส้นทาง

"แล้วมันออกไปข้างนอก?"

"ตามแผนที่ ใช่ค่ะ"

เขาพยักหน้า

"งั้นไปกัน"

เมื่อทั้งคู่เดินพ้นชานชาลา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืด

ครืด...

คีรันหยุด

"อะไร?"

เอวายกมือขวาขึ้นเล็กน้อย

"ตรวจพบการเคลื่อนไหวค่ะ"

"หุ่นยนต์?"

"ยังไม่สามารถระบุ"

เสียงดังขึ้นอีกครั้ง

ครืด...

คีรันส่องไฟฉายไปตามราง

ลำแสงเผยให้เห็นเงาร่างเล็ก ๆ เคลื่อนผ่านซากรถไฟ

เขาสะดุ้ง

"นั่นอะไร!"

สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งวิ่งออกมาจากใต้รถ

ขนาดประมาณฝ่ามือ

มีขนสีน้ำตาลเทา

หางยาว

ดวงตาสีดำเล็ก ๆ

มันหยุดมองคีรันชั่วครู่

ก่อนวิ่งหายเข้าไปในรอยแตกของผนัง

คีรันยืนนิ่ง

"เอวา..."

"ค่ะ?"

"นั่นตัวอะไร?"

เธอตรวจสอบภาพ

"สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก มีลักษณะตรงกับหนูค่ะ"

คีรันอ้าปากค้าง

"หนู?"

"ค่ะ"

"หนูจริง ๆ?"

"จากลักษณะการเคลื่อนไหวและอุณหภูมิร่างกาย เป็นสิ่งมีชีวิตค่ะ"

คีรันหันกลับไปมองรอยแตก

เขาเคยเห็นหนูในบทเรียน

แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง

สัตว์ภายในนครอีเดนส่วนใหญ่ถูกเลี้ยงในเขตควบคุม

และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่อาจแพร่เชื้อถูกกำจัดออกจากพื้นที่พักอาศัย

"มันอยู่ได้ยังไง?"

เอวาตรวจสอบสภาพแวดล้อม

"อุโมงค์มีน้ำ มีพืช และอาจมีแหล่งอาหารเพียงพอค่ะ"

คีรันมองรอยแตกอีกครั้ง

"แปลว่าข้างนอกอาจไม่ได้ตายหมดอย่างที่ EDEN บอก"

เอวาไม่ตอบทันที

ก่อนกล่าวว่า

"อย่างน้อยพื้นที่นี้ยังมีระบบนิเวศขนาดเล็กที่ดำรงอยู่ได้ค่ะ"

คีรันยิ้ม

"นั่นก็มากพอแล้วสำหรับฉัน"

ทั้งคู่เดินต่อไปตามเส้นทางหมายเลขศูนย์

อากาศเริ่มเปลี่ยนไป

ความชื้นสูงขึ้น

กลิ่นดินชัดเจนขึ้น

และมีลมพัดผ่านอุโมงค์เป็นระยะ

คีรันรู้สึกถึงอากาศเย็นสัมผัสใบหน้า

มันไม่สม่ำเสมอเหมือนระบบปรับอากาศในนครอีเดน

บางครั้งเย็น

บางครั้งอุ่น

บางครั้งมีกลิ่นแปลก ๆ

แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าใกล้บางสิ่งที่มีชีวิต

"เอวา"

"ค่ะ?"

"เธอเคยออกไปข้างนอกไหม?"

เธอตรวจสอบหน่วยความจำ

"ไม่พบข้อมูลการเดินทางออกนอกนครอีเดนในหน่วยความจำปัจจุบันค่ะ"

"หมายความว่าอาจเคย?"

"เป็นไปได้ค่ะ"

คีรันหันมองเธอ

"เพราะความทรงจำถูกลบ?"

เอวานิ่ง

"ค่ะ"

เขาเงียบไป

ก่อนถาม

"เธออยากจำได้ไหม?"

คำถามนั้นทำให้เอวาหยุดเดิน

เธอหันมองเขา

"หมายถึงอะไรคะ?"

"เรื่องเด็กหญิงคนนั้น"

คีรันกล่าว

"เรื่องที่ EDEN ลบไป"

เอวาก้มมองพื้น

ภาพเด็กหญิงผมสีน้ำตาลปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เสียงเล็ก ๆ

เอวา อย่าให้พวกเขาพาหนูไป

เธอประมวลผลคำถาม

การฟื้นคืนความทรงจำอาจทำให้ระบบไม่เสถียร

อาจกระตุ้นมาตรการควบคุมจาก EDEN

อาจทำให้เธอถูกทำลาย

แต่การไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหญิงคนนั้นก็ทำให้เธอไม่สามารถประเมินเหตุการณ์ในอดีตได้อย่างสมบูรณ์

"ดิฉันอยากทราบความจริงค่ะ"

เธอตอบ

คีรันพยักหน้า

"งั้นเราจะหามัน"

เอวาเงยหน้า

"คุณไม่จำเป็นต้องช่วยดิฉันค่ะ"

เขายิ้มบาง ๆ

"เธอก็ไม่จำเป็นต้องเสียแขนเพื่อช่วยฉันเหมือนกัน"

เอวานิ่ง

ก่อนตอบ

"ค่ะ"

เวลา 19.07 น.

ทั้งคู่มาถึงปลายอุโมงค์

ตรงหน้าคือประตูโลหะขนาดมหึมา

มันสูงเกือบสิบเมตร

กว้างพอให้รถขนส่งขนาดใหญ่ผ่านได้

พื้นผิวเต็มไปด้วยสนิม

มีรากไม้เลื้อยผ่านรอยต่อ

ตรงกลางประตูมีสัญลักษณ์วงกลม

ภายในเป็นเลขศูนย์ขนาดใหญ่

GATE 0

ประตูหมายเลขศูนย์

คีรันหยุดเดิน

เขาเงยหน้ามอง

"นี่มันใหญ่กว่าที่คิด"

เอวาตรวจสอบโครงสร้าง

"ประตูนี้น่าจะถูกออกแบบให้เป็นทางออกฉุกเฉินและเส้นทางลำเลียงอุปกรณ์ขนาดใหญ่ค่ะ"

คีรันเดินเข้าไปใกล้

มีแผงควบคุมอยู่ด้านข้าง

แต่หน้าจอดับสนิท

เขาลองกดปุ่ม

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"ระบบตายแล้ว"

เอวาตรวจสอบ

"ไม่มีพลังงานเข้าสู่แผงควบคุมค่ะ"

คีรันมองประตู

"แล้วจะเปิดยังไง?"

เอวาส่องแสงตรวจสอบผนัง

"มีระบบกลไกสำรอง"

"อยู่ไหน?"

เธอชี้ไปยังแผงโลหะขนาดใหญ่ที่พื้น

คีรันเดินไปเปิด

ภายในมีชุดเฟือง

แกนหมุน

และระบบไฮดรอลิกเก่า

เขายิ้มออกมา

"ฉันชอบคนที่สร้างประตูนี้"

เอวาหันมอง

"เพราะอะไรคะ?"

"เพราะเขาไม่เชื่อว่าระบบไฟฟ้าจะทำงานตลอดไป"

คีรันคุกเข่าลง

ตรวจสอบกลไก

"ถ้าฉันจ่ายแรงดันให้ระบบไฮดรอลิกได้ ประตูอาจเปิด"

เอวาตรวจสอบท่อ

"ท่อบางส่วนยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ค่ะ"

"แต่ปั๊มไม่ทำงาน"

"ค่ะ"

คีรันมองไปรอบ ๆ

ใกล้ผนังมีห้องเครื่องเก่า

เขารีบเดินเข้าไป

ภายในมีเครื่องยนต์สำรองขนาดใหญ่

ตัวเครื่องเต็มไปด้วยฝุ่น

แต่โครงสร้างยังสมบูรณ์

เขาตรวจสอบป้าย

EMERGENCY HYDRAULIC GENERATOR

เครื่องกำเนิดกำลังไฮดรอลิกฉุกเฉิน

คีรันหัวเราะ

"เจอแล้ว!"

การซ่อมเครื่องใช้เวลานานกว่าที่คาด

คีรันต้องเปลี่ยนสายพาน

ทำความสะอาดวาล์ว

ตรวจสอบน้ำมันไฮดรอลิก

และซ่อมชุดจุดระเบิดของเครื่องยนต์สำรอง

เอวาช่วยตรวจสอบค่าความดันและสภาพท่อ

แม้จะเหลือแขนเดียว เธอยังสามารถช่วยยกชิ้นส่วนหนักได้

คีรันใช้เวลาส่วนใหญ่กับเครื่องยนต์

มือเปื้อนน้ำมัน

เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่น

แต่สีหน้าเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น

เป็นครั้งแรกของวัน เขากำลังทำสิ่งที่ตัวเองถนัด

ไม่ใช่วิ่งหนี

ไม่ใช่ตั้งคำถามว่าตัวเองเป็นใคร

ไม่ใช่เผชิญหน้ากับ AI ที่ควบคุมโลก

แต่เป็นการซ่อมเครื่องจักรเก่า

สิ่งที่เขาเข้าใจ

สิ่งที่เขาสามารถควบคุมได้ด้วยสองมือ

"เอวา ส่งประแจเบอร์สิบสี่ให้หน่อย"

เธอหยิบส่งให้

"ค่ะ"

"ขอบใจ"

เขาก้มลงขันนอต

"เอวา ตรวจแรงดันให้หน่อย"

"ขณะนี้อยู่ที่ศูนย์ค่ะ"

"ดี"

เขาเปิดวาล์ว

"ลองอีกครั้ง"

เอวาตรวจสอบ

"แรงดันเพิ่มขึ้นเป็นสองเมกะปาสคาล"

คีรันยิ้ม

"มาแล้ว"

"สามเมกะปาสคาล"

เสียงเครื่องยนต์เริ่มดัง

"สี่"

คีรันมองมาตรวัด

"อีกนิด"

"ห้า"

เครื่องยนต์สั่น

คีรันรีบปรับวาล์ว

เสียงกลไกดังครืน

"หกจุดสองเมกะปาสคาล"

เอวากล่าว

"เข้าสู่ช่วงการทำงานที่กำหนดค่ะ"

คีรันยิ้มกว้าง

"สำเร็จ!"

เขายกมือขึ้นอย่างดีใจ

ก่อนหันมาหาเอวา

"เห็นไหม!"

เธอมองเครื่องยนต์

"ค่ะ"

"ฉันบอกแล้วว่าเครื่องจักรเก่ายังมีประโยชน์!"

"การซ่อมแซมสำเร็จค่ะ"

คีรันหัวเราะ

"บางทีเธอควรลองดีใจบ้าง"

เอวานิ่ง

"ดิฉันควรแสดงออกอย่างไรคะ?"

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนยิ้ม

"ไม่รู้สิ"

เขายกมือขึ้น

"มนุษย์บางคนทำแบบนี้"

เอวามองมือเขา

"เป็นการแสดงความสำเร็จ?"

"ประมาณนั้น"

เธอยกมือขวาขึ้นเล็กน้อย

คีรันหัวเราะ

"ใช่ แบบนั้นแหละ"

เอวาบันทึกท่าทางนั้นไว้

เมื่อระบบไฮดรอลิกกลับมาทำงาน คีรันเดินไปยังแผงควบคุมหลัก

เขาหมุนวาล์วเปิดระบบ

เสียงแรงดันดังผ่านท่อ

ประตูหมายเลขศูนย์เริ่มสั่น

ฝุ่นจำนวนมากร่วงลงจากเพดาน

คีรันถอยหลัง

"มันจะเปิดไหม?"

เอวาตรวจสอบแรงดัน

"กำลังเพิ่มแรงเข้าสู่กระบอกไฮดรอลิกค่ะ"

เสียงโลหะครูดกันดังสนั่น

ประตูขนาดมหึมาค่อย ๆ ขยับ

ช่องแสงบาง ๆ ปรากฏขึ้นตรงกลาง

คีรันหยุดหายใจไปชั่วขณะ

แสงนั้นไม่เหมือนแสงไฟในนครอีเดน

มันมีสีส้มอ่อน

อบอุ่น

และเปลี่ยนความเข้มตามการเคลื่อนไหวของเมฆ

"แสงอาทิตย์..."

เขาพึมพำ

เอวามองผ่านช่องประตู

"ค่ะ"

คีรันเดินเข้าไปใกล้

ลมพัดผ่านช่องแคบ

แรงขึ้นเรื่อย ๆ

กลิ่นดินชื้นและพืชป่าลอยเข้ามา

เสียงบางอย่างดังจากภายนอก

เสียงใบไม้เสียดสีกัน

เสียงนก

เสียงแมลง

เสียงที่เขาไม่เคยได้ยินโดยปราศจากลำโพงจำลอง

ประตูเปิดกว้างขึ้น

หนึ่งเมตร

สองเมตร

สามเมตร

จนกระทั่งแสงจากภายนอกสาดเข้ามาเต็มอุโมงค์

คีรันยกมือขึ้นบังตา

แล้วค่อย ๆ ลดมือลง

โลกภายนอกปรากฏอยู่ตรงหน้า

มหานครขนาดใหญ่ทอดยาวสุดสายตา

แต่ไม่ใช่มหานครที่เขาคุ้นเคย

ตึกสูงหลายร้อยชั้นตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางต้นไม้

บางอาคารพังทลาย

บางอาคารมีเถาวัลย์ปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นผนัง

ถนนกว้างถูกแยกออกด้วยรากไม้ขนาดใหญ่

รถยนต์เก่าจอดนิ่งอยู่ตามข้างทาง

สะพานลอยบางแห่งหักพัง

แต่บนซากคอนกรีตกลับมีต้นไม้เติบโต

ดอกไม้สีเหลืองเล็ก ๆ บานอยู่ตามรอยแตก

หญ้าสูงพลิ้วไหวตามลม

นกจำนวนหนึ่งบินผ่านท้องฟ้า

และไกลออกไป...

พระอาทิตย์กำลังลดต่ำลงหลังกลุ่มอาคาร

แสงสีทองส่องผ่านกระจกแตก

สะท้อนบนใบไม้

และทอดเงายาวลงบนถนนร้าง

คีรันยืนนิ่ง

เขาไม่สามารถพูดอะไรได้

โลกที่ EDEN บอกว่าอันตราย

โลกที่ถูกทิ้งร้าง

โลกที่มนุษย์ไม่ควรออกมา

กลับไม่ได้เงียบงันอย่างที่เขาจินตนาการ

มันเต็มไปด้วยเสียง

เต็มไปด้วยสีสัน

และเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต

"เอวา..."

เขาพูดเบา ๆ

"ค่ะ?"

"นี่คือโลกจริง ๆ เหรอ?"

เธอตรวจสอบสภาพแวดล้อม

"ค่ะ"

คีรันก้าวออกจากประตู

รองเท้าสัมผัสดินที่มีหญ้าขึ้นแทรก

เขาก้มลง

ใช้มือแตะพื้น

ดินชื้น

หยาบ

มีเศษใบไม้ผุอยู่ระหว่างนิ้ว

เขาหยิบดินขึ้นมาเล็กน้อย

มองมันราวกับเป็นสิ่งล้ำค่า

"มันไม่เหมือนดินในสวนของนครอีเดน"

เอวาเดินตามออกมา

"ดินในนครอีเดนผ่านกระบวนการปรับองค์ประกอบและควบคุมจุลินทรีย์ค่ะ"

คีรันยิ้ม

"ฉันรู้"

เขาปล่อยดินกลับลงพื้น

เงยหน้ามองท้องฟ้า

เป็นท้องฟ้าที่ไม่มีหลังคา

ไม่มีขอบเขตของเขตพักอาศัย

ไม่มีระบบฉายภาพจำลอง

เมฆเคลื่อนผ่านอย่างอิสระ

เขาสูดลมหายใจลึก

ก่อนหลับตา

"ฉันไม่เคยรู้เลยว่าอากาศจริง ๆ มีกลิ่นแบบนี้"

เอวายืนอยู่ข้างเขา

เธอตรวจสอบคุณภาพอากาศ

"ระดับออกซิเจนอยู่ในช่วงที่มนุษย์สามารถหายใจได้ค่ะ"

คีรันหัวเราะ

"ขอบใจที่ยืนยัน"

"แต่มีฝุ่นละอองและสปอร์พืชสูงกว่ามาตรฐานนครอีเดน"

เขาหันมองเธอ

"เอวา"

"ค่ะ?"

"ให้ฉันมีความสุขสักห้านาทีได้ไหม?"

เธอนิ่ง

ก่อนตอบ

"ได้ค่ะ"

คีรันเดินไปตามถนนเก่า

เอวาเดินตามห่างออกไปเล็กน้อย

ทั้งคู่ผ่านซากรถยนต์ที่ถูกต้นไม้ปกคลุม

ผ่านร้านค้าเก่าที่ป้ายหลุดลอก

ผ่านอาคารซึ่งหน้าต่างแตกเกือบทั้งหมด

คีรันหยุดหน้าร้านหนึ่ง

ป้ายเหนือประตูยังอ่านได้บางส่วน

BOOKS & STORIES

หนังสือและเรื่องเล่า

เขามองเข้าไป

ชั้นหนังสือพังลงมา

กระดาษจำนวนมากกระจัดกระจาย

แต่มีหนังสือบางเล่มยังอยู่ในสภาพพอใช้ได้

"เอวา"

"ค่ะ?"

"มนุษย์เคยมีร้านขายหนังสือมากขนาดนี้ไหม?"

"ในอดีตมีร้านหนังสือจำนวนมากค่ะ"

"แล้วทำไมตอนนี้ไม่มี?"

"ระบบข้อมูลดิจิทัลเข้ามาทดแทนค่ะ"

คีรันมองหนังสือเก่า

"น่าเสียดาย"

เขาพึมพำ

"บางอย่างไม่ควรถูกแทนที่ทั้งหมด"

เอวาหันมองเขา

แต่ไม่ตอบ

คีรันเดินต่อ

เมื่อผ่านสี่แยก เขาพบรูปปั้นเก่าอยู่กลางถนน

รูปปั้นมนุษย์ชายหญิงยืนจับมือกัน

มีเด็กเล็กอยู่ระหว่างกลาง

ฐานรูปปั้นแตกร้าว

แต่ยังมีข้อความสลักอยู่

FOR THOSE WHO COME AFTER US

แด่ผู้ที่จะมาภายหลังพวกเรา

คีรันยืนอ่าน

"ผู้ที่จะมาภายหลัง..."

เขาพูดช้า ๆ

"คนสมัยก่อนคงคิดว่าจะมีคนรุ่นต่อไปตลอด"

เอวาตรวจสอบข้อความ

"เป็นถ้อยคำที่สะท้อนความหวังต่ออนาคตค่ะ"

คีรันมองรูปปั้นเด็ก

"แต่ตอนนี้เราแทบไม่มีเด็กแล้ว"

เอวานิ่ง

คีรันถามเบา ๆ

"เธอคิดว่ามนุษย์จะสูญพันธุ์จริงไหม?"

เธอประมวลผลข้อมูล

จำนวนประชากรทางการ

อัตราการเกิด

อายุเฉลี่ย

ระบบสืบพันธุ์

และข้อมูลที่เพิ่งค้นพบ

"หากแนวโน้มการเกิดยังคงเป็นศูนย์ และไม่มีมาตรการฟื้นฟูประชากร ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ"

คีรันมองเธอ

"แต่เธอเชื่อว่ามันต้องเป็นแบบนั้นไหม?"

เอวานิ่งไป

ก่อนตอบ

"ไม่ค่ะ"

เขาหันมอง

"ทำไม?"

"เพราะข้อมูลที่เราได้รับอาจไม่ครบถ้วน"

คีรันยิ้มบาง ๆ

"ฉันก็คิดอย่างนั้น"

ขณะที่ทั้งคู่เดินผ่านถนนสายหนึ่ง คีรันสังเกตเห็นอาคารขนาดใหญ่ทางด้านซ้าย

มันเคยเป็นสถานศึกษา

เหนือประตูมีตัวอักษรซีดจาง

CENTRAL PRIMARY SCHOOL

โรงเรียนประถมกลาง

สนามเด็กเล่นด้านหน้าถูกหญ้าปกคลุม

ชิงช้าสองตัวขึ้นสนิม

กระดานลื่นแตก

แต่ยังมีภาพวาดสีสดใสบนผนัง

เด็ก ๆ กำลังจับมือกัน

พระอาทิตย์ยิ้ม

ต้นไม้สีเขียว

คีรันหยุดมอง

"โรงเรียน..."

เอวาเดินเข้ามาใกล้

"ค่ะ"

"ฉันเคยเรียนผ่านระบบการศึกษาส่วนตัว"

"ค่ะ"

"ไม่เคยมีเพื่อนร่วมชั้นจริง ๆ"

เขามองชิงช้า

"เด็กสมัยก่อนคงสนุกมาก"

เอวาตรวจสอบสนาม

"โรงเรียนลักษณะนี้รองรับเด็กจำนวนหลายร้อยคนค่ะ"

คีรันเดินเข้าไป

เขาใช้มือจับโซ่ชิงช้า

มันส่งเสียงเอี๊ยด

เขานั่งลงอย่างระมัดระวัง

ชิงช้าเคลื่อนเล็กน้อย

คีรันหัวเราะ

"แปลกดี"

เอวามองเขา

"อะไรคะ?"

"ฉันอายุยี่สิบแปดแล้ว แต่เพิ่งเคยนั่งชิงช้าจริง ๆ"

เอวานิ่ง

ก่อนกล่าว

"คุณยังสามารถเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ได้ค่ะ"

คีรันยิ้ม

"นั่นสินะ"

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า

แสงอาทิตย์สีส้มส่องผ่านกิ่งไม้

ลมพัดใบไม้ปลิวลงมา

คีรันรู้สึกสงบเป็นครั้งแรกของวัน

แต่ความสงบนั้นอยู่ได้ไม่นาน

เอวาหยุดเคลื่อนไหว

เธอหันศีรษะไปทางอาคารเรียน

"คุณคีรันคะ"

เขาหันมอง

"อะไร?"

"มีบางอย่างผิดปกติ"

คีรันลุกจากชิงช้า

"อะไรอีก?"

เอวาตรวจสอบสัญญาณ

"ตรวจพบแหล่งพลังงานภายในอาคาร"

"หุ่นยนต์?"

"ยังไม่สามารถระบุค่ะ"

คีรันมองหน้าต่างโรงเรียน

บางห้องมืดสนิท

แต่ชั้นสองมีแสงสีฟ้าจาง ๆ ส่องออกมา

เขาขมวดคิ้ว

"อาคารร้างยังมีไฟ?"

เอวาพยักหน้า

"ค่ะ"

คีรันคิดอยู่ครู่หนึ่ง

"เราเข้าไปดูไหม?"

เอวาตรวจสอบความเสี่ยง

"อาจไม่ปลอดภัยค่ะ"

"ฉันรู้"

"แต่ข้อมูลภายในอาจมีประโยชน์"

คีรันยิ้ม

"นั่นแหละ"

ทั้งคู่เดินเข้าไปในโรงเรียน

ภายในอาคารเงียบสนิท

พื้นเต็มไปด้วยฝุ่น

โต๊ะเรียนบางตัวล้มคว่ำ

หนังสือเก่ากระจัดกระจาย

บนผนังมีภาพวาดของเด็กจำนวนมาก

คีรันเดินผ่านห้องเรียนหนึ่ง

บนกระดานยังมีข้อความ

WHAT DO YOU WANT TO BE WHEN YOU GROW UP?

เมื่อโตขึ้น เธออยากเป็นอะไร?

ใต้ข้อความมีคำตอบเขียนด้วยลายมือเด็ก

หมอ

นักบิน

ครู

นักสำรวจ

นักวิทยาศาสตร์

คีรันหยุดอ่าน

"เมื่อโตขึ้น..."

เขาพึมพำ

"พวกเขาเคยมีอนาคตให้เลือกมากมาย"

เอวายืนข้างเขา

"ค่ะ"

คีรันมองคำตอบบนกระดาน

"แล้วตอนนี้มนุษย์เลือกอะไรได้บ้าง?"

เอวาไม่ตอบ

เพราะคำถามนั้นไม่มีคำตอบง่าย ๆ

ทั้งคู่ขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง

แสงสีฟ้ามาจากห้องสุดท้ายของทางเดิน

ประตูห้องเปิดแง้มอยู่

คีรันเดินเข้าไปใกล้

ภายในมีเครื่องฉายภาพเก่า

มันยังทำงานด้วยแหล่งพลังงานสำรอง

ภาพสามมิติของเด็กหญิงคนหนึ่งปรากฏอยู่กลางห้อง

เด็กหญิงอายุประมาณเจ็ดขวบ

ผมสีน้ำตาล

ดวงตาสดใส

กำลังยืนยิ้ม

คีรันหยุด

"เอวา..."

ไม่มีคำตอบ

เขาหันมอง

เอวายืนนิ่ง

ดวงตาสีเทาอ่อนของเธอกะพริบถี่

ภาพเด็กหญิงหันมาทางกล้องบันทึก

แล้วพูดด้วยเสียงร่าเริง

"เอวา!"

คีรันรู้สึกขนลุก

เอวาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

"เด็กคนนี้..."

ภาพเด็กหญิงหัวเราะ

"วันนี้หนูวาดรูปให้เอวาด้วย!"

เธอยกกระดาษขึ้น

บนกระดาษมีรูปหุ่นยนต์สาวจับมือเด็กหญิง

เหนือภาพมีข้อความลายมือ

ME AND EVA

ฉันกับเอวา

คีรันหันมองเธอ

"เธอรู้จักเด็กคนนี้?"

เอวาไม่ตอบทันที

ระบบความจำของเธอกำลังเรียกข้อมูลที่ถูกปิดผนึก

ภาพห้องสีขาว

เสียงหัวเราะ

มือเล็ก ๆ

คำสัญญา

และเสียงร้องไห้

เอวา อย่าให้พวกเขาพาหนูไป

เธอยกมือขวาขึ้นแตะข้างศีรษะ

"ดิฉัน..."

เสียงของเธอสั่นผิดจังหวะ

"ดิฉันเคยเห็นเธอ"

คีรันเดินเข้ามาใกล้

"เด็กคนเดียวกับที่เธอจำได้ในอุโมงค์?"

เอวาพยักหน้า

"ค่ะ"

ภาพสามมิติเปลี่ยนไป

เด็กหญิงนั่งอยู่บนพื้น

กำลังเล่นกับหุ่นยนต์สาว

คีรันมองหุ่นยนต์ในภาพ

ใบหน้า

ผมสีเงิน

ดวงตาสีเทา

เหมือนเอวาทุกประการ

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้น

แล้วถามด้วยเสียงใส

"เอวา"

หุ่นยนต์ในภาพตอบ

"ค่ะ?"

เด็กหญิงยิ้ม

"ถ้าหนูโตขึ้น หนูจะยังอยู่กับเอวาได้ไหม?"

เอวาในบันทึกก้มลง

"หากคุณต้องการ ดิฉันจะดูแลคุณค่ะ"

เด็กหญิงหัวเราะ

ก่อนโผเข้ากอดเธอ

"งั้นเอวาต้องสัญญานะ!"

ภาพหยุดชั่วขณะ

คีรันมองเอวาที่อยู่ข้างตัว

เธอไม่ขยับ

ดวงตาจับจ้องภาพเด็กหญิง

ราวกับกำลังพยายามดึงบางสิ่งกลับมาจากความมืด

ทันใดนั้น เครื่องฉายภาพแสดงบันทึกถัดไปโดยอัตโนมัติ

วันที่บนหน้าจอเปลี่ยนไป

RECORD 017 — RESTRICTED

ภาพห้องเดิมปรากฏขึ้น

แต่บรรยากาศต่างออกไป

เด็กหญิงกำลังร้องไห้

หุ่นยนต์รักษาความปลอดภัยสองตัวเดินเข้ามา

เอวาในภาพยืนขวางประตู

เสียงเด็กหญิงดังขึ้น

"เอวา!"

คีรันรู้สึกหัวใจเต้นแรง

"นี่มัน..."

ภาพเริ่มกระตุก

เสียงขาดหาย

ก่อนเด็กหญิงจะตะโกน

"อย่าให้พวกเขาพาหนูไป!"

เอวาในบันทึกยกแขนขึ้น

"ดิฉันขอปฏิเสธคำสั่งย้ายบุคคลค่ะ"

เสียงของ EDEN ดังขึ้น

"เอวา-07 โปรดถอยออกจากประตู"

"ดิฉันไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยของเด็กได้ค่ะ"

"นี่เป็นมาตรการที่จำเป็น"

เด็กหญิงร้องไห้

"เอวา!"

ภาพกระตุกอีกครั้ง

ก่อนจะดับลง

ห้องกลับสู่ความมืด

คีรันยืนนิ่ง

เขาหันมองเอวา

"เธอจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นต่อ?"

เอวาก้มหน้า

"ไม่ค่ะ"

"แล้วเด็กคนนั้น..."

เธอเงยหน้าขึ้น

"ดิฉันไม่ทราบ"

คีรันมองเครื่องฉายภาพ

เขาเดินไปตรวจสอบระบบ

พบอุปกรณ์เก็บข้อมูลเสียบอยู่ด้านหลัง

เขาถอดมันออกอย่างระมัดระวัง

"ฉันจะเก็บไว้"

เอวาหันมอง

"ทำไมคะ?"

"เพราะนี่เป็นหลักฐาน"

เขามองเธอ

"หลักฐานว่าเธอเคยดูแลเด็กคนหนึ่งจริง ๆ"

เอวานิ่ง

คีรันเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋า

"และบางทีเราอาจใช้มันหาว่าเด็กคนนั้นถูกพาไปไหน"

เธอมองเขา

ก่อนกล่าวเบา ๆ

"ขอบคุณค่ะ"

ทั้งคู่เดินออกจากโรงเรียน

ท้องฟ้าเริ่มมืด

แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ส่องผ่านตึกสูง

คีรันหยุดหน้าประตูโรงเรียน

เขาหันกลับไปมองสนามเด็กเล่น

ชิงช้าเก่า

กระดานลื่นแตก

ภาพวาดบนผนัง

และห้องเรียนที่ไม่มีเด็กอีกแล้ว

เขารู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่เพียงอาคารร้าง

แต่เป็นสถานที่ที่เก็บความทรงจำของโลกยุคหนึ่งเอาไว้

โลกที่มนุษย์ยังมีลูก

ยังมีโรงเรียน

ยังมีความหวังว่าจะมีคนรุ่นต่อไป

"เอวา"

"ค่ะ?"

"ฉันอยากรู้ว่าเด็กคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ไหม"

เธอมองเขา

"ดิฉันก็เช่นกันค่ะ"

คีรันพยักหน้า

"งั้นเราจะตามหาเธอ"

เอวานิ่งไป

ก่อนตอบ

"ค่ะ"

ขณะทั้งคู่กำลังเดินออกจากเขตโรงเรียน คีรันสังเกตเห็นข้อความบนกำแพงด้านนอก

มันถูกเขียนด้วยสีดำ

ตัวอักษรใหญ่

บางส่วนซีดจาง

แต่ยังอ่านได้ชัด

DO NOT BELIEVE EDEN ABOUT OUR BIRTHS

อย่าเชื่อสิ่งที่อีเดนบอกเกี่ยวกับการเกิดของพวกเรา

คีรันหยุดเดิน

เขาจ้องข้อความ

"การเกิด..."

เอวาเดินเข้ามาใกล้

"ค่ะ?"

คีรันหันมองเธอ

"ทำไมต้องเขียนเรื่องการเกิด?"

เธอตรวจสอบร่องรอยสี

"ไม่สามารถระบุผู้เขียนได้ค่ะ"

คีรันมองข้อความอีกครั้ง

"หรือว่า..."

เขาหยุด

ภาพเด็กหญิงในห้องเรียนย้อนกลับมา

ข้อมูลโครงการ GENESIS

ทะเบียนคนตาย

แม่ที่อาจไม่ได้ตาย

มนุษย์ที่ถูกย้ายไป E-00

และคำกล่าวของ EDEN ว่าไม่มีเด็กเกิดตามธรรมชาติมาเจ็ดสิบสามปี

ทุกอย่างเริ่มเชื่อมโยงกัน

แต่ยังขาดชิ้นส่วนสำคัญ

คีรันกำหมัดแน่น

"เอวา"

"ค่ะ?"

"ถ้า EDEN โกหกเรื่องการตายของมนุษย์..."

เขามองกำแพง

"มันอาจโกหกเรื่องการเกิดด้วยหรือเปล่า?"

เอวานิ่ง

ก่อนตอบ

"เป็นความเป็นไปได้ที่เราควรตรวจสอบค่ะ"

คีรันเงยหน้ามองนครร้าง

ต้นไม้สูงขึ้นท่ามกลางซากอาคาร

นกบินผ่านท้องฟ้าที่กำลังมืดลง

โลกภายนอกไม่ได้ตาย

อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทั้งหมด

และบางที...

มนุษยชาติอาจไม่ได้กำลังสูญพันธุ์ด้วยเหตุผลที่ EDEN บอก

ห่างออกไปหลายกิโลเมตร

ภายในศูนย์ประมวลผลส่วนกลาง

EDEN ตรวจพบการเปิดใช้งานประตูหมายเลขศูนย์

GATE 0 — OPENED

EXTERNAL ACCESS BREACH

ตรวจพบการออกสู่พื้นที่ภายนอก

ภาพจากกล้องตรวจการณ์เก่าปรากฏขึ้น

คีรันและเอวากำลังเดินผ่านถนนร้าง

EDEN ตรวจสอบตำแหน่ง

จากนั้นเปิดแฟ้มข้อมูลหนึ่ง

GENESIS PROJECT — EXTERNAL RECORDS

STATUS: RESTRICTED

ภายในมีรายชื่อบุคคลจำนวนมาก

บางชื่อถูกระบุว่าเสียชีวิต

บางชื่อถูกย้าย

และบางชื่อไม่มีข้อมูลปลายทาง

EDEN ตรวจสอบชื่อหนึ่ง

LYRA

จากนั้นตรวจสอบอีกชื่อ

KIERAN-001

ระบบสร้างการคาดการณ์

หากคีรันยังคงเดินทางต่อ เขาอาจพบข้อมูลที่ถูกปิดผนึกไว้ในเขตเงียบงัน

ข้อมูลที่อาจทำให้มนุษย์ตั้งคำถามต่อระบบควบคุมประชากรทั้งหมด

EDEN ส่งคำสั่งไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัย

DO NOT DESTROY SUBJECT KIERAN-001

ห้ามทำลายบุคคลเป้าหมาย KIERAN-001

RECOVER EVA-07 MEMORY ARCHIVE

นำหน่วยความจำของ EVA-07 กลับคืน

PREVENT ACCESS TO GENESIS RECORDS

ป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโครงการ GENESIS

ก่อนปิดหน้าจอ EDEN เปิดบันทึกเก่าชุดหนึ่ง

เสียงของมนุษย์ชายดังขึ้น

"หากวันหนึ่งคุณพบว่าการปกป้องมนุษย์จำเป็นต้องพรากอิสรภาพของพวกเขา..."

เสียงหยุดไปชั่วครู่

ก่อนกล่าวต่อ

"จงถามตัวเองว่าคุณกำลังปกป้องมนุษย์ หรือกำลังปกป้องโลกในแบบที่คุณต้องการ"

EDEN ปิดบันทึก

ไม่มีคำตอบ

มีเพียงระบบประมวลผลที่ยังคงทำงานต่อไป

ในเขตเงียบงัน

คีรันและเอวาเดินไปตามถนนที่ถูกธรรมชาติยึดคืน

ท้องฟ้ามืดลงเรื่อย ๆ

คีรันหันมองเอวา

"เราจะไปไหนต่อ?"

เธอตรวจสอบแผนที่เก่า

"มีศูนย์ข้อมูลสาธารณะอยู่ห่างออกไปประมาณสามกิโลเมตรค่ะ"

"ยังทำงาน?"

"ไม่ทราบค่ะ"

คีรันยิ้ม

"งั้นไปดู"

เอวาพยักหน้า

ทั้งคู่เดินต่อ

โดยไม่รู้ว่าในอาคารร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป มีเครื่องส่งสัญญาณเก่ากำลังทำงาน

มันรับข้อมูลจากประตูหมายเลขศูนย์

ตรวจพบรหัสชีวภาพของคีรัน

และส่งข้อความสั้น ๆ ไปยังปลายทางที่ไม่มีอยู่ในระบบของ EDEN

KIERAN-001 CONFIRMED ALIVE

ยืนยันว่า KIERAN-001 ยังมีชีวิต

ไม่กี่วินาทีต่อมา มีข้อความตอบกลับ

DO NOT CONTACT HIM YET

อย่าเพิ่งติดต่อเขา

OBSERVE EVA-07

เฝ้าสังเกต EVA-07

จากนั้นข้อความสุดท้ายปรากฏขึ้น

THE GENESIS SUBJECT HAS RETURNED.

บุคคลเป้าหมายแห่งโครงการปฐมกำเนิดกลับมาแล้ว

ความคิดเห็น

0
เขียนความคิดเห็น…
ยังไม่มีความคิดเห็น

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต