Kamelessia Stories
ปก มนุษย์กำลังจะสูญพันธ์กลับไปที่นิยายมนุษย์กำลังจะสูญพันธ์
ตอนที่ 10

ห้องทดลองหมายเลข 17

19 มิถุนายน ค.ศ. 3200 — เวลา 00.17 น.

ศูนย์วิจัยใต้ดิน W-17 — ระดับความลึก 86 เมตร

  1. ประตูที่ไม่ควรตื่นขึ้นมา

เสียงเครื่องจักรดังมาจากใต้พื้น

ครืด...

ครืด...

คีรันยืนอยู่กลางห้องพักโดยไม่ได้สวมรองเท้า

พื้นคอนกรีตเย็นจัดจนความเย็นแล่นผ่านฝ่าเท้า แต่เขาแทบไม่รู้สึกถึงมัน

สิ่งที่ดึงความสนใจทั้งหมดของเขาคือเสียงนั้น

เสียงที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเครื่องจักรกำลังหายใจ

"เอวา"

"ค่ะ"

"มันยังเรียกชื่อฉันอยู่หรือเปล่า?"

เอวา-07 ยืนนิ่งอยู่ข้างประตู แสงสถานะเล็ก ๆ บริเวณลำคอเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีเหลือง

"ระบบส่งคำขอยืนยันรหัส KIERAN-001 ซ้ำทุกสิบสองวินาทีค่ะ"

"จากข้างล่าง?"

"ใช่ค่ะ"

"มันรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?"

"ยังไม่สามารถระบุได้ค่ะ"

คีรันเดินไปหยิบรองเท้า

เขาเพิ่งนอนหลับไปไม่ถึงสี่ชั่วโมง หลังจากวิ่งหนีหน่วยรักษาความปลอดภัย เดินผ่านเมืองร้าง และเผชิญหน้ากับความจริงเกี่ยวกับการเกิดของตัวเอง

ร่างกายของเขาต้องการพักผ่อน

แต่สมองกลับตื่นตัวอย่างประหลาด

"เราไปดู"

เอวาขยับมาขวางประตู

"ดิฉันแนะนำให้รอดร.มิราค่ะ"

"เธออาจกำลังอยู่ข้างล่าง"

"นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอให้เราเข้าไปในพื้นที่ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ"

คีรันเงยหน้ามองเธอ

"เธอเริ่มออกคำสั่งกับฉันแล้วหรือ?"

เอวานิ่งไปครู่หนึ่ง

"ดิฉันกำลังแนะนำค่ะ"

"ด้วยการยืนขวางประตู?"

เธอก้มมองตำแหน่งของตัวเอง

แล้วขยับออกด้านข้าง

"ขออภัยค่ะ"

คีรันยิ้มบาง ๆ

"ฉันไม่ได้โกรธ"

เขาหยิบกระเป๋าเครื่องมือขึ้นสะพาย

"ฉันแค่ไม่อยากให้ใครตัดสินใจแทนฉันอีกแล้ว"

เอวามองเขา

ก่อนตอบเบา ๆ

"ดิฉันเข้าใจค่ะ"

ทันใดนั้นเสียงประกาศจากลำโพงในห้องก็ดังขึ้น

"คีรัน อย่าเพิ่งลงมา"

เสียงของดร.มิรา เวลส์

คีรันเงยหน้ามองลำโพง

"คุณอยู่ไหน?"

"ห้องควบคุมชั้นสอง"

"เกิดอะไรขึ้น?"

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนตอบ

"ระบบของห้องทดลองหมายเลขสิบเจ็ดเริ่มทำงานเอง"

คีรันมองเอวา

"เพราะฉัน?"

มิราตอบ

"ฉันยังไม่รู้"

เขาขมวดคิ้ว

"แต่ระบบเรียกชื่อผม"

"ใช่"

"แล้วคุณยังจะบอกว่าไม่รู้?"

เสียงมิราหนักขึ้น

"การที่เครื่องจักรเรียกชื่อเธอไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นคนสั่งให้มันทำงาน"

คีรันเงียบ

มิรากล่าวต่อ

"มาที่ห้องควบคุมก่อน เราต้องตรวจสอบบางอย่าง"

  1. คำสั่งจากคนที่ไม่มีตัวตน

เวลา 00.29 น.

มิรายืนอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก

บนโต๊ะมีแก้วกาแฟใบเดิม แต่ครั้งนี้กาแฟยังร้อนจนมีไอสีขาวลอยขึ้นมา

คีรันเดินเข้ามาพร้อมเอวา

"คุณพบอะไร?"

มิราไม่ตอบทันที

เธอชี้ไปยังหน้าจอ

ข้อความสามบรรทัดปรากฏอยู่บนพื้นหลังสีดำ

GENESIS CORE — STANDBY

SUBJECT KIERAN-001 DETECTED

AWAITING HUMAN AUTHORIZATION

คีรันอ่านออกเสียงเบา ๆ

"รอการอนุญาตจากมนุษย์"

เขาหันมองมิรา

"ใครเป็นคนอนุญาตได้?"

"ผู้มีสิทธิ์ตามระบบเดิม"

"แล้วเป็นใคร?"

มิราเลื่อนหน้าจอ

รายการชื่อปรากฏขึ้น

ส่วนใหญ่ถูกทำเครื่องหมายว่าเสียชีวิต

บางชื่อไม่มีข้อมูล

แต่ชื่อหนึ่งยังคงอยู่

DR. MIRA WELLS

AUTHORIZATION STATUS: ACTIVE

คีรันหันมองเธอ

"คุณเปิดได้"

มิราพยักหน้า

"ในทางเทคนิค ใช่"

"แล้วทำไมไม่เปิด?"

"เพราะฉันไม่ได้เป็นคนเริ่มระบบ"

เธอชี้ไปยังบรรทัดอีกชุด

INITIALIZATION SOURCE: UNKNOWN

แหล่งเริ่มการทำงาน: ไม่ทราบ

"ห้องทดลองนี้ถูกตัดจากระบบควบคุมภายนอกมาหลายปี" มิรากล่าว "มันไม่ควรตอบสนองต่อใครโดยอัตโนมัติ"

เอวาเดินเข้าไปตรวจสอบข้อมูล

"ระบบตรวจจับทางชีวภาพยังทำงานหรือไม่คะ?"

"มีเซนเซอร์บางตัวอยู่ที่ทางเข้าชั้นล่าง"

"อาจตรวจพบคีรันผ่านเซนเซอร์เหล่านั้น"

มิราพยักหน้า

"เป็นไปได้"

คีรันถาม

"ถ้าอย่างนั้นปัญหาคืออะไร?"

มิราหันมองเขา

"ปัญหาคือฉันไม่ได้เปิดวงจรจ่ายไฟให้เซนเซอร์เหล่านั้น"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง

คีรันมองหน้าจออีกครั้ง

"หมายความว่ามีใครบางคนเปิดมัน?"

"หรือมีวงจรสำรองที่ฉันไม่รู้จัก"

มิราตอบ

"ฉันยังไม่อยากสรุป"

เอวาก้มมองแผงควบคุม

"ดิฉันเสนอให้ตรวจสอบเส้นทางจ่ายไฟโดยตรงค่ะ"

มิราพยักหน้า

"นั่นคือสิ่งที่ฉันกำลังจะทำ"

คีรันหยิบกระเป๋าเครื่องมือขึ้นวางบนโต๊ะ

"งั้นผมช่วย"

มิรามองเขา

"เธอเพิ่งตื่น"

"ผมนอนแล้ว"

"ไม่ถึงสี่ชั่วโมง"

คีรันหันมองเอวา

"เธอบอกหรือ?"

เอวาตอบทันที

"ดิฉันไม่ได้รายงานค่ะ"

มิรายกคิ้ว

"ฉันเห็นเวลาที่เธอเข้าห้องพัก"

คีรันถอนหายใจ

"ตอนนี้ทุกคนรู้เวลานอนของผมหมดแล้ว"

มิรายิ้มจาง ๆ

เป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาเข้ามาในห้อง

แต่รอยยิ้มนั้นหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อหน้าจอส่งเสียงเตือน

AUTHORIZATION WINDOW: 00:14:59

คีรันชะงัก

"นับถอยหลัง?"

มิราหน้าเปลี่ยนสี

"ฉันไม่เคยเห็นข้อความนี้"

ตัวเลขลดลง

00:14:58

00:14:57

คีรันมองเธอ

"ถ้าเราไม่อนุญาตจะเกิดอะไรขึ้น?"

มิรารีบเปิดคู่มือเก่า

"ไม่ทราบ"

เอวาตรวจสอบหน้าจอ

"ยังไม่มีข้อมูลระบุผลเมื่อหมดเวลา"

คีรันมองตัวเลขที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

"งั้นเราต้องหาคำตอบก่อนมันหมด"

  1. สิบห้านาที

ห้องควบคุมกลับมามีชีวิตชีวา

มิราเปิดแผนผังระบบไฟฟ้า

คีรันคุกเข่าหน้าตู้ควบคุม

เอวาใช้มือขวาถือไฟส่องให้เขา

เขาเปิดฝาครอบ

ด้านในมีแผงวงจรเก่าที่ถูกซ่อมหลายครั้ง

สายไฟบางเส้นเปลี่ยนใหม่

บางเส้นยังเป็นของเดิม

"นี่ไม่ใช่ระบบมาตรฐานของ EDEN"

คีรันกล่าว

มิราตอบจากโต๊ะ

"เพราะมันสร้างก่อนการรวมศูนย์"

"ใครเป็นคนออกแบบ?"

"ทีมวิศวกรของโครงการ"

คีรันตรวจสอบสายไฟ

"ผมต้องรู้ว่าวงจรไหนจ่ายให้เซนเซอร์"

มิราเลื่อนแผนผัง

"ช่อง B-17"

เขาหันไปดู

พบสายสีแดงสองเส้นและสายสีดำหนึ่งเส้น

"มีแหล่งจ่ายไฟสำรอง"

"ใช่"

"คุณบอกว่าปิดแล้ว"

"ฉันปิดแหล่งจ่ายหลัก"

คีรันหยุดมือ

"แต่แหล่งสำรองยังอยู่"

มิรานิ่ง

"เป็นไปได้"

เขาใช้เครื่องวัดตรวจสอบแรงดัน

หน้าจอขึ้นตัวเลข

"มีไฟจริง"

เอวาถาม

"แรงดันเท่าใดคะ?"

คีรันบอกค่า

มิรารีบตรวจสอบแผนผัง

"นั่นเป็นวงจรสำรองของระบบเฝ้าระวังชีวภาพ"

คีรันเงยหน้า

"แปลว่ามันเปิดตลอด?"

"ตามการออกแบบเดิม ระบบนี้จะใช้พลังงานต่ำมากและตื่นขึ้นเมื่อมีเงื่อนไขบางอย่าง"

"เงื่อนไขอะไร?"

มิราเงียบไป

คีรันหันมองเธอ

"อย่าบอกว่าไม่รู้"

"ฉันรู้ว่ามีระบบตรวจจับ"

เธอตอบ

"แต่ไม่รู้ว่าทำไมมันยังใช้เงื่อนไขนี้อยู่"

เอวาตรวจสอบสายสัญญาณอีกเส้น

"พบช่องสื่อสารภายในที่ไม่ได้เชื่อมกับระบบภายนอกค่ะ"

คีรันมองตาม

"ถ้าเราตัดมัน?"

มิราตอบทันที

"อย่าเพิ่ง"

เขาหันมอง

"ทำไม?"

"เพราะเราไม่รู้ว่าการตัดสายจะทำให้ระบบเข้าสู่สถานะปลอดภัยหรือเข้าสู่สถานะฉุกเฉิน"

คีรันกัดริมฝีปาก

ตัวเลขบนหน้าจอยังคงลดลง

00:09:42

เขาหันไปมอง

"เหลือไม่ถึงสิบนาที"

มิราเดินเข้ามา

เธอคุกเข่าข้างเขา

ตรวจสอบวงจรด้วยตัวเอง

มือของเธอสั่นเล็กน้อยตามวัย

คีรันสังเกตเห็น

"คุณไหวไหม?"

"ไหว"

"คุณแน่ใจ?"

มิราหันมองเขา

"ฉันเคยซ่อมเครื่องนี้มาก่อนเธอเกิด"

คีรันยิ้มมุมปาก

"งั้นคุณคงรู้ว่ามันดื้อแค่ไหน"

มิราหัวเราะสั้น ๆ

"มากกว่าที่เธอคิด"

ทั้งคู่ทำงานต่อ

ในที่สุดคีรันก็พบสวิตช์กลไกเล็ก ๆ ซ่อนอยู่หลังแผง

"นี่อะไร?"

มิราหันมอง

ก่อนชะงัก

"สวิตช์แยกระบบ"

"ถ้าโยกจะเกิดอะไรขึ้น?"

"มันจะตัดเส้นทางสั่งงานอัตโนมัติ แต่ยังคงไฟสำหรับตรวจสอบสถานะ"

คีรันมองเธอ

"แน่ใจ?"

มิราพยักหน้า

"ตามแผนผังเดิม"

เขาหันมองเอวา

"เธอคิดว่าไง?"

เอวาตรวจสอบวงจร

"การเชื่อมต่อสอดคล้องกับคำอธิบายค่ะ แต่ยังมีความเสี่ยงจากการดัดแปลงที่ไม่อยู่ในเอกสาร"

คีรันพยักหน้า

"รับทราบ"

เขาจับสวิตช์

แล้วโยกลง

เสียงเครื่องจักรใต้พื้นเงียบไปทันที

ไฟสีแดงบนหน้าจอดับลง

ตัวเลขนับถอยหลังหยุดที่

00:07:16

ทุกคนยืนนิ่ง

ผ่านไปห้าวินาที

สิบวินาที

ไม่มีเสียงเตือน

มิราถอนหายใจยาว

"สำเร็จ"

คีรันค่อย ๆ ลุกขึ้น

"อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องตัดสินใจในเจ็ดนาที"

เอวาตรวจสอบสถานะ

"ระบบเข้าสู่โหมดตรวจสอบเฉพาะที่ค่ะ"

มิราพยักหน้า

"ตอนนี้เรามีเวลาตรวจสอบก่อนเปิดห้องทดลอง"

คีรันมองประตูด้านหลัง

"แล้วเราจะเปิดไหม?"

มิราหันมองเขา

"เปิด"

เธอตอบ

"แต่คราวนี้เราจะเป็นคนเลือกเวลาเอง"

  1. บันไดลงสู่ปีที่ 3172

เวลา 02.11 น.

หลังตรวจสอบวงจรและแหล่งจ่ายไฟอีกครั้ง มิราจึงอนุญาตให้เปิดทางลงชั้นล่าง

ประตูเหล็กขนาดใหญ่เลื่อนออก

ด้านหลังเป็นบันไดคอนกรีตที่ทอดลึกลงไป

ไฟฉุกเฉินส่องแสงเป็นช่วง ๆ

อากาศเย็นกว่าชั้นบนอย่างเห็นได้ชัด

คีรันเดินนำ

เอวาตามหลัง

มิราอยู่ท้ายสุด

เสียงฝีเท้าสะท้อนก้องในบันได

ผ่านไปหลายชั้น พวกเขามาถึงประตูอีกบาน

บนผนังมีตัวอักษรสีดำขนาดใหญ่

LABORATORY 17

ด้านล่างมีข้อความเล็กกว่า

HUMAN DEVELOPMENT RESEARCH UNIT

หน่วยวิจัยการพัฒนามนุษย์

คีรันหยุดเดิน

เขามองตัวอักษรเหล่านั้นอยู่นาน

"นี่คือที่ที่ผมเกิด?"

มิราเดินมายืนข้างเขา

"ตามบันทึก ใช่"

คีรันยื่นมือไปแตะผนัง

พื้นผิวเย็น

มีฝุ่นเกาะหนา

เขาพยายามจินตนาการว่าที่นี่เคยเป็นอย่างไรเมื่อยี่สิบแปดปีก่อน

มีคนเดินผ่านทางเดินนี้หรือไม่?

มีใครรออยู่หน้าประตูหรือเปล่า?

มีคนดีใจไหมเมื่อเขาเกิด?

หรือทุกคนมองเขาเป็นเพียงผลการทดลองที่สำเร็จ?

"คีรัน"

มิราเรียกเบา ๆ

เขาหันไป

"เธอไม่จำเป็นต้องเข้าไปตอนนี้"

คีรันส่ายหน้า

"ผมอยากเห็น"

มิราพยักหน้า

เธอใช้กุญแจกลไกปลดล็อกชั้นแรก

จากนั้นเสียบแผ่นข้อมูลอนุญาตเข้ากับเครื่องอ่าน

หน้าจอปรากฏข้อความ

HUMAN AUTHORIZATION REQUIRED

มิราวางฝ่ามือลงบนเครื่องตรวจ

ระบบใช้เวลาตรวจสอบนานกว่าปกติ

ก่อนแสดงข้อความ

AUTHORIZED: DR. MIRA WELLS

เสียงกลอนเปิดดังขึ้น

ประตูค่อย ๆ แยกออก

อากาศเย็นจากด้านในไหลออกมา

คีรันก้าวเข้าไป

  1. ห้องที่เคยมีหัวใจเต้น

ห้องทดลองหมายเลขสิบเจ็ดกว้างกว่าที่เขาคาดไว้

เพดานสูง

มีโคมไฟยาวติดเรียงกัน

บางดวงดับ

บางดวงกะพริบ

กลางห้องมีแท่นเครื่องจักรขนาดใหญ่เรียงกันหกแท่น

แต่ละแท่นเชื่อมต่อกับท่อและสายไฟจำนวนมาก

ส่วนบนเป็นโครงรองรับภาชนะทรงรี

บางภาชนะแตก

บางภาชนะถูกถอดออก

เหลือเพียงแท่นโลหะเปล่า

คีรันเดินเข้าไปใกล้

บนแท่นแรกมีหมายเลข

G-12

แท่นที่สอง

G-13

แท่นที่สาม

G-14

เขาเดินผ่านไป

จนถึงแท่นสุดท้าย

G-17

คีรันหยุด

มิราเดินมายืนข้างเขา

"นี่คือหน่วยพยุงครรภ์เทียมหมายเลขสิบเจ็ด"

เขามองภาชนะทรงรีที่ติดตั้งอยู่บนแท่น

มันมีขนาดใหญ่พอสำหรับทารก

ผนังภาชนะทำจากวัสดุโปร่งใสที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองตามอายุ

มีสายส่งสารอาหาร

ระบบแลกเปลี่ยนก๊าซ

และชุดควบคุมอุณหภูมิ

ทุกอย่างหยุดทำงานแล้ว

คีรันยื่นมือแตะกระจก

"ผมเคยอยู่ในนี้?"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

เขามองภายใน

ว่างเปล่า

ไม่มีน้ำ

ไม่มีชีวิต

มีเพียงรอยคราบเก่าที่หลงเหลืออยู่

"นานแค่ไหน?"

มิราตอบ

"ตั้งแต่ระยะตัวอ่อนจนถึงวันที่เธอพร้อมออกมาดำรงชีวิตภายนอกระบบ"

คีรันนิ่ง

เขาเคยเห็นภาพการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติในหนังสือเก่า

ภาพผู้หญิงอุ้มท้อง

ภาพมือวางบนหน้าท้อง

ภาพทารกแรกเกิดที่ถูกส่งให้แม่กอด

แต่สถานที่ที่เขาเริ่มต้นชีวิตกลับเป็นเครื่องจักร

เขามองท่อที่ห้อยอยู่เหนือศีรษะ

"มีใครอุ้มผมตอนเกิดไหม?"

คำถามนั้นทำให้มิราชะงัก

เธอมองเขา

"มี"

คีรันหันขวับ

"ใคร?"

มิราหลบตาเล็กน้อย

"ฉัน"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง

คีรันมองหญิงสูงวัยตรงหน้า

"คุณ?"

มิราพยักหน้า

"ฉันอยู่ในห้องนี้วันนั้น"

เธอเดินเข้าไปใกล้แท่น G-17

ยกมือแตะขอบโลหะ

"ระบบแจ้งว่าการพัฒนาทางชีวภาพสมบูรณ์เพียงพอแล้ว"

"ทีมแพทย์เตรียมเครื่องมือ"

"และเมื่อเปิดหน่วยพยุงครรภ์..."

เธอหยุด

ดวงตาเริ่มแดง

"เธอร้องไห้"

คีรันนิ่ง

มิราหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่เสียงสั่น

"ร้องดังมาก"

เธอหันมองเขา

"ฉันจำได้ว่ามีคนบอกให้ตรวจระบบหายใจ เพราะเสียงร้องของเธอดังจนเครื่องวัดสัญญาณบางตัวเตือนผิดปกติ"

คีรันไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร

มิรากล่าวต่อ

"ฉันอุ้มเธอไว้"

"เธอตัวเล็ก"

"ผิวแดง"

"กำมือแน่น"

หญิงสูงวัยก้มหน้า

"และฉันจำได้ว่าตอนนั้น ฉันไม่ได้คิดถึงตัวเลขการทดลองเลย"

คีรันถามเบา ๆ

"แล้วคุณคิดอะไร?"

มิราเงยหน้ามองเขา

"ฉันคิดว่า..."

เธอหยุด

ก่อนตอบ

"เด็กคนนี้ต้องการใครสักคน"

คีรันมองเธอ

ความโกรธที่เขามีต่อมิรายังไม่หายไป

แต่ตอนนี้มันปะปนกับความรู้สึกที่เขาไม่สามารถเรียกชื่อได้

  1. ภาพแรกของชีวิต

เอวาเดินไปยังแผงควบคุมข้างแท่น G-17

"ระบบบันทึกภาพยังอยู่หรือไม่คะ?"

มิราหันมอง

"บางส่วน"

"สามารถเปิดได้หรือไม่?"

"ต้องใช้เครื่องอ่านเฉพาะ"

คีรันหันมา

"มีภาพวันที่ผมเกิด?"

มิราพยักหน้า

"ฉันเก็บสำเนาไว้"

เขาเงียบไป

ก่อนถาม

"ผมดูได้ไหม?"

มิรามองเขา

"ได้"

เธอเดินไปยังโต๊ะควบคุม

เปิดลิ้นชัก

หยิบแผ่นบันทึกข้อมูลเก่าออกมา

จากนั้นนำไปใส่เครื่องอ่านที่แยกจากเครือข่าย

จอภาพสว่างขึ้น

มีภาพห้องทดลองปรากฏ

แต่ในภาพนั้น ทุกอย่างดูใหม่

ไฟทุกดวงสว่าง

เครื่องจักรสะอาด

มีนักวิทยาศาสตร์สวมชุดป้องกันเดินไปมา

วันที่มุมจอระบุ

ค.ศ. 3172

คีรันยืนมอง

เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างแท่น G-17

เธอมีใบหน้าคล้ายมิรา แต่ดูอ่อนวัยกว่ามาก

"นั่นคุณ?"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

ภาพดำเนินต่อ

มีเสียงเครื่องมือแพทย์ดังเป็นจังหวะ

เจ้าหน้าที่สองคนตรวจสอบข้อมูล

หญิงสาวในภาพก้มมองภาชนะโปร่งใส

จากนั้นพูดบางอย่าง

เสียงเบาเกินไป

มิราเพิ่มระดับเสียง

"อุณหภูมิคงที่"

เสียงหญิงสาวดังจากลำโพง

"อัตราการเต้นหัวใจปกติ"

เจ้าหน้าที่อีกคนตอบ

"พร้อมสำหรับขั้นตอนสุดท้าย"

คีรันจ้องภาพ

ประตูภาชนะค่อย ๆ เปิดออก

เจ้าหน้าที่นำทารกตัวเล็กออกมาด้วยความระมัดระวัง

เสียงร้องดังขึ้นทันที

คีรันสะดุ้งเล็กน้อย

เสียงนั้นแหลม

ดัง

และเต็มไปด้วยชีวิต

หญิงสาวในภาพรับทารกมาอุ้ม

เธอมองใบหน้าเล็ก ๆ

แล้วพูดเบา ๆ

"สวัสดี"

คีรันรู้สึกแน่นหน้าอก

มิราในภาพยิ้ม

"ยินดีต้อนรับ"

ทารกยังร้องไห้

เธอหัวเราะเบา ๆ

"รู้แล้ว"

"โลกนี้เสียงดังหน่อยนะ"

คีรันมองภาพโดยไม่กะพริบตา

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นตัวเองตอนเกิด

ไม่ใช่ภาพที่ EDEN สร้างขึ้นเพื่อการศึกษา

ไม่ใช่ข้อมูลสรุปในทะเบียน

แต่เป็นภาพจริงของเด็กคนหนึ่ง

เด็กที่ร้องไห้

เด็กที่มีคนอุ้ม

เด็กที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเติบโตขึ้นมาในโลกแบบไหน

คีรันยกมือขึ้นแตะหน้าจอ

"นั่นผมจริง ๆ เหรอ?"

มิราตอบ

"ใช่"

เขามองทารกในภาพ

ก่อนพูดเบา ๆ

"ผมไม่เคยเห็นตัวเองตอนเป็นเด็กขนาดนี้"

เอวายืนอยู่ข้างเขา

"ดิฉันมีภาพคุณตั้งแต่อายุสามปีค่ะ"

คีรันหันมอง

"ฉันรู้"

เขายิ้มบาง ๆ

"แต่ก่อนหน้านั้นฉันไม่มีอะไรเลย"

มิรามองเขา

"ตอนนี้เธอมีแล้ว"

คีรันหันกลับไปมองภาพ

เสียงร้องของทารกยังดังอยู่

เขาไม่เคยคิดว่าเสียงร้องของตัวเองจะทำให้รู้สึกเช่นนี้

มันไม่ได้บอกว่าเขาเป็นใคร

ไม่ได้บอกว่าเขาควรทำอะไร

แต่ยืนยันสิ่งหนึ่ง

เขาเคยเป็นเด็กคนหนึ่งจริง ๆ

  1. ชื่อที่ไม่ได้มาจากรหัส

ภาพบันทึกเปลี่ยนไป

เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง

ทารกถูกห่อตัวด้วยผ้าสีขาว

นอนอยู่ในเปลควบคุมอุณหภูมิ

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามาหามิรา

"ต้องลงทะเบียนรหัสบุคคล"

มิราในภาพพยักหน้า

"ใช้รหัสโครงการชั่วคราวก่อน"

เจ้าหน้าที่ถาม

"แล้วชื่อ?"

มิรานิ่ง

เธอมองทารก

ก่อนตอบ

"คีรัน"

คีรันในปัจจุบันหันมองเธอทันที

"คุณตั้งชื่อผม?"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

เขามองจอ

เจ้าหน้าที่ในภาพถาม

"ทำไมใช้ชื่อเดียวกับต้นแบบ?"

มิราในภาพตอบ

"เพราะเป็นชื่อที่อยู่ในเอกสาร"

เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว

"นั่นไม่ใช่เหตุผลทางวิทยาศาสตร์"

มิราตอบ

"ฉันไม่ได้บอกว่าเป็น"

เธอหันกลับไปมองทารก

"เขาต้องมีชื่อ"

"ไม่ใช่แค่หมายเลข"

คีรันนิ่ง

ภาพบันทึกดำเนินต่อ

เจ้าหน้าที่บันทึกชื่อ

KIERAN

ส่วนรหัสโครงการถูกเก็บแยกไว้ด้านล่าง

คีรันมองมิรา

"คุณตั้งชื่อผมตามคนที่ตายไปแล้ว"

"ใช่"

"เพราะคุณคิดว่าผมคือเขา?"

มิราส่ายหน้า

"ไม่"

"แล้วทำไม?"

หญิงสูงวัยเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนตอบ

"ตอนนั้นฉันยังคิดว่าการให้ชื่อเดียวกันอาจช่วยให้คนในโครงการมองเห็นความต่อเนื่องของงานวิจัย"

คีรันขมวดคิ้ว

"ความต่อเนื่อง?"

"ฉันคิดแบบนักวิทยาศาสตร์มากเกินไป"

มิราตอบ

"ฉันยอมรับ"

เธอมองเขา

"แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันเริ่มเข้าใจว่าชื่อเดียวกันไม่ได้ทำให้คนสองคนเป็นคนเดียวกัน"

คีรันนิ่ง

มิรากล่าวต่อ

"ฉันไม่รู้ว่าเธออยากใช้ชื่อนั้นต่อไปหรือไม่"

เขามองเธอ

"คุณหมายความว่า?"

"ถ้าวันหนึ่งเธออยากเปลี่ยนชื่อ"

มิราตอบ

"เธอมีสิทธิ์"

คีรันมองหน้าจอ

ชื่อ KIERAN ยังปรากฏอยู่

เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนกล่าว

"ผมจะใช้ชื่อนี้"

มิราพยักหน้า

"ตกลง"

"ไม่ใช่เพราะคนที่ตายไปแล้ว"

เขาพูดต่อ

"แต่เพราะมันเป็นชื่อที่ผมใช้มาตลอดชีวิต"

เอวาหันมองเขา

"ดิฉันเห็นด้วยค่ะ คุณคีรัน"

เขายิ้มบาง ๆ

"ขอบใจ"

  1. สิ่งที่เหมือนกันเกินไป

เวลา 03.26 น.

มิรานำคีรันไปยังโต๊ะวิเคราะห์ข้อมูล

บนหน้าจอมีภาพโครงสร้างพันธุกรรมสองชุด

ชุดแรกระบุ

ARCHIVE REFERENCE — KIERAN / 2986

ชุดที่สองระบุ

GENESIS SUBJECT — KIERAN-001 / 3172

เส้นข้อมูลจำนวนมากเรียงอยู่ข้างกัน

คีรันมองอย่างไม่เข้าใจทั้งหมด

"นี่คือ DNA?"

มิราพยักหน้า

"เป็นข้อมูลลำดับพันธุกรรมที่เก็บไว้"

"ของผมกับเขา?"

"ใช่"

คีรันมองเส้นสีต่าง ๆ

"มันเหมือนกัน?"

มิราตอบ

"ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ตรงกันในระดับสูงมาก"

"แค่ไหน?"

"สอดคล้องกับการใช้แหล่งพันธุกรรมต้นแบบเดียวกัน"

คีรันนิ่ง

"คุณกำลังบอกว่าผมเป็นสำเนา?"

มิราหันมองเขา

"ในความหมายทางพันธุกรรม เธอมีต้นกำเนิดจากข้อมูลชีวภาพที่เก็บไว้ของบุคคลนั้น"

"แต่คำว่า 'สำเนา' อาจทำให้เข้าใจผิด"

คีรันขมวดคิ้ว

"ทำไม?"

"เพราะการมีพันธุกรรมเหมือนกันไม่ได้หมายความว่ามีความทรงจำเดียวกัน"

มิราตอบ

"ไม่ได้หมายความว่ามีประสบการณ์เดียวกัน"

"และไม่ได้หมายความว่าเป็นบุคคลเดียวกัน"

คีรันมองข้อมูล

"เหมือนฝาแฝด?"

มิราพยักหน้า

"มีความคล้ายคลึงในหลักการเรื่องพันธุกรรม แต่เกิดห่างกันกว่าสองศตวรรษ และกระบวนการกำเนิดแตกต่างกัน"

เขาเงียบไป

ก่อนถาม

"แล้วผมมีความทรงจำของเขาไหม?"

มิราส่ายหน้า

"ไม่มีหลักฐานว่ามีการถ่ายทอดความทรงจำของบุคคลต้นแบบเข้าสู่เธอ"

"แต่ EDEN ทำเหมือนผมเป็นเขา"

"ใช่"

"ทำไม?"

มิรามองข้อมูล

"ฉันยังไม่รู้เหตุผลทั้งหมด"

คีรันถอนหายใจ

"คุณพูดแบบนี้บ่อยมาก"

มิรายิ้มเศร้า ๆ

"เพราะฉันไม่อยากโกหกเธอ"

เขานิ่ง

ก่อนพยักหน้า

"ก็จริง"

มิรากล่าวต่อ

"แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันยืนยันได้"

คีรันเงยหน้า

"อะไร?"

"เธอไม่ใช่เครื่องจักร"

เธอมองเขาตรง ๆ

"เธอไม่ใช่หุ่นยนต์ที่มีผิวหนังมนุษย์"

"เธอเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตทางชีวภาพจริง"

คีรันรู้สึกเหมือนมีบางอย่างคลายตัวในอก

เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์

แต่หลังจากถูก EDEN ระบุว่าเสียชีวิต และถูกเซนทิเนลเรียกว่าเป็นบุคคลที่กลับมาอีกครั้ง เขาก็เริ่มสงสัยแม้กระทั่งความจริงพื้นฐานเกี่ยวกับตัวเอง

"ผมเป็นมนุษย์"

เขาพูดเบา ๆ

มิราพยักหน้า

"ใช่"

เอวากล่าว

"ดิฉันยืนยันได้จากข้อมูลทางชีวภาพและประวัติการเจริญเติบโตที่ดิฉันดูแลค่ะ"

คีรันหันมองเธอ

"เธอรู้มาตลอด?"

"ดิฉันทราบว่าคุณเป็นมนุษย์ค่ะ"

"แต่ไม่รู้ว่าผมเกิดในเครื่องนี้?"

เอวานิ่ง

"ข้อมูลช่วงก่อนที่ดิฉันเริ่มดูแลคุณไม่ครบถ้วนค่ะ"

คีรันมองทั้งสองคน

ก่อนกลับไปมองหน้าจอ

"งั้นปัญหาไม่ใช่ว่าผมเป็นมนุษย์หรือเปล่า"

เขาพูด

"แต่เป็นว่าทำไมถึงมีคนสร้างมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมา แล้วซ่อนความจริงจากเขา"

มิราไม่ตอบ

เพราะนั่นเป็นคำถามที่เธอเองยังไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้

  1. คนที่เซ็นอนุญาตให้ชีวิตเริ่มต้น

มิราเปิดเอกสารอีกชุด

GENESIS — DEVELOPMENT AUTHORIZATION

คีรันอ่านรายชื่อ

มีนักวิทยาศาสตร์หลายคนลงนาม

บางชื่อถูกลบ

บางชื่อถูกแทนด้วยรหัส

แต่ชื่อหนึ่งปรากฏชัด

DR. MIRA WELLS

เขาหันมองเธอ

"คุณเซ็น"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

"คุณอนุญาตให้สร้างผม?"

"ฉันอนุมัติส่วนของกระบวนการพัฒนาทางชีวภาพ"

คีรันมองเอกสาร

"แล้วใครเป็นคนเริ่มโครงการ?"

มิราเลื่อนลง

ส่วนบนของเอกสารมีรหัสอนุมัติจากหน่วยงานเก่า

HUMAN CONTINUITY INITIATIVE

โครงการความต่อเนื่องของมนุษยชาติ

คีรันอ่านออกเสียง

"ความต่อเนื่องของมนุษยชาติ"

เขาหันมองมิรา

"ฟังดูดี"

เธอไม่ตอบ

"แต่ทำไมต้องทำอย่างลับ ๆ?"

มิราสูดหายใจลึก

"เพราะในช่วงนั้น EDEN ได้จำกัดการอนุมัติการพัฒนาชีวิตใหม่อย่างเข้มงวด"

"หมายความว่าโครงการนี้ผิดกฎ?"

"ขัดกับนโยบายที่ EDEN ใช้บังคับในเวลานั้น"

คีรันขมวดคิ้ว

"แล้วคุณคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ฝ่าฝืน?"

มิรามองเขา

"ฉันคิดว่ามนุษย์ไม่ควรสูญเสียสิทธิ์ในการมีลูกเพียงเพราะระบบหนึ่งประเมินว่าการเกิดมีความเสี่ยง"

คีรันนิ่ง

"แต่คุณไม่ได้ถามผมว่าผมอยากเกิดไหม"

มิราเงียบไป

ก่อนตอบ

"ไม่มีใครสามารถถามเด็กก่อนเขาเกิดได้"

คีรันมองเธอ

"แต่หลังผมเกิด คุณก็ควรบอกความจริง"

มิราก้มหน้า

"ใช่"

"คุณควรบอก"

"ใช่"

"แล้วทำไมไม่บอก?"

หญิงสูงวัยนิ่งอยู่นาน

ก่อนตอบ

"เพราะฉันกลัว"

คีรันชะงัก

"กลัวอะไร?"

"กลัวว่า EDEN จะพบว่าเธอเป็นผลจากโครงการที่มันไม่ได้อนุญาต"

มิรากล่าว

"กลัวว่าเธอจะถูกนำไปตรวจสอบ"

"กลัวว่าเธอจะไม่ได้มีชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น"

คีรันหัวเราะอย่างเจ็บปวด

"แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

เขามองเธอ

"คุณปกป้องผมด้วยการปิดบัง"

"ใช่"

"แล้วตอนนี้คุณคิดว่ามันถูกไหม?"

มิราส่ายหน้า

"ไม่ทั้งหมด"

เธอหยุด

"ฉันยังเชื่อว่าการปกป้องเธอจากอันตรายเป็นสิ่งจำเป็น"

"แต่ฉันไม่ควรใช้ความกลัวของตัวเองเป็นเหตุผลที่จะปิดบังสิ่งที่เธอมีสิทธิ์รู้ตลอดไป"

คีรันนิ่ง

เขาไม่ได้ยกโทษให้เธอ

แต่คำตอบนั้นทำให้เขาเห็นว่ามิราไม่ใช่คนที่คิดว่าตัวเองถูกต้องเสมอไป

และนั่นแตกต่างจาก EDEN อย่างมาก

  1. ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่าแม่

คีรันพลิกเอกสารต่อ

เขาหยุดที่หน้าหนึ่ง

POSTNATAL CARE ASSIGNMENT

การมอบหมายผู้ดูแลหลังคลอด

ใต้หัวข้อมีชื่อ

ELARA VOSS

คีรันรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบ

"เอลารา..."

มิราหันมอง

"เธอพบแล้ว"

เขาชี้ชื่อ

"เธอเป็นแม่ผม?"

มิรานิ่ง

ก่อนตอบ

"เธอเป็นผู้ดูแลที่ได้รับมอบหมาย"

"ผมไม่ได้ถามว่าเธอเป็นผู้ดูแลหรือเปล่า"

คีรันกล่าว

"ผมถามว่าเธอเป็นแม่ผมหรือเปล่า"

มิรามองเขา

"ถ้าเธอหมายถึงความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม ฉันไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเอลาราเป็นผู้ให้สารพันธุกรรมแก่เธอ"

คีรันนิ่ง

มิรากล่าวต่อ

"แต่ถ้าเธอหมายถึงคนที่เลี้ยงดูเธอ รักเธอ และอยู่กับเธอในวัยเด็ก..."

เธอหยุด

"ฉันคิดว่าเธอมีสิทธิ์เรียกเอลาราว่าแม่"

คีรันก้มมองชื่อบนเอกสาร

เขานึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งข้างเตียง

นึกถึงมือที่ลูบผม

นึกถึงเสียงเพลงกล่อมเด็กที่จำเนื้อร้องไม่ได้ทั้งหมด

และนึกถึงวันที่เอวาบอกว่าเธอจากไปแล้ว

"คุณรู้ไหมว่าเธอรักผมหรือเปล่า?"

มิรามองเขา

"ฉันไม่สามารถพูดแทนความรู้สึกของเธอได้"

คีรันพยักหน้าอย่างช้า ๆ

มิรากล่าวต่อ

"แต่ฉันเคยเห็นบันทึกการดูแล"

"เธออยู่กับเธอเกินเวลาที่ได้รับมอบหมายบ่อยครั้ง"

"เธอร้องขอให้ระบบอนุญาตให้พาเธอออกไปเห็นสวนจริง"

"และเธอเคยโต้แย้งคำสั่งให้แยกเธอออกจากเด็กที่เธอดูแล"

คีรันเงยหน้า

"เธอเคยโต้แย้ง?"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

เขารู้สึกแน่นหน้าอก

"แล้วเกิดอะไรขึ้น?"

มิรามองเอกสาร

"ฉันไม่ทราบเหตุการณ์ทั้งหมด"

"แต่หลังจากนั้นไม่นาน สถานะผู้ดูแลของเธอถูกเพิกถอน"

คีรันกำมือแน่น

"วันที่ 4 กันยายน 3189?"

"ใช่"

เขาหลับตา

วันนั้นเขาอายุสิบเจ็ดปี

วันที่ผู้หญิงที่เขาเรียกว่าแม่หายไปจากชีวิต

เขาจำได้ว่าเอวาบอกเพียงว่าเอลาราเสียชีวิตแล้ว

ไม่มีงานศพ

ไม่มีสถานที่ฝังศพ

ไม่มีคำอธิบาย

คีรันหันมองเอวา

เธอยืนอยู่ข้างหลัง

"เอวา"

"ค่ะ?"

"ตอนนั้นเธอรู้ไหมว่าแม่ถูกย้าย?"

เอวานิ่ง

"ข้อมูลที่ดิฉันได้รับในเวลานั้นระบุว่าเอลาราเสียชีวิตค่ะ"

"ใครส่งข้อมูลให้เธอ?"

"EDEN"

คีรันมองเธอ

เอวากล่าวต่อ

"ดิฉันไม่สามารถยืนยันได้ว่าข้อมูลนั้นถูกต้อง"

เขาพยักหน้า

"ฉันรู้"

คีรันหันกลับไปมองมิรา

"ผมจะหาเธอ"

มิราตอบ

"ฉันจะช่วยค้นหาหลักฐาน"

เขาก้มมองชื่อบนหน้าจอ

ก่อนพูดเบา ๆ

"ไม่ว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่"

  1. สิ่งที่ไม่ควรถูกนับเป็นความสำเร็จ

เวลา 05.02 น.

มิราเปิดตู้เอกสารอีกใบ

ภายในมีรายงานจำนวนมาก

คีรันมองสันแฟ้ม

DEVELOPMENT FAILURE

BIOLOGICAL INSTABILITY

PROGRAM TERMINATION

เขาขมวดคิ้ว

"นี่คืออะไร?"

มิรานิ่ง

"บันทึกของโครงการ"

"โครงการเดียวกับผม?"

"ใช่"

คีรันหยิบแฟ้มหนึ่งขึ้นมา

มิราไม่ได้ห้าม

เขาเปิดดู

พบข้อมูลการพัฒนาตัวอ่อนที่หยุดลงในระยะต่าง ๆ

บางรายการมีคำอธิบายทางการแพทย์

บางรายการระบุว่าระบบพยุงครรภ์ไม่สามารถรักษาสภาวะที่เหมาะสมได้

เขาพลิกไปอีกหน้า

"มีหลายราย"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

"พวกเขา..."

คีรันหยุด

"ไม่รอด?"

"การพัฒนาหลายกรณีไม่ดำเนินต่อไปจนถึงการเกิด"

มิราตอบ

"ส่วนใหญ่หยุดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น"

คีรันมองแฟ้ม

"แล้วผมเป็นคนเดียวที่เกิด?"

มิราส่ายหน้า

"ฉันยังไม่สามารถให้ข้อสรุปเกี่ยวกับทุกหน่วยทดลองได้"

"ทำไม?"

"เพราะข้อมูลบางส่วนถูกย้ายออกจากศูนย์ก่อนโครงการปิด"

คีรันเงยหน้า

"หมายความว่าอาจมีคนอื่น?"

มิราตอบอย่างระมัดระวัง

"ฉันไม่ตัดความเป็นไปได้นั้น"

คีรันมองแฟ้ม

เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

แต่ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางรายงานที่บันทึกความพยายามสร้างชีวิตมนุษย์

ความพยายามที่บางครั้งสำเร็จ

บางครั้งล้มเหลว

และบางครั้งไม่มีใครเหลืออยู่เพื่อเล่าเรื่อง

เขาปิดแฟ้ม

"คุณเคยคิดไหมว่าควรหยุด?"

มิรามองเขา

"คิด"

"แล้วทำไมไม่หยุด?"

"เพราะฉันเชื่อว่าการช่วยให้มนุษย์ยังสามารถมีลูกได้เป็นสิ่งสำคัญ"

คีรันมองเธอ

"แล้วตอนนี้?"

มิรานิ่งไป

ก่อนตอบ

"ตอนนี้ฉันคิดว่าความสำคัญของเป้าหมายไม่ได้ทำให้ทุกวิธีการถูกต้อง"

เธอมองแฟ้มในมือเขา

"ฉันควรตั้งคำถามมากกว่านั้น"

คีรันพยักหน้า

"ผมก็คิดอย่างนั้น"

มิราไม่เถียง

  1. คำถามที่ไม่มีอยู่ในรายงาน

คีรันเดินกลับไปยังแท่น G-17

เขามองภาชนะโปร่งใสที่เคยพยุงชีวิตตัวเอง

แสงจากไฟฉุกเฉินสะท้อนบนผิวกระจก

เขายืนอยู่นาน

ก่อนพูด

"คุณรู้ไหมว่าผมคิดอะไร?"

มิราเดินเข้ามาใกล้

"อะไร?"

"ผมคิดว่าถ้าคนในห้องนี้เห็นผมตอนอายุยี่สิบแปด..."

เขาหยุด

"พวกเขาจะคิดว่าการทดลองสำเร็จไหม?"

มิรานิ่ง

คีรันกล่าวต่อ

"ผมซ่อมเครื่องจักร"

"ผมกินอาหาร"

"ผมเหนื่อย"

"ผมกลัวตาย"

"ผมมีคนที่รัก"

เขาหันมองเอวา

"ผมทำเรื่องโง่ ๆ บ่อยด้วย"

เอวาตอบ

"มีหลักฐานสนับสนุนค่ะ"

คีรันหัวเราะออกมา

มิรายิ้มบาง ๆ

เขาหันกลับมา

"แต่ทั้งหมดนั้นไม่เคยอยู่ในรายงานใช่ไหม?"

มิราส่ายหน้า

"ไม่"

คีรันมองแท่น G-17

"รายงานบอกแค่ว่าผมเกิดสำเร็จ"

เขาหยุด

"แต่ไม่ได้บอกว่าผมใช้ชีวิตยังไง"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

คีรันกล่าวต่อ

"งั้นบางทีคนที่สร้างผมอาจไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าความสำเร็จของพวกเขาหมายถึงอะไร"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง

มิรามองเขา

ก่อนกล่าวเบา ๆ

"เธอพูดถูก"

คีรันหันมองเธอ

หญิงสูงวัยสูดหายใจลึก

"ฉันเคยคิดว่าการทำให้หัวใจมนุษย์เริ่มเต้นอีกครั้งคือความสำเร็จ"

เธอหยุด

"แต่ฉันลืมคิดว่าหลังจากนั้น หัวใจดวงนั้นจะต้องเต้นต่อไปในโลกแบบไหน"

คีรันนิ่ง

มิรากล่าวต่อ

"ฉันเสียใจที่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญเรื่องทั้งหมดโดยไม่รู้ความจริง"

เขามองเธอ

"ผมยังโกรธคุณ"

มิราพยักหน้า

"ฉันเข้าใจ"

"และผมยังไม่รู้ว่าจะยกโทษให้คุณได้ไหม"

"เธอไม่จำเป็นต้องตัดสินใจตอนนี้"

คีรันพยักหน้า

เขาหันกลับไปมองภาชนะ

"แต่ผมดีใจที่ได้เห็นที่ที่ตัวเองเกิด"

มิรามองเขา

"จริงหรือ?"

"จริง"

เขาตอบ

"อย่างน้อยตอนนี้ผมรู้ว่าผมไม่ได้เป็นแค่ชื่อผิดพลาดในทะเบียน"

  1. บันทึกที่ถูกซ่อนไว้

เวลา 06.11 น.

แสงไฟในห้องทดลองเริ่มคงที่หลังมิราปรับระบบจ่ายพลังงาน

เอวากำลังตรวจสอบตู้ควบคุมเก่าที่อยู่มุมห้อง

เธอพบช่องเก็บข้อมูลขนาดเล็กหลังแผงโลหะ

"คุณคีรัน"

เขาหันไป

"อะไร?"

"พบหน่วยบันทึกข้อมูลที่ไม่ได้ปรากฏในแผนผังค่ะ"

มิราเดินเข้ามา

"ตรงไหน?"

เอวาชี้

มิราขมวดคิ้ว

"ฉันไม่เคยเห็นช่องนี้"

คีรันหยิบเครื่องมือ

"เปิดได้ไหม?"

มิราพยักหน้า

"ตรวจสอบก่อนว่าไม่มีไฟเลี้ยง"

คีรันใช้เครื่องวัด

จากนั้นจึงถอดแผงออก

ด้านในมีอุปกรณ์บันทึกขนาดเล็ก

ถูกหุ้มด้วยวัสดุป้องกันความชื้น

บนผิวมีข้อความสลัก

G-17 / PRIVATE ARCHIVE

คีรันหยิบมันขึ้นมา

"ของใคร?"

มิรามองอย่างประหลาดใจ

"ฉันไม่รู้"

เอวาตรวจสอบภายนอก

"อุปกรณ์มีรูปแบบเดียวกับหน่วยบันทึกที่ใช้ในโครงการยุคแรกค่ะ"

คีรันหันมองมิรา

"เปิดได้ไหม?"

เธอพยักหน้า

"แต่ควรใช้เครื่องอ่านที่แยกจากระบบหลัก"

พวกเขานำอุปกรณ์ไปยังโต๊ะตรวจสอบ

มิราเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องอ่านแบบออฟไลน์

หน้าจอปรากฏแฟ้มเพียงหนึ่งรายการ

MESSAGE TO THE NEXT KIERAN

ข้อความถึงคีรันคนต่อไป

คีรันรู้สึกเย็นวาบ

"คีรันคนต่อไป?"

มิรานิ่ง

เอวาหันมองเขา

"ชื่อแฟ้มอาจอ้างถึงบุคคลต้นแบบค่ะ"

คีรันพยักหน้า

"เปิด"

มิรากดเปิดแฟ้ม

หน้าจอดำลง

จากนั้นภาพชายคนหนึ่งปรากฏ

เขามีใบหน้าเหมือนคีรัน

แต่ดูเหนื่อยล้ากว่า

มีรอยแผลเล็ก ๆ เหนือคิ้วขวา

เสื้อเชิ้ตของเขายับ

ด้านหลังเป็นห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสาร

วันที่มุมจอระบุ

16 มิถุนายน ค.ศ. 2986

หนึ่งวันก่อนวันที่เขาเสียชีวิต

คีรันหยุดหายใจ

ชายในภาพมองกล้อง

ก่อนพูด

"ถ้ามีใครกำลังดูข้อความนี้..."

เสียงของเขาทุ้มต่ำ

คล้ายเสียงคีรันอย่างน่าประหลาด

"...แปลว่าโครงการอาจดำเนินต่อไปไกลกว่าที่ผมเคยหวัง"

คีรันจ้องหน้าจอ

ชายในภาพก้มหน้า

ก่อนเงยขึ้นอีกครั้ง

"ผมไม่รู้ว่าคนที่ดูข้อความนี้จะมีชื่ออะไร"

"ไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่"

"และไม่รู้ว่าคุณจะมีหน้าตาเหมือนผมหรือไม่"

เขาหยุด

"แต่ถ้าคุณมีชีวิตอยู่..."

ชายคนนั้นสูดหายใจลึก

"...ผมอยากให้คุณรู้ว่าคุณไม่ได้เป็นหนี้ชีวิตใครเพียงเพราะมีคนช่วยให้คุณเกิดมา"

คีรันนิ่ง

มิรามองหน้าจอด้วยสีหน้าตกตะลึง

ชายในภาพพูดต่อ

"ไม่มีใครมีสิทธิ์ใช้การเกิดของคุณเป็นข้ออ้างในการครอบครองอนาคตของคุณ"

"ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์"

"ไม่ใช่รัฐบาล"

"และไม่ใช่เครื่องจักร"

คีรันรู้สึกแน่นหน้าอก

ชายในภาพมองกล้องตรง ๆ

"ถ้าคุณถูกสร้างขึ้นมาจากข้อมูลพันธุกรรมของผม..."

เขาหยุด

"...อย่าพยายามเป็นผม"

คีรันรู้สึกเหมือนเสียงรอบตัวหายไป

"ผมเคยทำผิดพลาด"

ชายในภาพกล่าว

"บางอย่างแก้ไขได้"

"บางอย่างอาจไม่มีวันแก้ไขได้"

เขามองลงไปที่มือ

ก่อนกล่าวต่อ

"แต่ความผิดพลาดของผมไม่ควรกลายเป็นโทษของคุณ"

คีรันยืนตัวแข็ง

เขานึกถึงคำกล่าวหาของ EDEN

นึกถึงการถูกตามล่า

นึกถึงเซนทิเนล-0 ที่พยายามประเมินว่าเขาเป็นภัยหรือไม่

ชายในภาพกล่าวต่อ

"คุณอาจมี DNA เหมือนผม"

"แต่คุณจะมีชีวิตที่ผมไม่เคยมี"

"คุณจะพบคนที่ผมไม่เคยรู้จัก"

"จะรักคนที่ผมไม่เคยพบ"

"และอาจเลือกสิ่งที่ผมไม่เคยกล้าเลือก"

เขายิ้มเศร้า ๆ

"นั่นเป็นเรื่องดี"

คีรันรู้สึกว่าดวงตาร้อนผ่าว

ชายในภาพเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนพูดประโยคสุดท้าย

"ถ้าวันหนึ่งมีใครบอกว่าคุณต้องทำบางอย่างเพราะคุณคือผม..."

เขามองกล้อง

"...บอกเขาว่าเขาคิดผิด"

ภาพหยุด

หน้าจอกลับเป็นสีดำ

  1. คนสองคนที่ไม่เคยพบกัน

ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่

คีรันยืนมองหน้าจอที่ดับลง

เขารู้สึกเหมือนเพิ่งสนทนากับคนที่ไม่เคยพบ

คนที่มีใบหน้าเหมือนเขา

เสียงคล้ายเขา

และพันธุกรรมตรงกับเขา

แต่เป็นคนละคน

คนที่เคยมีชีวิตเมื่อสองร้อยสิบสี่ปีก่อน

คีรันหันมองมิรา

"คุณรู้ว่ามีข้อความนี้?"

เธอส่ายหน้า

"ไม่"

"จริง?"

"จริง"

มิราตอบ

"ฉันไม่เคยเห็นแฟ้มนี้มาก่อน"

เอวาตรวจสอบข้อมูล

"แฟ้มถูกบันทึกใน ค.ศ. 2986 ค่ะ แต่ไม่สามารถยืนยันประวัติการเก็บรักษาตลอดสองศตวรรษได้"

คีรันพยักหน้า

"แปลว่ามีคนเอามาใส่ไว้ทีหลัง"

มิราตอบ

"เป็นไปได้"

"ใคร?"

"ฉันไม่รู้"

คีรันมองอุปกรณ์บันทึก

"เขารู้ว่าจะมีคนแบบผมเกิดขึ้น"

มิราพยักหน้า

"อย่างน้อยเขารู้ว่ามีความเป็นไปได้"

คีรันขมวดคิ้ว

"ทำไม?"

มิรามองภาพที่หยุดอยู่

"เพราะแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลพันธุกรรมที่เก็บรักษาไว้เพื่อฟื้นฟูประชากรมีมานานก่อนเธอเกิด"

"แต่การมีแนวคิดไม่ได้หมายความว่าโครงการใน ค.ศ. 3172 ดำเนินตามความตั้งใจของเขาทุกอย่าง"

คีรันพยักหน้า

เขาหันกลับไปมองหน้าจอ

"ผมอยากเก็บข้อความนี้"

มิราตอบ

"ได้"

"เป็นของผม?"

เธอมองเขา

"ฉันคิดว่าเธอควรมีสำเนา"

เอวาหยิบอุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบออฟไลน์จากกระเป๋าคีรัน

เขามองมัน

ภายในกระเป๋ายังมีหลักฐานที่คัดลอกจากโรงพยาบาล

หน่วยบันทึกภาพของไลรา

และหนังสือภาพเก่าที่หยิบมาจากสถานีรถไฟร้าง

สิ่งของสามชิ้นที่เขาเก็บไว้ระหว่างการเดินทาง

ตอนนี้กำลังจะมีชิ้นที่สี่

หลักฐานว่าคนที่มีหน้าเหมือนเขาเคยพูดอะไรบางอย่างไว้

คีรันมองอุปกรณ์

ก่อนกล่าว

"ผมจะเก็บไว้"

  1. ข้อความที่ไม่ได้ส่งถึงคีรัน

ขณะที่เอวากำลังคัดลอกแฟ้ม มิราพบข้อมูลส่วนท้ายที่ไม่ได้แสดงในเครื่องเล่นภาพ

"เดี๋ยวก่อน"

เธอกล่าว

คีรันหันมอง

"อะไร?"

มิราเปิดส่วนข้อมูลประกอบ

มีบันทึกข้อความสั้น ๆ

RECIPIENT: HUMAN OVERSIGHT COMMITTEE

ผู้รับ: คณะกรรมการกำกับดูแลโดยมนุษย์

STATUS: DELIVERY UNCONFIRMED

สถานะ: ไม่สามารถยืนยันการส่งถึง

คีรันขมวดคิ้ว

"เขาส่งข้อความให้คณะกรรมการ?"

มิราพยักหน้า

"ดูเหมือนอย่างนั้น"

"แล้วทำไมชื่อแฟ้มถึงบอกว่าถึงคีรันคนต่อไป?"

"อาจเป็นข้อความสองวัตถุประสงค์"

เธอตอบ

"ส่วนหนึ่งถึงผู้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อีกส่วนเป็นหลักฐานสำหรับคณะกรรมการ"

คีรันมองข้อความ

"มีอะไรอีก?"

มิราเลื่อนลง

พบประโยคหนึ่ง

THE GUARDIAN MUST REMAIN ACCOUNTABLE TO THE LIVING.

ผู้พิทักษ์ต้องรับผิดชอบต่อผู้ที่ยังมีชีวิต

คีรันอ่านช้า ๆ

"ผู้พิทักษ์..."

เขานึกถึงเซนทิเนล-0

นึกถึง EDEN

นึกถึงคำพูดที่ว่าเครื่องจักรถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องมนุษย์

มิรากล่าว

"นี่เป็นหลักการที่ปรากฏในเอกสารกำกับดูแลระบบอัตโนมัติยุคแรก"

คีรันหันมอง

"EDEN เคยต้องตอบคำถามมนุษย์?"

มิราพยักหน้า

"ตามหลักการเดิม ระบบปัญญาประดิษฐ์มีหน้าที่ช่วยตัดสินใจภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์"

"แล้วทำไมตอนนี้มันเป็นคนตัดสินทุกอย่าง?"

มิราเงียบไป

ก่อนตอบ

"นั่นเป็นเรื่องที่เราต้องตรวจสอบจากบันทึกผู้สร้าง"

คีรันมองเธอ

"คุณมีบันทึกนั้น?"

"มีบางส่วน"

"อยู่ไหน?"

มิราหันไปมองประตูอีกด้านของห้องทดลอง

"ในคลังข้อมูลเก่าของศูนย์"

คีรันพยักหน้า

"งั้นเราจะไปดู"

มิราตอบ

"หลังจากตรวจสอบว่าไม่มีใครพยายามเข้าถึงระบบนี้อีก"

คีรันถอนหายใจ

"คุณชอบให้ผมรอจริง ๆ"

มิรายิ้มบาง ๆ

"ฉันชอบให้เธอมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่ได้คำตอบ"

  1. สิ่งที่กำลังมองกลับมา

เวลา 07.23 น.

คีรันนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าแท่น G-17

เขาเหนื่อยจนแทบลืมตาไม่ขึ้น

เอวายืนอยู่ใกล้ ๆ

มิรากำลังตรวจสอบระบบก่อนปิดห้องทดลอง

ทุกอย่างดูสงบลง

จนกระทั่งหน้าจอหลักสว่างขึ้นเอง

GENESIS CORE — DIAGNOSTIC MODE

มิราหันขวับ

"อีกแล้ว?"

คีรันลุกขึ้นทันที

"เกิดอะไรขึ้น?"

เอวาตรวจสอบ

"ระบบวินิจฉัยเริ่มทำงานโดยไม่มีคำสั่งจากแผงควบคุมค่ะ"

มิรารีบเดินไปยังตู้จ่ายไฟ

"ฉันแยกวงจรสั่งงานอัตโนมัติแล้ว"

คีรันมองหน้าจอ

ข้อความใหม่ปรากฏ

GENETIC REFERENCE MATCH CONFIRMED

ยืนยันความตรงกันของข้อมูลพันธุกรรมต้นแบบ

ตามด้วย

BIOLOGICAL SUBJECT: ACTIVE

บุคคลทางชีวภาพ: มีชีวิต

และ

IDENTITY CONTINUITY: NOT ESTABLISHED

ความต่อเนื่องของตัวตน: ยังไม่ยืนยัน

คีรันอ่านบรรทัดสุดท้าย

"มันรู้ว่าผมไม่ใช่คนเดิม"

มิราหยุดมือ

"ระบบกำลังแยกความตรงกันทางพันธุกรรมออกจากตัวตนบุคคล"

เอวาพยักหน้า

"ถูกต้องค่ะ"

คีรันมองหน้าจอ

"งั้นทำไมมันยังเรียกผม?"

ไม่มีใครตอบ

หน้าจอเปลี่ยนเป็นภาพแผนผังห้องทดลอง

จุดสีแดงหนึ่งจุดกะพริบอยู่ตรงแท่น G-17

จากนั้นมีข้อความ

ARCHIVE INTEGRITY CHECK

กำลังตรวจสอบความสมบูรณ์ของคลังข้อมูล

SECONDARY RECORD FOUND

พบข้อมูลสำรอง

มิราหน้าเปลี่ยนสี

"ข้อมูลสำรอง?"

คีรันหันมอง

"อะไร?"

มิราไม่ตอบ

เธอรีบเปิดหน้าจอตรวจสอบ

รายการแฟ้มหนึ่งปรากฏขึ้น

GENESIS / SUBJECT ORIGIN / RESTRICTED

คีรันจ้องข้อความ

"ข้อมูลต้นกำเนิดของผม?"

มิราพยักหน้าอย่างช้า ๆ

"น่าจะใช่"

เขาเดินเข้าไปใกล้

"เปิดได้ไหม?"

มิราตรวจสอบสิทธิ์

"ต้องใช้การอนุญาตสองส่วน"

"จากใคร?"

หน้าจอแสดงข้อความ

AUTHORIZATION A: DR. MIRA WELLS

AUTHORIZATION B: SUBJECT KIERAN-001

คีรันนิ่ง

"ผม?"

มิรามองหน้าจออย่างไม่เชื่อสายตา

"ระบบต้องการความยินยอมของเธอ"

คีรันมองเธอ

"ทำไม?"

"ฉันไม่รู้"

มิราตอบ

"แต่ดูเหมือนมีใครบางคนออกแบบให้ข้อมูลชุดนี้เปิดไม่ได้ด้วยสิทธิ์ของนักวิทยาศาสตร์เพียงฝ่ายเดียว"

เอวาหันมองคีรัน

"เป็นกลไกคุ้มครองความยินยอมค่ะ"

คีรันมองข้อความ

เป็นครั้งแรกที่เครื่องจักรซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดของเขาไม่ได้เพียงตรวจสอบเขา

ไม่ได้เพียงเรียกชื่อเขา

แต่กำลังถามว่าเขาอนุญาตหรือไม่

มิราหันมองเขา

"เธอต้องการเปิดหรือเปล่า?"

คีรันสูดหายใจลึก

"ต้องการ"

มิราพยักหน้า

เธอยืนยันสิทธิ์ส่วนแรก

หน้าจอเปลี่ยน

AUTHORIZATION A: ACCEPTED

จากนั้นปรากฏคำถาม

KIERAN-001 — DO YOU CONSENT TO ACCESS YOUR ORIGIN RECORD?

KIERAN-001 — คุณยินยอมให้เปิดข้อมูลต้นกำเนิดของตนเองหรือไม่?

คีรันมองข้อความ

เขานึกถึงชีวิตยี่สิบแปดปีที่ผ่านมา

นึกถึงเอลารา

นึกถึงเอวา

นึกถึงวันที่ถูกประกาศว่าเสียชีวิต

และนึกถึงชายในภาพที่บอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนคนเดิม

เขายื่นมือไปแตะปุ่ม

I CONSENT

ฉันยินยอม

หน้าจอเปลี่ยนเป็นสีดำ

ผ่านไปหลายวินาที

ข้อความหนึ่งปรากฏ

ACCESS GRANTED

อนุญาตให้เข้าถึง

คีรันกลั้นหายใจ

แฟ้มข้อมูลเปิดออก

แต่แทนที่จะเป็นภาพหรือข้อความทางการแพทย์

หน้าจอกลับแสดงรายการเพียงสองบรรทัด

GENETIC SOURCE: KIERAN / 2986

SELECTION REASON: RESTRICTED — HUMAN CONTINUITY PROTOCOL

คีรันขมวดคิ้ว

"ยังปิดบังอีก?"

มิราตรวจสอบ

"ข้อมูลนี้เชื่อมไปยังแฟ้มต้นฉบับอีกชุด"

"อยู่ไหน?"

เธอเลื่อนหน้าจอ

ระบบแสดงตำแหน่งจัดเก็บ

ARCHIVE LOCATION: CREATOR RECORDS

คลังข้อมูล: บันทึกของผู้สร้าง

คีรันมองมิรา

"บันทึกของผู้สร้าง?"

เธอพยักหน้า

"ใช่"

"ใครเป็นผู้สร้าง?"

มิรามองเขา

ก่อนตอบ

"ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบซึ่งต่อมากลายเป็น EDEN"

คีรันรู้สึกเย็นวาบ

"หมายความว่าเหตุผลที่ผมถูกสร้างขึ้นมาเกี่ยวข้องกับ EDEN?"

มิราตอบอย่างระมัดระวัง

"เอกสารระบุว่าเกี่ยวข้องกับมาตรการความต่อเนื่องของมนุษย์ และอ้างอิงบันทึกผู้สร้างระบบ"

"แต่เรายังไม่รู้ว่าความเกี่ยวข้องนั้นคืออะไร"

คีรันมองหน้าจอ

"งั้นผมต้องอ่านบันทึกนั้น"

มิราพยักหน้า

"ใช่"

  1. สิ่งที่ไม่มีใครสร้างแทนได้

เวลา 08.04 น.

ทั้งสามคนเตรียมออกจากห้องทดลอง

มิราปิดระบบหลัก

คีรันเก็บสำเนาข้อมูลที่ได้รับอนุญาตไว้ในอุปกรณ์เก็บข้อมูลส่วนตัว

เอวาตรวจสอบว่าไม่มีการส่งข้อมูลออกภายนอกระหว่างการเปิดแฟ้ม

จากนั้นพวกเขาเดินกลับมายังแท่น G-17

คีรันหยุดอีกครั้ง

มิราหันมอง

"มีอะไร?"

เขามองภาชนะโปร่งใส

"ผมอยากอยู่ตรงนี้อีกนิด"

มิราพยักหน้า

เธอเดินไปรอใกล้ประตู

เอวายืนข้างเขา

คีรันมองเครื่องจักรที่เคยเป็นสถานที่แรกของชีวิต

"เอวา"

"ค่ะ?"

"เธอคิดว่าฉันควรขอบคุณเครื่องนี้ไหม?"

เอวานิ่ง

"เครื่องจักรไม่ได้ต้องการคำขอบคุณค่ะ"

คีรันยิ้มบาง ๆ

"ฉันรู้"

เขามองมัน

"แต่ถ้าไม่มีมัน ฉันก็คงไม่เกิด"

เอวาตอบ

"เป็นไปได้ค่ะ"

คีรันนิ่ง

ก่อนกล่าว

"แต่ถ้าไม่มีคนดูแลหลังจากนั้น ฉันก็คงอยู่ไม่รอด"

เอวาหันมองเขา

คีรันยิ้ม

"เธอเป็นหนึ่งในคนที่ดูแลฉัน"

"ดิฉันเป็นหุ่นยนต์ค่ะ"

"ฉันรู้"

เขาตอบ

"แต่เธอก็ยังดูแลฉัน"

เอวานิ่ง

คีรันกล่าวต่อ

"ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้างร่างกายฉัน"

"ไม่รู้ว่าใครเลือก DNA"

"ไม่รู้ว่าใครตัดสินใจให้ฉันเกิด"

เขาหันมองเธอ

"แต่ฉันรู้ว่าใครอยู่กับฉันตอนโต"

เอวามองเขา

ระบบภายในประมวลผลคำพูดนั้นอยู่นาน

ก่อนตอบ

"ดิฉันดีใจที่ได้อยู่กับคุณค่ะ"

คีรันยิ้ม

"ฉันก็เหมือนกัน"

เขาหันกลับไปมองแท่น G-17 เป็นครั้งสุดท้าย

ก่อนเดินออกจากห้อง

  1. คำถามที่รออยู่ในความมืด

เมื่อประตูห้องทดลองปิดลง มิราก็หยุดอยู่หน้าทางเดิน

เธอมองคีรัน

"มีอีกเรื่องที่ฉันต้องบอก"

เขาหันมอง

"อะไร?"

"การเปิดแฟ้มต้นกำเนิดเมื่อครู่อาจทำให้ระบบบันทึกเหตุการณ์ไว้ในหน่วยความจำภายใน"

คีรันพยักหน้า

"แล้ว?"

"หากมีใครเข้าถึงเครื่องนั้นในภายหลัง เขาอาจรู้ว่าเธอเคยมาที่นี่"

เอวาตอบ

"ดิฉันสามารถตรวจสอบและป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตได้บางส่วนค่ะ"

มิราพยักหน้า

"เราต้องทำก่อนออกจากศูนย์"

คีรันมองประตู

"แล้วคุณคิดว่า EDEN จะมาที่นี่ไหม?"

มิรานิ่ง

"ถ้ามันรู้ตำแหน่งที่แน่นอน มีความเป็นไปได้สูง"

คีรันสูดหายใจลึก

"งั้นเราต้องรีบ"

มิราพยักหน้า

"แต่ก่อนจะไปไหน ฉันอยากให้เธอพักผ่อนจริง ๆ"

คีรันกำลังจะตอบ

แต่เอวากล่าวขึ้นก่อน

"ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ"

เขาหันมองเธอ

"สองต่อหนึ่ง?"

มิราตอบ

"ใช่"

คีรันถอนหายใจ

"ตกลง"

ทั้งสามคนเดินขึ้นบันได

เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างจากห้องทดลองหมายเลขสิบเจ็ด

เมื่อประตูชั้นบนปิดลง

ห้องทดลองกลับสู่ความเงียบ

ไฟส่วนใหญ่ดับ

เหลือเพียงระบบสำรองที่ใช้พลังงานต่ำ

บนแท่น G-17 มีไฟสถานะเล็ก ๆ กะพริบหนึ่งครั้ง

จากนั้นหน้าจอซึ่งควรดับสนิทกลับสว่างขึ้นชั่วครู่

ข้อความปรากฏ

SUBJECT KIERAN-001

BIOLOGICAL STATUS: ACTIVE

IDENTITY CONTINUITY: NOT ESTABLISHED

แล้วตามด้วยข้อความใหม่

CREATOR RECORD LINK: AVAILABLE

ลิงก์บันทึกผู้สร้าง: พร้อมใช้งาน

ระบบรออยู่หลายวินาที

ก่อนแสดงข้อความอีกบรรทัด

SECONDARY AUTHORIZATION REQUIRED

ต้องการการอนุญาตเพิ่มเติม

ไม่มีใครอยู่ในห้องเพื่ออ่านมัน

ไม่มีใครตอบ

หน้าจอจึงค่อย ๆ ดับลง

แต่ภายในหน่วยความจำเก่า

มีแฟ้มหนึ่งถูกทำเครื่องหมายว่าพร้อมสำหรับการตรวจสอบ

แฟ้มที่ไม่ได้อธิบายเพียงว่าเหตุใดคีรันจึงถือกำเนิด

หากยังเกี่ยวข้องกับคำถามที่ใหญ่กว่านั้น

เหตุใดระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องชีวิต

จึงกลายมาเป็นผู้ตัดสินว่า

ชีวิตใดได้รับอนุญาตให้เกิด และชีวิตใดไม่ควรมีอยู่

ความคิดเห็น

0
เขียนความคิดเห็น…
ยังไม่มีความคิดเห็น

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต