Kamelessia Stories
ปก เมื่อนักเขียนกลายเป็นอาลักษณ์กลับไปที่นิยายเมื่อนักเขียนกลายเป็นอาลักษณ์
ตอนที่ 4

หญิงผู้จำลายมือได้

คนที่ยื่นหลักฐานให้ อาจต้องการให้กล่าวหาผิดคน

หลินเหวินคิดถึงคำเตือนนั้นตลอดทางกลับ

เมื่อรถม้าจอดหลังร้านเครื่องเขียน เขาจึงไม่ได้รีบลงทันที แต่หยิบสำเนาคำสั่งฉบับที่นำไปให้องค์ชายรองดูออกมาอีกครั้ง

เขาเคยอ่านมันเพื่อหาว่าข้อความต่างจากอีกฉบับอย่างไร

ครั้งนี้กลับมองเลขทะเบียน วันที่ และคำกำกับตรงขอบกระดาษแทน

ข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกต้อง

หรืออาจถูกใส่ไว้เพื่อพาเขาไปพบสิ่งที่ใครบางคนต้องการให้พบ

ฉินโม่เลิกม่านขึ้น

“มีอะไรหรือ”

หลินเหวินพับกระดาษ

“หากต้องตรวจสำเนาเก่า ต้องไปที่ใด”

“หอจดหมายเหตุ”

“คนจากสำนักอาลักษณ์เข้าไปได้หรือไม่”

ฉินโม่มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“เจ้าเคยเข้าไป”

หลินเหวินถอนหายใจเบา ๆ

เรื่องที่คนอื่นบอกว่าเขาเคยทำมีมากขึ้นทุกวัน ขณะที่คนทำจริงอาจไม่เหลือโอกาสอธิบายอะไรแล้ว

ฉินโม่ไม่ได้ซักต่อ

“ใช้ป้ายประจำตัว แจ้งเรื่องที่ต้องการตรวจ เจ้าหน้าที่จะค้นให้ หากเป็นเอกสารที่จำกัดสิทธิ์ ต้องมีหนังสืออนุญาต”

หลินเหวินพยักหน้า

“แล้วข้าจะทราบได้อย่างไรว่าผู้ค้นให้ไม่ได้เป็นคนเดียวกับผู้แก้เอกสาร”

“เจ้าไม่ทราบ”

คำตอบนั้นทำให้เขาเงยหน้ามอง

ฉินโม่พูดต่ออย่างเรียบเฉย

“จึงอย่าเชื่อเพียงสิ่งที่คนคนเดียวส่งให้”

คืนนั้นหลินเหวินย้ายหลักฐานอีกครั้ง

เขาไม่ได้คืนกระดาษฝึกคัดลงในห่อผ้าหลังโต๊ะ ปล่อยช่องซ่อนนั้นไว้ตามที่ผู้ค้นห้องทิ้งไว้ เพราะไม่รู้ว่าจะมีคนกลับมาตรวจหรือไม่

สำเนาคำสั่งทั้งสองฉบับถูกแยกเก็บคนละแห่ง

ร่างคำสั่งประหารยังอยู่ใกล้ตัว ส่วนจดหมายของเสิ่นเหยียนเดิมถูกห่อด้วยกระดาษสะอาดก่อนซ่อนไว้กับจดหมายจากบ้าน

เมื่อทำเสร็จ เขาหยิบป้ายประจำตัวซึ่งอยู่ในลิ้นชักเล็กขึ้นมาตรวจ

ชื่อเสิ่นเหยียนถูกสลักอยู่บนไม้

ชื่อเดียวกันนั้นเปิดประตูสำนักให้เขา และอยู่บนกระดาษที่เตรียมปิดชีวิตเขาเช่นกัน

หลินเหวินวางป้ายข้างหมอน

พรุ่งนี้วันที่สิบสี่

เขายังมีเวลาห้าวันก่อนวันที่ตนเคยเขียนไว้

หอจดหมายเหตุอยู่ในเขตกำแพงชั้นนอกของราชสำนัก

อาคารไม่สูงนัก แต่ยาวกว่าสำนักอาลักษณ์ ประตูหลายบานปิดอยู่ มีถังน้ำวางตามมุมทางเดิน และป้ายเตือนห้ามนำเปลวไฟเข้าไปใกล้ห้องเก็บกระดาษ

หลินเหวินยื่นป้ายประจำตัวให้เจ้าหน้าที่ตรงทางเข้า

ชายผู้นั้นตรวจชื่อ ก่อนเปิดสมุดลงรายการ

“มาตรวจเรื่องใด”

หลินเหวินวางกระดาษที่จดเลขทะเบียนไว้

เขาเลือกนำสำเนาทั้งสองมาด้วย แต่ยังเก็บไว้ในแขนเสื้อ

“คำสั่งเกี่ยวกับเมืองชายแดนเหนือ ขอเทียบรายการรับส่งกับสำเนาที่สำนักมี”

เจ้าหน้าที่อ่านเลขทะเบียน

“เดือนสอง?”

“ขอรับ”

“ต้องลงคำร้องก่อน”

กระดาษเปล่าถูกเลื่อนมาตรงหน้า พร้อมพู่กันและแท่นหมึก

หลินเหวินนั่งลง

เขาอ่านตัวอย่างคำร้องที่วางไว้ข้างโต๊ะ แล้วเริ่มคัดชื่อ ตำแหน่ง และเรื่องที่ต้องการตรวจลงไปช้า ๆ

คำแรกพอใช้ได้

คำถัดมาเส้นหนักเกินไป

เขาพยายามแก้จังหวะมือ แต่การรู้ว่ามีคนรอกลับทำให้ข้อมือแข็งขึ้น

เจ้าหน้าที่ถอนหายใจ

“หากยังไม่แน่ใจว่าจะค้นสิ่งใด กลับไปเตรียมมาให้ครบก็ได้”

“ข้าแน่ใจแล้ว”

หลินเหวินตอบ ก่อนก้มเขียนต่อ

เสียงฝีเท้าเบา ๆ มาหยุดข้างโต๊ะ

“กระดาษชุดนี้ให้ใช้ถึงสิ้นเดือนหรือ”

เป็นเสียงผู้หญิง

เจ้าหน้าที่เงยหน้า “ยังเหลืออีกมาก เหตุใด”

“แป้งเคลือบหนาไป เวลาวางซ้อนกันในอากาศชื้นจะติด ข้าบอกให้แยกแล้วมิใช่หรือ”

“ข้ามีงานรับคำร้อง ไม่ได้มีเวลาตรวจทุกแผ่น”

หญิงผู้นั้นไม่เถียง เธอยกกระดาษกองหนึ่งขึ้น ตรวจขอบแล้วแยกแผ่นบนออก

หลินเหวินเงยหน้ามองเพียงครู่เดียว

เธอสวมเสื้อสีเรียบ แขนเสื้อรวบไว้พ้นข้อมือ ปลายนิ้วมีคราบขาวจากงานซ่อมกระดาษ ผมเก็บอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีเครื่องประดับที่สะดุดตา

หญิงผู้นั้นมองคำร้องในมือเขา

สายตาหยุดอยู่ตรงชื่อ

จากนั้นจึงเลื่อนมาที่ใบหน้า

“เสิ่นเหยียน?”

หลินเหวินวางพู่กัน

อีกคนที่รู้จักเจ้าของร่าง

เขาก้มศีรษะเล็กน้อย

“ข้ามาตรวจเอกสาร”

“ข้าเห็นแล้ว”

เธอมองกระดาษอีกครั้ง

“ท่านป่วยหรือ”

“เพิ่งหาย”

เจ้าหน้าที่ตรงโต๊ะพูดแทรก “หากรู้จักกันก็ดี เขาขอทะเบียนเดือนสอง ห้องด้านในยังไม่จัดกองที่ย้ายมาใหม่ ข้าไม่มีคนไปค้น”

หญิงผู้นั้นอ่านเลขบนกระดาษของหลินเหวิน

สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนมากนัก แต่เธอวางกองกระดาษในมือลงอย่างระวัง

“คำร้องให้ครบก่อน”

หลินเหวินก้มเขียนต่อ

เขารู้สึกถึงสายตาของเธอบนมือ แต่เธอไม่พูดอะไรอีกจนเขาส่งคำร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจ

เมื่อผ่านการลงรายการแล้ว หญิงผู้นั้นจึงเดินนำไปยังห้องทำงานข้างห้องเก็บเอกสาร

หลินเหวินมองชื่อที่เขียนบนแผ่นไม้ตรงโต๊ะ

สวี่ชิงถัง

ชื่อนี้ไม่อยู่ในความทรงจำของเขา

หรือบางทีเคยอยู่ แต่เขาไม่เห็นว่าสำคัญพอจะจำ

ห้องทำงานของชิงถังมีโต๊ะยาว หน้าต่างเปิดรับแสง และหนังสือซึ่งถอดปกวางอยู่บนแผ่นไม้เรียบ

ด้านหนึ่งมีถ้วยแป้ง เครื่องมือปลายแบน กับเศษกระดาษหลายสีจัดแยกไว้ในกล่อง

“นั่งตรงนี้”

เธอชี้เก้าอี้ที่ห่างจากเอกสารซ่อม

หลินเหวินนั่งลงตามคำบอก

ชิงถังหยิบคำร้องของเขามาดู

“ต้องการตรวจเลขใดก่อน”

“ทั้งสองเลข”

“ท่านมีหนังสืออนุญาตตรวจเนื้อหาต้นฉบับหรือไม่”

“ยังไม่มี”

“เช่นนั้นข้าค้นรายการรับส่งและทะเบียนสำเนาให้ได้ ส่วนต้นฉบับต้องให้ผู้ดูแลอนุมัติ”

หลินเหวินพยักหน้า

เธอไม่ได้ให้สิทธิ์เขาเพิ่มเพราะรู้จักกัน

นั่นทำให้เขาสบายใจกว่าที่คาด

ชิงถังเดินไปถึงประตูแล้วหยุด

“ท่านมีสำเนามาด้วยหรือไม่”

หลินเหวินลังเล

เธอมองมือที่เขากดไว้ตรงแขนเสื้อ

“หากจะให้ข้าเทียบ ต้องมีสิ่งให้เทียบ”

เขาหยิบสำเนาฉบับแรกออกมาวาง

ชิงถังไม่แตะทันที เธอล้างคราบแป้งจากมือ เช็ดจนแห้ง แล้วจึงยกกระดาษขึ้นจับตรงขอบ

หลินเหวินดูทุกการเคลื่อนไหว

เธออ่านข้อความเพียงคร่าว ๆ ก่อนพลิกไปดูด้านหลัง

“อีกฉบับ”

เขาวางฉบับที่สองลง

ชิงถังนำกระดาษสองแผ่นไปใกล้หน้าต่าง ยกส่องแสงทีละแผ่น จากนั้นวางกลับลงบนโต๊ะโดยไม่ซ้อนกัน

“ท่านต้องการรู้ว่าเนื้อหาต่างกันเพราะเหตุใดใช่หรือไม่”

“ใช่”

“แล้วท่านได้มาจากไหน”

หลินเหวินไม่ตอบทันที

ชิงถังหันมามองเขา

“ข้าไม่ได้ถามเพื่อยึดของ แต่แหล่งที่มาเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจ หากมีใครคัดใหม่ภายหลัง วันที่บนคำสั่งกับวันที่ทำสำเนาอาจต่างกันได้”

หลินเหวินค่อย ๆ ผ่อนมือที่กำอยู่บนตัก

“ข้าพบในของที่เก็บไว้ก่อนล้มป่วย”

“ท่านจำไม่ได้ว่าเก็บเมื่อใด?”

“จำไม่ได้”

เธอมองหน้าเขาอีกครั้ง

คราวนี้นานกว่าเดิม

“ข้าจะค้นทะเบียนก่อน”

หลินเหวินนั่งรอจนได้ยินเสียงคนรับส่งเอกสารผ่านทางเดินสองรอบ

เขาไม่กล้าลุกสำรวจ แม้ในห้องจะมีหนังสือหลายเล่มที่อยากเปิดอ่าน

ทุกสิ่งที่เขาแตะอาจทิ้งร่องรอย

และในเวลานี้ เขายังไม่รู้ว่าอะไรเป็นของธรรมดา อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าของร่างถูกวางยา

ชิงถังกลับมาพร้อมทะเบียนสองเล่ม

เธอวางเล่มแรกลงบนผ้าสะอาด เปิดตามแถบกระดาษที่คั่นไว้

“เลขนี้มีอยู่”

นิ้วของเธอหยุดข้างรายการ

วันเดือนตรงกับสำเนา ชื่อเรื่องก็ตรงกัน แต่ถ้อยคำย่อระบุเพียงให้สอบสวนข้อร้องเรียนและควบคุมเหตุไม่สงบ

หลินเหวินอ่านช้า ๆ

“ฉบับที่ให้ใช้กำลังเล่า”

ชิงถังเปิดทะเบียนอีกเล่ม

เลขเดียวกันปรากฏอีกครั้ง แต่รายการนี้เป็นการส่งสำเนาไปเก็บในหอจดหมายเหตุภายหลัง

“สรุปข้อความในเล่มนี้ต่างจากเล่มแรก” เธอกล่าว “ข้าต้องตรวจว่าเป็นการแก้คำสั่งภายหลัง หรือมีคนลงทะเบียนผิด”

“ไม่มีคำกำกับว่าแก้คำสั่ง”

“ถูกต้อง แต่แค่นี้ยังสรุปไม่ได้”

หลินเหวินก้มดู

ในนิยายของเขา หากพระเอกพบเอกสารเช่นนี้ ฉากต่อไปคงเป็นการกล่าวหาคนร้ายอย่างมั่นใจ

หญิงตรงหน้ากลับหยุดทุกครั้งที่หลักฐานยังไปไม่ถึง

ชิงถังนำสำเนาฉบับที่สองมาเทียบกับทะเบียน

“มีอีกเรื่องหนึ่ง”

เธอชี้รอยเส้นบางตรงริมกระดาษ

หลินเหวินโน้มตัวเข้าไป แต่เธอยกมือห้าม

“อย่าแตะ ตรงนี้เริ่มเปื่อย”

เขาถอยกลับ

“รอยนี้เกิดจากตะแกรงที่ใช้ทำกระดาษ” เธออธิบาย “ข้าเคยซ่อมเอกสารซึ่งใช้กระดาษรุ่นนี้ รอยข้างริมจะมีเส้นสั้นพาดอยู่สามเส้น”

“หมายความว่าอย่างไร”

ชิงถังเดินไปหยิบเศษกระดาษจากกล่อง แล้ววางข้างกัน

รอยคล้ายกันจริง ๆ

“กระดาษชุดนี้เพิ่งเข้าคลังเดือนสาม วันที่แปด”

หลินเหวินมองวันที่บนสำเนา

เดือนสอง วันที่ยี่สิบหก

ต่างกันเกือบสองสัปดาห์

“ฉบับนี้ทำขึ้นหลังวันที่บนคำสั่ง”

“อย่างน้อยกระดาษแผ่นนี้ไม่ได้ถูกใช้ในวันที่ระบุ”

“มีคนทำสำเนาย้อนหลัง”

“เป็นไปได้” ชิงถังตอบ “สำเนาทำภายหลังได้โดยไม่ผิด แต่ต้องระบุวันคัดและที่มาของต้นฉบับให้ชัด”

เธอชี้คำกำกับเล็ก ๆ ตรงมุม

ตรงนั้นระบุว่าเสิ่นเหยียนคัดเทียบในวันเดียวกับวันที่ออกคำสั่ง

หลินเหวินรู้สึกว่าคอแห้ง

กระดาษที่ยังไม่เข้าคลัง ถูกกล่าวว่าอยู่ในมือเขาก่อนวันรับของ

“ข้าไม่ได้คัด…”

คำพูดหลุดออกมา

ชิงถังเงยหน้า

“ท่านจำได้หรือ”

หลินเหวินหยุด

เขาจำไม่ได้

คนที่ควรจำไม่ใช่เขา

“ข้าหมายถึง ข้าไม่รู้ว่าเคยคัดมัน”

ชิงถังวางเอกสารลง

“นั่นต่างกัน”

หลินเหวินก้มหน้า

เธอไม่ได้พูดด้วยความเย็นชา แต่ความแม่นยำในคำถามทำให้เขาไม่มีที่ซ่อนอยู่หลังคำอธิบายคลุมเครือ

“ถ้าท่านจะใช้เรื่องนี้กล่าวหาใคร” เธอกล่าว “ต้องตรวจใบรับกระดาษจากคลังอีกครั้ง และตรวจว่ามีของชุดเดียวกันส่งเข้าที่อื่นก่อนหน้านั้นหรือไม่”

“ท่านช่วยได้หรือ”

“ข้าช่วยชี้สิ่งที่เห็นได้ ใบรับของต้องให้เจ้าหน้าที่คลังค้น”

หลินเหวินพยักหน้า

เขาหยิบกระดาษเปล่ามาเตรียมจด แต่ชิงถังกลับเลื่อนคำร้องที่เขาเขียนตรงทางเข้ามาข้างเอกสาร

“ก่อนจะไปต่อ ข้ามีเรื่องต้องถาม”

หลินเหวินมองคำร้อง

หมึกแห้งแล้ว แต่รูปตัวอักษรที่คดอยู่สองสามตัวชัดเจนจนเขาอยากดึงกลับมา

ชิงถังหยิบกระดาษอีกแผ่นจากลิ้นชัก

เป็นรายการยืมหนังสือเก่า มีชื่อเสิ่นเหยียนอยู่ท้ายข้อความ

เธอวางสองแผ่นเคียงกัน

“ท่านเขียนรายการนี้เมื่อสิบวันก่อน”

หลินเหวินไม่แตะมัน

ลายมือบนรายการยืมเรียบร้อย เส้นเล็กแต่มั่นคง ดูเหมือนลายมือในจดหมายเตือนมากกว่าคำร้องที่เขาเพิ่งเขียน

“หลังป่วย มือข้าไม่มีแรง”

“ข้ารู้ว่าคนป่วยอาจเขียนสั่น”

เธอชี้ตัวอักษรตัวหนึ่งบนคำร้อง

“แต่ท่านเริ่มเส้นนี้คนละด้าน”

หลินเหวินมองตาม

เขาไม่เคยคิดว่ามีคนสังเกตถึงลำดับการเขียน

“ข้าอาจจำผิด”

“อาจเป็นเช่นนั้น”

ชิงถังเก็บรายการยืมกลับ แต่ยังไม่เก็บคำร้อง

“เมื่อเข้ามา ท่านอ่านชื่อข้าจากป้ายบนโต๊ะ”

หลินเหวินเงยหน้าช้า ๆ

“ท่านจำข้าไม่ได้ใช่หรือไม่”

เขาอยากตอบว่าไม่ใช่

แต่การปฏิเสธอาจทำให้เธอถามสิ่งที่เขาตอบไม่ได้มากกว่าเดิม

“ข้าจำคนได้ไม่ครบ”

“แล้วสิ่งที่เคยฝากไว้ จำได้หรือไม่”

เสียงด้านนอกห้องเหมือนห่างออกไป

หลินเหวินวางมือทั้งสองข้างบนตักเพื่อไม่ให้เธอเห็นว่ามันเกร็งขึ้น

“สิ่งใด”

ชิงถังไม่ได้ตอบทันที

เธอมองประตู แล้วลุกไปปิดบานหนึ่ง เหลืออีกบานเปิดแคบพอให้มองเห็นทางเดิน

จากนั้นกลับมานั่งโดยไม่ได้ขยับเก้าอี้ใกล้เขาขึ้น

“ท่านนำของมาฝากข้า ก่อนวันที่ล้มป่วย”

หลินเหวินคิดถึงช่องซ่อนหลังโต๊ะ

เสิ่นเหยียนไม่ได้เก็บทุกอย่างไว้ในห้อง

เขาทำตามคำเตือนของตนเองจริง ๆ

“เป็นเอกสารหรือ”

“ท่านจำไม่ได้”

คราวนี้ไม่ใช่คำถาม

หลินเหวินเงียบอยู่นาน ก่อนตอบ

“จำไม่ได้”

ชิงถังลดสายตาลง

เขาอ่านความรู้สึกบนใบหน้าเธอไม่ออก มีทั้งความกังวลและความระวัง แต่ไม่มีความโล่งใจ

“ข้าทราบว่ามีคนค้นห้องท่านหรือไม่” เธอถาม

“ท่านทราบได้อย่างไร”

“ข้าถาม”

หลินเหวินค่อย ๆ พยักหน้า

“มีคนเข้าไปเมื่อวาน หยิบกระดาษจากที่ซ่อนไป แต่ข้าย้ายของออกแล้ว”

“ใครรู้ว่าท่านย้าย”

“ไม่มีใคร”

“ท่านแน่ใจหรือ”

เขากำลังจะตอบว่าแน่ใจ ก่อนนึกถึงฉินโม่ซึ่งมองผ่านช่องหน้าต่าง และหานซู่ที่เห็นมีดกับเศษแป้งเปียกบนโต๊ะ

ไม่มีใครเห็นเขาย้าย

แต่มีคนเห็นร่องรอย

“ข้าไม่แน่ใจ” เขายอมรับ

ชิงถังพยักหน้าเบา ๆ ราวกับคำตอบนั้นมีประโยชน์กว่าคำยืนยัน

“ของที่ฝากไว้ยังอยู่กับข้า”

หลินเหวินรู้สึกอยากขอคืนทันที

แต่สายตาของเธอทำให้หยุด

“ข้าขอดูได้หรือไม่”

“ดูได้”

“เอากลับไปได้หรือไม่”

“ยังไม่ได้”

เขาเงยหน้ามอง

“มันเป็นของที่ข้าฝากไว้”

“และท่านฝากพร้อมเงื่อนไข”

ชิงถังเดินไปยังชั้นเก็บงานซ่อม

เธอหยิบกล่องไม้ซึ่งมีแผ่นกระดาษชำรุดวางอยู่ด้านบนออกมา ยกแผ่นรองที่ก้นกล่องขึ้น แล้วนำห่อบาง ๆ วางบนโต๊ะ

ผ้าสีซีดถูกพับแน่น ใช้เชือกเส้นเล็กผูกไว้

หลินเหวินขยับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

ชิงถังวางมือทับห่อผ้า

“ข้าให้ดูข้อความข้างนอกก่อน”

เธอพลิกด้านหนึ่งขึ้น

มีกระดาษแผ่นเล็กติดอยู่กับผ้า ลายมือเรียบร้อยในช่วงต้น แต่บรรทัดท้ายเบียดกันเล็กน้อย

หลินเหวินจำลายมือนั้นได้แล้ว

เป็นมือเดียวกับคนที่ซ่อนจดหมายไว้ใต้ลิ้นชัก

เขาอ่านช้า ๆ

หากข้ากลับมาทวง ขอให้ท่านถามเรื่องที่รู้กันเพียงสองคนก่อน

ใต้ข้อความนั้นมีอีกบรรทัด

อย่าเปิดต่อหน้าข้า จนกว่าท่านจะแน่ใจว่าข้ายังเป็นคนเดิม

หลินเหวินไม่ขยับ

แสงจากหน้าต่างส่องกระดาษจนเห็นเส้นใยบาง ๆ ขณะที่ข้อความกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนห้องมืดลง

เสิ่นเหยียนอาจหมายถึงคนที่ถูกข่มขู่จนเปลี่ยนใจ

อาจหมายถึงการถูกบังคับให้มาทวงของคืน

หรืออาจหมายถึงบางสิ่งที่หลินเหวินยังไม่กล้ายอมรับ

ชิงถังมองเขา

“ก่อนฝากห่อ ท่านถามข้าว่า หากมีคนพูดจาเหมือนท่าน แต่มองบางเรื่องไม่เหมือนเดิม ข้าจะสังเกตได้หรือไม่”

หลินเหวินค่อย ๆ เงยหน้า

“แล้วท่านตอบว่าอย่างไร”

“ข้าตอบว่าต้องรู้ก่อนว่าเรื่องใด”

“เขา…ข้าบอกหรือไม่”

ชิงถังได้ยินคำที่หลุดออกมาก่อนเขาแก้

เธอดึงห่อผ้าเข้าหาตัวเล็กน้อย

“ท่านบอกว่า ให้เริ่มจากสิ่งที่ท่านไม่เคยยอมทำ”

หลินเหวินมองมือของเธอที่อยู่บนห่อ

เขาไม่รู้ว่าเสิ่นเหยียนไม่เคยยอมทำอะไร

ไม่รู้ว่าเขากับหญิงคนนี้เคยคุยเรื่องใด

สิ่งที่เขารู้คือเจ้าของร่างเตรียมวิธีป้องกันแม้แต่ตัวเองไว้ก่อนหายไป

เสียงคนเรียกชิงถังดังมาจากทางเดิน

เธอพลิกห่อกลับทันที ปิดข้อความด้วยชายผ้า แล้วนำเอกสารสำเนาวางทับอย่างเป็นธรรมชาติ

“ข้ากำลังตรวจงาน” เธอตอบ “อีกครู่จะออกไป”

เสียงฝีเท้าเดินห่างออกไป

หลินเหวินรอจนแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ประตู ก่อนพูดเบา ๆ

“ข้าไม่รู้ว่าจะทำให้ท่านเชื่อได้อย่างไร”

ชิงถังไม่ตอบ

“แต่วันนี้มีคนต้องการให้ข้าจดบางสิ่งผิด” เขากล่าวต่อ “และมีคนค้นของที่ข้าเก็บไว้ หากห่อนี้มีสิ่งช่วยอธิบาย ข้าอยากรู้”

“ข้าก็อยากรู้”

คำตอบนั้นทำให้เขาหยุด

“ท่านยังไม่ได้เปิด?”

“ข้ารับปากว่าจะรอ”

หลินเหวินมองห่อผ้าอีกครั้ง

เขาไม่อาจบังคับให้เธอผิดคำสัญญาเพียงเพราะตนกลัวตาย

“เช่นนั้นเก็บไว้ก่อน”

ชิงถังเงยหน้ามองเขา

“อย่านำไปที่ห้องข้า” หลินเหวินกล่าว “จนกว่าเราจะรู้ว่าคนที่ค้นต้องการอะไร”

หญิงตรงหน้าค่อย ๆ คลายมือ

เธอยังไม่ไว้ใจเขา

แต่ดูเหมือนไม่ได้คิดจะเรียกคนมาจับในทันทีแล้ว

“พรุ่งนี้กลับมาตรวจทะเบียนต่อ” เธอบอก “นำคำร้องขอใบรับกระดาษมาด้วย ข้าจะจดเลขที่ต้องใช้ให้”

หลินเหวินพยักหน้า

ชิงถังหยิบกระดาษใหม่ เขียนรายการสั้น ๆ ด้วยมือที่มั่นคง แล้วเลื่อนให้

เขาเก็บมันพร้อมสำเนาคำสั่ง

ก่อนลุก เขามองข้อความบนห่อผ้าเป็นครั้งสุดท้าย

จนกว่าท่านจะแน่ใจว่าข้ายังเป็นคนเดิม

ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินเหวินกลัวคนอื่นจับได้ว่าเขาไม่ใช่เสิ่นเหยียน

บัดนี้เขากลับต้องกลัวอีกเรื่องหนึ่ง

ก่อนที่เขาจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ เสิ่นเหยียนอาจรู้อยู่แล้วว่าคนที่กลับมาทวงห่อผ้า…

จะไม่ใช่ตนเอง

ความคิดเห็น

1
เขียนความคิดเห็น…
จันทร์เกษม สุขฤทัย

โอเค

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต