Kamelessia Stories
ปก การเดินทางของกีรติและคู่หูแมวเหมียวกลับไปที่นิยายการเดินทางของกีรติและคู่หูแมวเหมียว
ตอนที่ 7

เมล็ดข้าวที่หายไป

เสียงทุบประตูดังขึ้นก่อนฟ้าสาง

ปัง! ปัง! ปัง!

กีรติสะดุ้งตื่น คาลิโก้ผงกศีรษะจากปลายเสื่อ ขนบนแผ่นหลังตั้งขึ้นทันที

อนิปเป้ลุกเร็วกว่าคนซึ่งมีอายุเท่านางควรทำได้ หญิงชราคว้าไม้พลองข้างที่นอนแล้วเดินไปเปิดประตู โดยไม่ลืมส่งสัญญาณให้กีรติอยู่ข้างใน

ทันทีที่เสื่อกกถูกยกขึ้น เสียงโต้เถียงก็ดังเข้ามา

เนฟรายืนอยู่หน้าบ้าน หายใจแรงราวกับวิ่งมาตลอดทาง ผมที่ควรมัดเป็นระเบียบหลุดลงมาข้างแก้ม เสื้อผ้ามีฝุ่นและแกลบติดอยู่หลายแห่ง

นางพูดเร็วเกินกว่ากีรติจะจับคำได้ทั้งหมด

แต่มีสามคำซึ่งฟังออกชัดเจน

“คลัง”

“เมล็ด”

“ขโมย”

อนิปเป้หันมามองกีรติ

หญิงสาวลุกขึ้นทันที

“เกิดอะไรขึ้นกับคลัง”

เนฟราชี้ไปทางลานกลางเมือง แล้วทำท่ามัดข้อมือ

มีคนถูกจับแล้ว

กีรติรีบสวมรองเท้า หยิบผ้าคลุมศีรษะ และเดินตามเนฟราออกไป โดยมีคาลิโก้วิ่งลอดประตูตามหลัง

แสงแรกของเช้ายังมาไม่ถึง ท้องฟ้าเหนือเคเมตเป็นสีน้ำเงินเข้ม มีเพียงคบเพลิงตามทางกับตะเกียงหน้าบ้านบางหลัง ผู้คนจำนวนมากกำลังมุ่งหน้าไปยังคลังเมล็ด

ข่าวร้ายเดินทางรวดเร็วเสมอ

เมื่อกีรติไปถึง ลานหน้าคลังก็เต็มไปด้วยชาวเมือง

ตรงกลางวง ชายผอมวัยกลางคนถูกบังคับให้คุกเข่า มือทั้งสองถูกมัดไว้ด้านหลัง เสื้อผ้าลินินของเขาเก่าและเต็มไปด้วยรอยปะ ใบหน้ามีรอยฟกช้ำตรงมุมปาก

ข้างตัวมีถุงเมล็ดขนาดเล็กวางอยู่

เด็กหญิงอายุราวเจ็ดหรือแปดปีเกาะแขนผู้หญิงคนหนึ่ง ร้องไห้และพยายามเรียกชายที่ถูกจับ

“อูเนบ!”

กีรติไม่แน่ใจว่านั่นเป็นชื่อของเขาหรือคำเรียกบิดา แต่เมื่อคนรอบข้างพูดซ้ำ นางจึงเข้าใจว่าชายผู้นี้ชื่ออูเนบ

ฮูยายืนอยู่ข้างนักโทษ สีหน้าเคร่งเครียด เขาถือก้อนดินเหนียวซึ่งมีรอยประทับจากคลังไว้ในมือ

ชายชราซาเคนยืนอีกด้านหนึ่ง

เขากำลังพูดกับฝูงชนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มือหนึ่งชี้ถุงเมล็ด อีกมือชี้อูเนบ จากนั้นจึงชี้ไปยังบ้านหลังเล็กทรุดโทรมใกล้กำแพงเมือง

คำกล่าวหาฟังดูตรงไปตรงมา

เมล็ดของคลังถูกพบในบ้านของคนยากจน

ดังนั้นคนยากจนผู้นั้นต้องเป็นขโมย

อูเนบส่ายหน้าอย่างรุนแรง เขาพยายามอธิบาย แต่ทุกครั้งที่พูด ซาเคนจะชี้ถุงเมล็ดซึ่งวางอยู่ต่อหน้าทุกคน

หลักฐานชิ้นนั้นหนักแน่นกว่าถ้อยคำของผู้ถูกกล่าวหา

เด็กหญิงร้องไห้หนักขึ้น พยายามวิ่งเข้าหาบิดา แต่หญิงที่กอดนางไว้ไม่ยอมปล่อย

กีรติมองถุงเมล็ด

มันมีขนาดเล็ก หากใส่เต็มคงพอทำขนมปังให้ครอบครัวหนึ่งกินได้ไม่กี่วัน แต่เมล็ดที่หายจากคลังมีจำนวนมากกว่านั้นหลายสิบเท่า

ต่อให้อูเนบเป็นคนเอาถุงนี้ไปจริง เขาก็ไม่น่าจะขนของจำนวนทั้งหมดออกจากคลังได้เพียงลำพัง

นางหันไปถามเนฟราช้า ๆ

“พบ… ที่ไหน”

เนฟราชี้บ้านของอูเนบแล้วตอบ

“ในบ้าน ใต้เสื่อ”

“ใครพบ”

เนฟราหันไปทางชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ข้างซาเคน

เขาเป็นคนงานคลังซึ่งกีรติเคยเห็น แต่จำชื่อไม่ได้ ชายคนนั้นหลบสายตาเมื่อพบว่านางกำลังมอง

กีรติชี้ประตูคลัง

“เปิด?”

เนฟราส่ายหน้า แล้วทำท่าเปิดหีบเล็ก ๆ ก่อนชี้ชายคนนั้น

เขาอาจเป็นคนถือกุญแจไม้หรือดูแลสลักคลังในช่วงกลางคืน

ยิ่งทำให้ข้อกล่าวหาดูสมบูรณ์

หากผู้ดูแลคลังเป็นคนพบเมล็ดในบ้านอูเนบ ชาวเมืองย่อมเชื่อเขามากกว่าชายยากจนซึ่งไม่มีทั้งที่ดินและญาติผู้มีอำนาจ

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากท้ายฝูงชน

เมมซาฟแทรกผ่านผู้คนเข้ามา เขายังไม่ได้ผูกผ้าคาดเอวให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่าถูกปลุกจากที่นอน เมนเธบส์เดินตามหลัง สีหน้าของเขาสงบนิ่งกว่าน้องชาย แต่ดวงตาจับอยู่ที่ถุงเมล็ดและก้อนตราในมือฮูยา

ฮูยาเล่าเหตุการณ์ให้ทั้งคู่ฟัง

เมมซาฟมองอูเนบ จากนั้นหันไปยังชายผู้ดูแลคลัง ราวกับพร้อมจะลากทั้งสองไปสอบถามในทัน เมนเธบส์กลับยกมือห้าม เขาขอให้ฮูยาพูดซ้ำแล้วตรวจเชือกปากถุงด้วยตนเอง

ซาเคนแสดงความไม่พอใจ

เขาชี้กีรติและพูดบางอย่างซึ่งมีคำว่า คนต่างถิ่น กับ ลางร้าย ปะปนอยู่ ประโยคของเขาทำให้ชาวเมืองบางส่วนหันมามองนาง

กีรติเริ่มเข้าใจกลยุทธ์ของชายชรา

เมล็ดหายก่อนนางมาถึงหรือหลังนางมาถึง ไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่การเกิดปัญหาใกล้กับเวลาที่หญิงประหลาดปรากฏตัว ทำให้เรื่องสองเรื่องถูกผูกเข้าด้วยกันได้ง่าย

อูเนบเป็นคนขโมย

ส่วนกีรติคือลางซึ่งนำความวุ่นวายมาเปิดเผย

เรื่องเล่าเช่นนี้เข้าใจง่ายกว่าตัวเลขซึ่งไม่ตรงกัน และน่าพอใจกว่าการยอมรับว่าคนมีหน้าที่ดูแลคลังอาจโกหกชาวเมืองมานานแล้ว

กีรติก้าวออกไปข้างหน้า

ผู้เฝ้ายามยกแขนขวาง แต่นางชี้อนิปเป้ เนฟรา และเมนเธบส์พร้อมกัน

“ข้าขอดูคลัง”

ประโยคยังไม่สมบูรณ์ แต่ทุกคนเข้าใจ

ซาเคนคัดค้านทันที

กีรติชี้ถุงเมล็ด แล้วใช้มือทำท่าว่าเล็ก จากนั้นกางแขนออกกว้างเพื่อแสดงจำนวนที่หายไป

“ถุงเล็ก เมล็ดหาย… มาก”

เสียงกระซิบดังขึ้น

กีรติเดินไปหาอูเนบและชี้ถุงข้างตัว

“หนึ่ง”

จากนั้นชี้คลัง

“มาก”

ซาเคนตอบว่าของที่เหลืออาจถูกซ่อนหรือขายไปแล้ว นางจับความหมายได้จากท่าทางชี้ไปทางประตูเมือง

กีรติส่ายหน้า

“ดูคลัง ก่อนตัดสิน”

เมนเธบส์มองนาง แล้วหันไปกล่าวกับฮูยา

ชายเฝ้าประตูนิ่งคิด ก่อนพยักหน้าและออกคำสั่งให้เปิดอาคาร

ซาเคนยังไม่พอใจ แต่ไม่อาจคัดค้านฮูยากับคนคุ้มกันขบวนทั้งสองพร้อมกันได้

อูเนบจึงถูกพาตามเข้าไป โดยมีชาวเมืองรออยู่ด้านนอก

แสงจากตะเกียงสามดวงส่องผนังคลังเป็นสีส้ม

เนฟราพาทุกคนไปยังช่องเก็บเมล็ดซึ่งมีปัญหา ระดับเมล็ดต่ำกว่ารอยฝุ่นเดิมอย่างชัดเจน กีรติชี้เส้นระดับบนผนัง แล้ววางก้อนกรวดแทนจำนวนตามที่คำนวณไว้เมื่อวาน

บนพื้นมีตะกร้ามาตรฐานวางซ้อนกัน

นางหยิบขึ้นมาหนึ่งใบ ชี้แถบกกสีเข้มตรงปากตะกร้า แล้วให้เนฟราตักเมล็ดลงไปจนเต็ม จากนั้นจึงเทกลับลงกอง

“หนึ่ง”

ทำซ้ำอีกครั้ง

“สอง”

เมื่อครบสิบ เนฟราขีดรอยหนึ่งกลุ่มบนแผ่นไม้ตามวิธีปกติ

กีรติชี้รอยระดับฝุ่นบนผนัง แล้วใช้ตะกร้าวัดความกว้างกับความยาวของช่องอย่างคร่าว ๆ นางไม่อาจคำนวณปริมาตรได้แม่นยำโดยไม่มีเครื่องมือ แต่ไม่จำเป็นต้องรู้ตัวเลขทั้งหมด

สิ่งที่ต้องพิสูจน์คือเมล็ดไม่ได้หายไปเพียงถุงเดียว

เนฟราเข้าใจความคิดของนาง จึงช่วยอธิบายให้ฮูยากับคนอื่นฟัง

จากระดับเดิม ปริมาณที่หายไปต้องเท่ากับตะกร้ามาตรฐานหลายสิบใบ

ถุงในบ้านอูเนบใส่ได้ไม่ถึงหนึ่งตะกร้าเต็มด้วยซ้ำ

ซาเคนแย้งทันทีว่าอูเนบอาจขโมยทีละน้อยหลายครั้ง

กีรติคาดไว้แล้ว

นางเดินไปยังผนังข้างประตู บริเวณนั้นมีตราดินเหนียวใช้แล้วเก็บอยู่ในตะกร้า แต่ละก้อนเคยปิดปมเชือกหรือภาชนะก่อนถูกแกะเมื่อสินค้าเข้าสู่คลัง

กีรติหยิบตราสองก้อนขึ้นมา

ก้อนแรกมีเครื่องหมายรูปปลาและรอยเชือกด้านหลัง

ก้อนที่สองมีรอยคล้ายใบปาล์ม

นางชี้ตราเหล่านี้ ก่อนชี้แผ่นบันทึกไม้ เครื่องหมายบนทั้งสองสิ่งสอดคล้องกัน—อย่างน้อยในรายการซึ่งนางตรวจเมื่อวาน

จากนั้นกีรติหยิบถุงเมล็ดซึ่งกล่าวหาว่าอูเนบขโมยขึ้นมา

ปากถุงผูกด้วยเชือกเก่า ไม่มีตราดินเหนียวติดอยู่ แต่ตรงเส้นใยมีคราบดินสีแดงบาง ๆ แสดงว่าเคยมีตราถูกกดติดไว้แล้วถูกดึงออก

นางขอให้ฮูยาส่งก้อนตราซึ่งพบพร้อมถุงมาให้

ตรานั้นมีเครื่องหมายรูปภาชนะ

กีรตินำไปเทียบกับรอยบากในบัญชี

มีเครื่องหมายรูปเดียวกันอยู่จริง แต่รายการนั้นระบุว่าภาชนะชุดดังกล่าวถูกแจกจ่ายไปก่อนหน้านี้แล้วหลายวัน

ถ้าถุงของอูเนบเป็นส่วนหนึ่งของสินค้าที่ถูกแจกอย่างถูกต้อง มันไม่ใช่หลักฐานการขโมย

ถ้าไม่ใช่ เหตุใดคนขโมยจึงนำตราเก่าซึ่งถูกใช้และบันทึกไปแล้วมาวางไว้กับถุง

“ตราเก่า”

กีรติพูดช้า ๆ

นางชี้รอยบนไม้

“ใช้แล้ว”

จากนั้นชี้ถุง

“ไม่พิสูจน์… ขโมย”

ฮูยารับตราไปตรวจ

เมนเธบส์ก้มดูรอยเชือกตรงปากถุง เขาเรียกเนฟรามาถาม และนางยืนยันว่าเครื่องหมายนี้เคยผ่านการตรวจรับแล้ว

ซาเคนยังไม่ยอมแพ้

ชายชราพูดว่าอูเนบอาจเก็บตราจากคลังมาใช้ปิดบังความผิด

กีรติมองอูเนบ

ชายผอมคุกเข่าอยู่ข้างประตู เนื้อตัวสั่นด้วยความกลัว แต่เมื่อเนฟราถามเรื่องตรา เขาส่ายหน้าจนเส้นผมกระจาย เขายืนยันว่าไม่เคยเห็นมันก่อนคนเข้าค้นบ้าน

คำพูดของผู้ต้องหาเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ

กีรติจึงกลับไปตรวจช่องเก็บเมล็ดอีกครั้ง

คาลิโก้ซึ่งลอดตามเข้ามาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ กำลังดมพื้นตามแนวผนัง มันหยุดตรงมุมหนึ่งแล้วใช้เท้าเขี่ยเศษเปลือกเมล็ด

ใต้กองแกลบมีรอยลากจาง ๆ หลายเส้น

กีรติคุกเข่าลงพิจารณา

รอยนั้นไม่ใช่รอยของหนู และไม่เหมือนรอยตะกร้าทรงกลม แต่เป็นรอยขนานสองแนว คล้ายของหนักฐานแบนถูกลากผ่านพื้นซ้ำหลายครั้ง

นางใช้มือปัดแกลบออก

รอยลากทอดจากช่องเก็บเมล็ดไปถึงประตูด้านหลังของคลัง ประตูบานนี้เล็กและแทบกลืนไปกับผนัง ใช้สำหรับระบายอากาศหรือขนสิ่งของออกเมื่อประตูหน้าแออัด

ด้านในสลักด้วยไม้

เมนเธบส์ตรวจสลักแล้วพบรอยสึกใหม่ตรงขอบ ราวกับมันถูกเปิดและปิดบ่อยกว่าที่ผู้ดูแลกล่าว

เมื่อเปิดประตูออก แสงอ่อนยามเช้าก็ส่องเข้ามา

ด้านนอกเป็นตรอกแคบระหว่างคลังกับกำแพงเมือง พื้นมีฟางปูอยู่หนาเพื่อซับโคลนและกลบเสียงฝีเท้า

กีรติย่อตัวมอง

ใต้ฟางมีรอยฐานภาชนะทรงยาว และรอยเท้าของคนมากกว่าหนึ่งคน

นางหันกลับไปหาอูเนบ

ชายผู้นั้นผอมจนเห็นกระดูกซี่โครงชัด แขนข้างหนึ่งมีรอยบาดเก่าซึ่งทำให้ขยับไม่ถนัด การลากภาชนะหนักหลายสิบเที่ยวผ่านประตูหลังโดยไม่มีผู้ใดเห็น แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับเขาคนเดียว

กีรติชี้รอยลาก

“หลายครั้ง”

จากนั้นชี้รอยเท้าหลายขนาด

“หลายคน”

เมนเธบส์พยักหน้าช้า ๆ

เขากล่าวกับฮูยาว่า เมล็ดไม่ได้หายจากการลักเล็กขโมยน้อย แต่ถูกขนออกเป็นจำนวนมากและทำซ้ำอย่างมีแบบแผน

ถุงในบ้านอูเนบอาจเป็นของที่เขาได้รับ ของที่ใครบางคนขายให้ หรือของซึ่งถูกนำไปวางไว้เพื่อกล่าวหา

ไม่ว่าจะเป็นทางใด มันยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเขาเป็นคนทำให้คลังขาด

เมื่อพวกเขากลับออกไปยังลาน ชาวเมืองส่งเสียงถามพร้อมกัน

ฮูยายกมือให้ทุกคนเงียบ แล้วอธิบายสิ่งที่พบในคลัง เขาชี้รอยระดับ ชี้ตะกร้ามาตรฐาน และแสดงตราเก่าต่อหน้าฝูงชน

กีรติฟังออกเพียงบางส่วน แต่สังเกตได้ว่าท่าทีของผู้คนเริ่มเปลี่ยน

บางคนหันมองชายผู้ดูแลคลัง

บางคนมองซาเคน

มารดาของเด็กหญิงปล่อยให้นางวิ่งเข้าไปหาอูเนบ เด็กโผกอดบิดาทันทีที่ฮูยาสั่งแก้เชือก

อูเนบทรุดลงกอดลูก น้ำตาไหลโดยไม่อายผู้ใด

เขายังไม่ได้รับการประกาศว่าบริสุทธิ์อย่างสมบูรณ์ แต่จะไม่ถูกลงโทษจากหลักฐานเพียงถุงเดียว

อย่างน้อยวันนี้ คนยากจนคนหนึ่งจะไม่ถูกขับออกไปตายในทะเลทราย เพราะข้อกล่าวหาที่ตรวจสอบไม่ครบถ้วน

ซาเคนก้าวออกมาข้างหน้า

เขาไม่ได้กล่าวโทษอูเนบต่อ แต่หันมาชี้กีรติแทน ชายชราพูดว่าหญิงต่างถิ่นเข้าใจคลังและเครื่องหมายได้รวดเร็วผิดปกติ ทั้งที่เพิ่งเข้ามาในเมืองไม่กี่วัน

คำพูดนั้นปลุกความหวาดระแวงกลับขึ้นมาอีกครั้ง

ชาวบ้านบางคนกระซิบว่าอาจเป็นนางเองที่ทำให้เมล็ดหาย หรือรู้เรื่องนี้เพราะมีส่วนเกี่ยวข้อง

กีรติรู้สึกเหมือนถูกผลักกลับไปยืนกลางลานในวันแรก

ทุกครั้งที่นางพิสูจน์ว่าตนมีประโยชน์ ความสามารถเดียวกันกลับถูกใช้เป็นเหตุผลว่าทำไมนางจึงน่ากลัว

ก่อนนางจะตอบ เนฟราก็ก้าวมายืนข้างหน้า

หญิงสาวชี้ตนเอง ชี้รอยบันทึก และประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเป็นนางผู้พากีรติเข้าไปทำงาน กีรติเพียงสังเกตสิ่งที่คนในคลังมองข้าม ไม่มีอำนาจเปิดประตู ไม่มีตราประจำคลัง และไม่รู้เส้นทางภายในเมืองมากพอจะขนสินค้าไปซ่อน

อนิปเป้ก้าวมายืนอีกข้างหนึ่ง

จากนั้นเมนเธบส์จึงเดินเข้ามาอย่างเงียบ ๆ

เขาไม่ได้กล่าวว่ากีรติเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่ได้บอกให้ทุกคนไว้ใจนาง เพียงชี้รอยลากและถามซาเคนว่า หญิงซึ่งถูกคุมตัวอยู่ในบ้านอนิปเป้ทุกคืน จะขนภาชนะหนักผ่านประตูหลังโดยไม่มีผู้ใดพบได้อย่างไร

ซาเคนไม่มีคำตอบ

ชายชรายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหมุนตัวเดินจากไป

ผู้คนค่อย ๆ แยกย้าย แต่เสียงกระซิบยังไม่หมดสิ้น

เมื่ออูเนบเดินผ่านกีรติ เขาหยุดและก้มศีรษะให้นาง เด็กหญิงข้างตัวเขาก็ทำตาม

กีรติรีบส่ายหน้า

“ไม่ต้อง ข้าแค่ดูรอย”

อูเนบคงฟังไม่ครบ เขาจึงกล่าวคำขอบคุณอีกครั้ง ก่อนจูงลูกกลับบ้าน

เมมซาฟเดินเข้ามาหากีรติ

“เจ้าเห็นสิ่งที่คนเฝ้าคลังมองไม่เห็น”

นางฟังออกเกือบทั้งประโยค จึงตอบอย่างช้า ๆ

“ทุกคนเห็นได้ แต่ไม่มีคนมอง”

เมมซาฟนิ่งไป ก่อนยิ้ม

“ภาษาของเจ้าดีขึ้นแล้ว”

“เพราะครูคนอื่น”

รอยยิ้มของเขาหายไปครึ่งหนึ่ง

เมนเธบส์เดินเข้ามาสมทบ เขายื่นก้อนตรารูปภาชนะให้กีรติดูอีกครั้ง

“เจ้าคิดว่าเมล็ดออกไปทางประตูหลัง?”

“บางส่วน”

กีรติใช้คำซึ่งเพิ่งเรียน

“แต่จำนวน… มาก ประตูเล็ก คนต้องเห็น”

เมนเธบส์พยักหน้า

นั่นคือสิ่งที่เขาสงสัยเช่นกัน

หากเมล็ดถูกขนออกผ่านตรอกทีละภาชนะ ต้องใช้เวลาหลายคืน และต้องมีคนจำนวนหนึ่งร่วมมือหรือจงใจไม่มองเห็น

ผู้ดูแลคลังอาจเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีหลักฐานพอจะจับเขา

กีรติคิดถึงตรารูปงูซึ่งคาลิโก้พบใต้ตะกร้าเมื่อวาน

นางหันไปมองแมวสามสี

มันไม่ได้อยู่ตรงลานแล้ว

“คาลิโก้?”

ไม่มีเสียงตอบ

กีรติเดินอ้อมคลังไปทางตรอกด้านหลัง เมนเธบส์กับเมมซาฟตามมา

รอยเท้าแมวเล็ก ๆ ปรากฏอยู่บนฟาง มุ่งไปตามแนวกำแพง ก่อนหยุดตรงกองตะกร้าแตกซึ่งวางบังผนังดินส่วนหนึ่ง

คาลิโก้กำลังใช้เท้าตะกุยพื้นตรงนั้น

“เจ้าเจออะไร”

กีรติเข้าไปใกล้

ใต้ตะกร้าเก่ามีเมล็ดบาร์เลย์ตกเป็นทาง เมล็ดเหล่านั้นทอดไปถึงผนังแล้วหายไปตรงรอยแตกร้าวแคบ ๆ

เมมซาฟยกตะกร้าออก

หลังตะกร้าไม่มีประตู มีเพียงผนังอิฐดินธรรมดา

เมนเธบส์ก้มลงตรวจรอยแตก เขาใช้ด้ามมีดเคาะผนังเบา ๆ

กึก

เสียงแรกทึบแน่น

เขาเลื่อนไปอีกช่วงหนึ่งแล้วเคาะซ้ำ

ก้อง…

เสียงด้านหลังกลวงกว่าที่ควรเป็น

ทั้งสามสบตากัน

กีรติก้มมองพื้น เห็นก้อนดินเหนียวแตกครึ่งชิ้นหนึ่งติดอยู่ใต้ฐานกำแพง นางหยิบขึ้นมาปัดฝุ่น

บนผิวมีรอยประทับเพียงบางส่วน

เป็นส่วนโค้งของลำตัวสัตว์ และเส้นเล็กคล้ายเกล็ด

แม้ตราจะไม่สมบูรณ์ แต่มันเหมือนเครื่องหมายบนก้อนดินซึ่งคาลิโก้พบเมื่อวาน

รูปงูขด

เสียงคนเดินดังมาจากปลายตรอก

เมนเธบส์คว้าก้อนตราจากมือกีรติแล้วซ่อนไว้ในเสื้อ เมมซาฟยกตะกร้ากลับมาวางบังผนัง ส่วนกีรติอุ้มคาลิโก้ขึ้นก่อนมันจะส่งเสียง

ชายผู้ดูแลคลังปรากฏตัวตรงหัวมุม

เขามองคนทั้งสาม แล้วมองกองตะกร้าซึ่งเพิ่งถูกขยับ

เมนเธบส์ถามเพียงว่าตรอกนี้นำไปไหน

ชายคนนั้นตอบว่ามันเป็นทางตัน ไม่มีสิ่งใดอยู่ด้านหลังคลัง

น้ำเสียงของเขาปกติ

แต่เหงื่อเม็ดหนึ่งไหลจากขมับลงมาถึงกราม ทั้งที่ตรงนี้ยังอยู่ในร่มและอากาศยามเช้าไม่ร้อนนัก

เมมซาฟยิ้มกว้าง ทำเหมือนเชื่อคำตอบ ก่อนชวนทุกคนกลับออกไปทางลาน

เมื่อเดินพ้นมุมคลัง เขาจึงกระซิบ

“คนบริสุทธิ์ไม่ควรกลัวผนัง”

เมนเธบส์มองก้อนตราซึ่งซ่อนอยู่ในมือ

“คืนนี้เราจะกลับมา”

กีรติก้มมองคาลิโก้ในอ้อมแขน

แมวสามสีไม่ดิ้นหนีเหมือนทุกครั้ง มันเพียงหันกลับไปมองผนังกลวงด้านหลังคลัง ดวงตาหรี่ลงท่ามกลางแสงเช้า

เมล็ดที่หายไปไม่ได้พิสูจน์เพียงว่าอูเนบอาจถูกใส่ร้าย

มันกำลังบอกว่า ใต้สิ่งซึ่งคนทั้งเมืองมองเห็นอยู่ทุกวัน—

มีบางอย่างถูกซ่อนไว้มานานแล้ว

ความคิดเห็น

0
เขียนความคิดเห็น…
ยังไม่มีความคิดเห็น

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต