คนที่แบ่งข้าวให้
ลำดวนรู้ว่าตัวเองอยากพบชัยอีกครั้งตอนที่เริ่มมองรถส่งของทุกคัน
แต่พอรถของเขาเข้ามาจริง ๆ เธอกลับก้มหน้าพับเสื้อเร็วกว่าปกติ
เขามาส่งกล่องบรรจุสินค้าที่โรงงานสัปดาห์ละสองสามครั้ง บางวันมาก่อนพักกลางวัน บางวันมาตอนเธอกลับเข้าทำงานแล้ว ลำดวนไม่รู้ตารางของเขา และไม่คิดจะถามใคร
เธอเพียงจำเสียงรถได้
พิณยังไม่รู้เรื่องนี้
หรืออาจรู้แล้วแต่ยังหาโอกาสแซวไม่ได้
ลำดวนวางเสื้อตัวที่สิบลงบนกอง ชัยเดินผ่านด้านหลังพร้อมกล่องกระดาษซ้อนกันสามใบ เขาหยุดถามผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ ว่าให้วางตรงไหน ก่อนหันมาเห็นเธอ
“รองเท้าเป็นยังไง”
เธอเกือบตอบว่าอะไรนะ ทั้งที่รู้ว่าเขาถามเรื่องอะไร
“ใส่ได้ค่ะ”
“ไม่กัดแล้วนะ”
“ไม่ค่ะ”
เขายิ้มแล้วเดินไปส่งของต่อ
แค่นั้น
ไม่มีคำถามว่าเลิกงานกี่โมง ไม่มีคำชวนให้ไปไหน และไม่มีเหตุให้เธอต้องคิดอะไรต่อ
แต่ลำดวนพับเสื้อตัวถัดไปผิด
ตอนที่พบกันหน้าร้านรองเท้า ลำดวนยังอายุสิบเจ็ด
พอเธออายุสิบแปด ชัยก็รู้แล้วว่าเธอส่งเงินให้แม่ ชอบกินไข่ และจะไม่ยอมซื้อของที่ยังใช้แทนกันได้
เขารู้เรื่องเหล่านั้นทีละนิดจากบทสนทนาสั้น ๆ ระหว่างส่งของ
ลำดวนก็รู้ว่าเขาอายุมากกว่าเธอสี่ปี ทำงานส่งสินค้ามาหลายปีแล้ว และไม่ได้เป็นเจ้าของรถที่ขับ
วันหนึ่งเขามาถึงโรงงานก่อนพักกลางวัน เธอถามว่าไม่เหนื่อยหรือที่ต้องยกกล่องตลอด
เขาชูฝ่ามือให้ดู
“กล่องไม่หนักทุกใบ บางใบหนักแค่ชื่อคนที่ต้องไปเก็บเงิน”
เธอหัวเราะ แต่ไม่เข้าใจทั้งหมด
“เขาไม่จ่ายหรือ”
“บางคนเห็นรถผมก็เดินหนีแล้ว”
“แล้วทำยังไง”
“รอ ถ้าไม่เจอวันนี้ก็กลับไปใหม่”
ลำดวนมองมือของเขา นิ้วมีรอยถลอกเหมือนมือคนทำงานทั่วไป
เธอชอบที่เขาไม่ได้พูดว่าตนเองหาเงินง่าย
แต่บางครั้งเขาจะหยุดมองรถคันใหญ่ที่ผ่านประตูโรงงาน แล้วพูดว่าถ้ามีรถของตัวเองก็ดี รับงานเอง ไม่ต้องรอให้ใครสั่งทุกเที่ยว
“เก็บได้เท่าไหร่แล้ว” เธอถามครั้งหนึ่ง
ชัยหัวเราะ
“ถามอย่างกับแม่เลย”
ลำดวนรีบก้มหน้า
“ไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ”
“ยังไม่มาก แต่ค่อย ๆ เก็บ”
เขาพูดจบแล้วถามกลับ
“ดวนล่ะ เก็บซื้ออะไร”
เธอคิดจะตอบว่าซื้อของทั่วไป
แต่กลับบอกเขาเรื่องจักรเย็บผ้า
ห้องเช่าที่ลำดวนอยู่กับพิณไม่ได้เงียบขึ้นเพราะเธอมีคนคุย
ตรงกันข้าม พิณเริ่มมีเรื่องให้ถามมากขึ้น
“คนส่งกล่องถามถึงรองเท้าอีกแล้วหรือ”
ลำดวนหยุดเย็บกระโปรง
“เธอรู้ได้ยังไง”
“เธอเล่าเอง”
“ฉันเล่าแค่ครั้งเดียว”
“แต่ยิ้มหลายครั้ง”
ลำดวนก้มหน้าลงจนผมหลุดมาปิดแก้ม
พิณหยิบกระโปรงอีกตัวมาเทียบเอว แล้วพูดต่อเหมือนกำลังคุยเรื่องเสื้อผ้า
“ถ้าจะไปไหนกับเขา บอกฉันด้วย”
“ยังไม่ได้ไป”
“ฉันบอกว่าถ้า”
ลำดวนแทงเข็มลงผิดจุด ต้องดึงกลับ
พิณไม่หัวเราะแล้ว
“ดวน ฉันไม่ได้ว่าเขาไม่ดีนะ แค่เราเพิ่งรู้จัก”
“ฉันก็รู้”
“รู้ก็ดี”
ลำดวนวางงานบนตัก
“เธอไม่ชอบเขาหรือ”
พิณมองเพื่อนอยู่ครู่หนึ่ง
“ฉันยังไม่รู้จักเขาพอจะชอบหรือไม่ชอบ แต่เขาจำได้ว่าเธอเจ็บเท้า อันนี้ดี”
ลำดวนเงยหน้า
“แล้วเขาจำได้หรือยังว่าเธออยู่กับคนอื่น ไม่ใช่ชวนไปแล้วหายกันทั้งคืน”
“เขายังไม่เคยชวน”
“งั้นฉันก็ยังไม่ต้องดุ”
พิณหัวเราะ ลำดวนจึงหัวเราะตาม
แต่คืนนั้นเธอถามตัวเองอยู่พักหนึ่งว่า ถ้าเขาชวน เธอจะตอบว่าอะไร
ชัยชวนในวันเสาร์
เป็นวันที่ลำดวนต้องทำงานต่อหลังเวลาปกติ เสื้อกองใหม่มาถึงช่วงบ่าย คนตรวจบอกว่าต้องบรรจุให้ทันส่ง เธอจึงอยู่ช่วยจนคนงานอีกหลายคนกลับไปแล้ว
ร้านข้าวหน้าโรงงานเก็บของตั้งแต่ก่อนเธอเลิก
ตอนออกจากประตู เธอพบชัยนั่งอยู่บนท้ายรถ เขาถือห่ออาหารกับแก้วน้ำที่ซื้อมาจากร้านใกล้กัน
“ยังไม่กลับอีกหรือคะ”
“รอเอกสาร เขานับของไม่ตรงกัน”
ลำดวนพยักหน้า แล้วมองป้ายรถเมล์
ท้องร้องเบา ๆ เธอหวังว่าเขาจะไม่ได้ยิน
“กินอะไรหรือยัง” ชัยถาม
“จะไปกินที่ห้องค่ะ”
“อีกนานกว่าจะถึง”
“ไม่เป็นไร”
เขามองห่ออาหารในมือ ก่อนขยับให้มีที่บนขอบปูนข้างรถ
“ผมซื้อมาเยอะ แบ่งกันไหม”
ลำดวนไม่ขยับ
ชัยไม่ได้แกะอาหารรอคำตอบ เขาเพียงบอกว่าข้างในมีข้าวกับหมูทอด ซื้อไว้ก่อนรู้ว่าจะต้องรอเอกสารนาน
“ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”
ประโยคนั้นทำให้เธอกล้าปฏิเสธมากขึ้น
แต่เธอไม่ได้อยากปฏิเสธ
“ฉันจ่ายครึ่งหนึ่งนะคะ”
เขาพยักหน้า
“ได้”
ชัยขอถ้วยเปล่าจากร้านขายน้ำ แบ่งข้าวให้ครึ่งหนึ่ง แล้วใช้ช้อนแยกหมูทอดใส่ลงไป
ลำดวนนั่งห่างเขาพอให้วางถุงผ้าคั่นกลาง
อาหารไม่ร้อนแล้ว หมูบางชิ้นแข็งตรงขอบ แต่เธอกินคำแรกแล้วรู้สึกว่าร่างกายค่อย ๆ คลายลง
ชัยไม่ชวนคุยตอนเธอกำลังเคี้ยว
เขารอจนเธอหยุดดื่มน้ำจึงถาม
“ทำงานต่อบ่อยไหม”
“ช่วงนี้บ่อยค่ะ”
“ได้เพิ่มหรือเปล่า”
“ได้ค่ะ จดไว้ทุกวัน”
“ดี”
เธอหยิบสมุดในถุงออกมาให้ดูโดยไม่รู้ตัว
ชัยอ่านเพียงบรรทัดบน ไม่พลิกหน้าอื่น แล้วส่งคืน
“ดวนเขียนเรียบร้อยดี”
คำชมเล็กน้อยทำให้เธอเก็บสมุดช้ากว่าปกติ
ตั้งแต่เริ่มทำงาน คนมักชมว่านับถูก พับเรียบ เย็บแน่น
ไม่ค่อยมีใครชมสิ่งที่เธอทำเพื่อตัวเอง
ระหว่างกินข้าว ชัยถามถึงบ้าน
ลำดวนเล่าว่าแม่กับน้องย้ายมาอยู่ห้องเช่าใกล้ตลาดแล้ว เธอเพิ่งกลับไปพบหลังตามหาจดหมายที่ตกค้างอยู่ที่พักเก่า
ไม่ได้เล่าทุกเรื่องที่ทำให้ต้องย้าย
เธอยังไม่อยากพูดถึงพ่อ
ชัยฟัง ไม่ถามแทรกว่าทำไมจึงย้าย ไม่ถามว่าเธอส่งเงินเท่าไหร่
“คิดถึงไหม”
ลำดวนพยักหน้า
“คิดถึงน้องค่ะ เขาโตเร็ว กลับไปทีหนึ่งก็สูงขึ้นอีกแล้ว”
“พี่สาวส่งเงินให้ เขาคงอยากโตไปทำงานบ้าง”
“เขาอยากเป็นช่าง”
“ดี ซ่อมอะไรเป็นก็มีคนเรียกใช้”
เธอมองเขา
“พ่อฉันก็ซ่อมของเป็น”
คำพูดหลุดออกมาก่อนจะเลือกว่าจะพูดหรือไม่
ชัยพยักหน้ารอฟัง แต่เธอก้มลงตักข้าวต่อ
เขาจึงเปลี่ยนไปเล่าเรื่องลูกค้าที่ให้ไปส่งของผิดที่ ทั้งที่ป้ายหน้าร้านเขียนชื่อชัดเจน พอไปถึงกลับบอกว่าไม่เคยสั่ง
“แล้วของใครคะ”
“ร้านข้างกัน เจ้าของชื่อคล้ายกัน คนหนึ่งชื่อตี๋ คนหนึ่งชื่อติ๋ม ผมได้ยินไม่ครบ”
ลำดวนหัวเราะ
“เขาโกรธไหม”
“โกรธทั้งสองร้าน คนหนึ่งไม่ได้ของ คนหนึ่งได้ของที่ไม่อยากได้”
เธอหัวเราะอีกครั้ง คราวนี้ไม่ต้องรีบกลั้น
คนดูแลเอกสารเดินออกมาเรียกชัย เขาวางช้อน บอกว่าจะกลับมา แล้วเดินเข้าโรงงาน
ลำดวนนั่งรออยู่กับถ้วยของตัวเอง
ข้าง ๆ มีถ้วยของเขา
ข้าวเหลืออยู่ไม่มาก หมูชิ้นสุดท้ายยังวางไว้ตรงขอบ เธอมองมันแล้วนึกถึงวันที่น้อยตักถั่วให้ เรื่องกินข้าวด้วยกันเคยง่ายในตอนเด็ก
พอโตขึ้น ทุกครั้งที่มีคนยื่นอาหารมาให้ เธอต้องคิดก่อนว่าเขาจะต้องการอะไรกลับไป
ชัยกลับมาพร้อมกระดาษหลายแผ่น
เขานั่งลง กินข้าวที่เหลือ แล้วหยิบหมูชิ้นสุดท้ายวางในถ้วยเธอ
“ผมอิ่มแล้ว”
ลำดวนมองเขา
“จริงหรือคะ”
“จริง”
เธอไม่ได้ถามซ้ำ
ครั้งนี้เธออยากเชื่อ
ตอนกินเสร็จ ลำดวนหยิบเงินส่วนของตนออกมา
ชัยรับไว้ตามที่ตกลง ไม่คืนเงิน ไม่พูดว่าเธอทำให้เขาเสียหน้า
เขาเก็บถ้วยไปคืนร้าน ส่วนเธอเดินไปยืนรอรถเมล์
“ผมไปส่งได้” เขาบอก “ผ่านทางนั้นพอดี”
ลำดวนมองรถ
“ฉันกลับรถเมล์ค่ะ”
เขาพยักหน้า
“งั้นรอเป็นเพื่อนก่อน”
“งานไม่เสร็จหรือคะ”
“เอกสารได้แล้ว เหลือกลับไปจอดรถ”
ทั้งคู่ยืนใต้ชายคาร้านปิด ลำดวนถือถุงด้วยสองมือ ชัยเว้นระยะ ไม่ยื่นมือมาจับ และไม่ได้ถามว่าทำไมไม่ยอมขึ้นรถเขา
ก่อนรถเมล์มา เขาพูดว่า
“วันหยุดหน้าอยากไปดูร้านจักรไหม ผมเคยส่งกล่องแถวนั้น มีร้านขายหลายเจ้า”
ลำดวนหันมาทันที
“ฉันยังซื้อไม่ได้ค่ะ”
“ไปดูก่อนก็ได้ จะได้รู้ว่าต้องเก็บเท่าไหร่”
เธอลังเล
ร้านจักรเป็นสิ่งที่เธออยากไปจริง แต่ไม่อยากให้ความอยากนั้นทำให้ตอบเร็วเกินไป
“ฉันขอชวนพิณไปด้วยได้ไหม”
ชัยยิ้ม
“ได้สิ คนที่ช่วยต่อราคารองเท้าใช่ไหม”
ลำดวนพยักหน้า
“ถ้าจะซื้อจักร มีเขาไปด้วยคงดี”
เธอยิ้มโดยไม่ทันระวัง
รถเมล์มาจอด ชัยขยับให้ทาง
“ถึงห้องแล้วพักนะ”
ลำดวนขึ้นรถ หยิบเงินจ่าย แล้วหันมองจากหน้าต่าง
เขายืนอยู่ที่เดิมจนรถออก
เธอไม่รู้ว่าเขายืนรอให้รถพ้นทาง หรือรอส่งเธอจริง ๆ
แต่ระหว่างกลับห้อง เธอคิดถึงวันหยุดมากกว่างานที่จะต้องทำวันรุ่งขึ้น
วันหยุดพิณไปด้วย
เธอแต่งตัวเรียบร้อยกว่าวันทำงาน ใส่กระโปรงที่ลำดวนเพิ่งซ่อม แล้วบอกก่อนออกจากห้องว่าถ้าเดินจนหิว ต้องหยุดกิน ไม่มีใครมีสิทธิ์บอกว่าไม่หิวทั้งที่ท้องร้อง
ชัยรอที่หน้าร้านขายน้ำตามนัด
เห็นพิณก็ทักว่าเจ้าของกระโปรงที่เอวพอดีแล้วใช่ไหม
พิณมองลำดวน
“เล่าเรื่องกระโปรงฉันให้ฟังด้วยหรือ”
ลำดวนส่ายหน้าเร็ว ๆ
ชัยหัวเราะ
“ดวนบอกว่ารับเย็บให้เพื่อน ผมเดา”
“เดาเก่งนะ”
พิณพูดเหมือนแซว แต่สายตายังตรวจเขาอยู่
ทั้งสามขึ้นรถไปย่านร้านเครื่องเย็บผ้า ชัยพาเดินเข้าร้านหนึ่ง คนขายดึงผ้าชิ้นเล็กมาให้ทดลอง
ลำดวนยืนอยู่หน้าเครื่องโดยไม่แตะ
จักรมีสีดำ ตัวหนังสือสีทองตามข้างเครื่อง โต๊ะเป็นรอย แต่แป้นเหยียบยังอยู่ครบ
คนขายถามว่าใช้เป็นไหม
เธอส่ายหน้า
“เคยดูแม่ลองค่ะ แต่ยังไม่ได้ใช้เอง”
คนขายนั่งสาธิตก่อน บอกให้ดูจังหวะมือกับเท้า แล้วขยับให้เธอลอง
ลำดวนนั่งลง
เท้ากดแรงไปจนจักรวิ่งเร็ว เธอรีบชักมือกลับ ผ้าเย็บย่นเป็นก้อน
พิณหัวเราะแล้วหยุดทันทีเมื่อเห็นหน้าเพื่อน
“ฉันไม่ได้ขำเธอ ฉันตกใจเสียง”
ลำดวนหัวเราะตามนิดหนึ่ง
ชัยยืนเยื้องอยู่ด้านข้าง
“ค่อย ๆ ก็ได้ ไม่มีใครจับเวลา”
ประโยคนั้นทำให้เธอผ่อนแรงลง
คราวที่สองด้ายยังคด แต่ผ้าไม่ย่นเหมือนเดิม คนขายบอกว่าฝึกอีกหน่อยก็ได้
ลำดวนใช้ปลายนิ้วลูบตะเข็บ
ถ้ามีเครื่องแบบนี้ เธอจะรับงานได้มากขึ้นจริง ๆ
แต่พอได้ยินราคา เธอก็วางผ้าลง
“ขอดูไว้ก่อนนะคะ”
คนขายพยักหน้า ถามว่าจะให้จดราคาหรือไม่
เธอตอบว่าจดค่ะ
ครั้งนี้เธอได้กระดาษราคามาด้วย ไม่ได้มีเพียงคำพูดว่าอีกนิดเดียว
ชัยไม่ได้บอกว่าจะซื้อให้
ลำดวนดีใจที่เขาไม่พูดอย่างนั้น
ระหว่างเดินกลับ พิณเห็นร้านขายรองเท้าอีกแห่งจึงลากทั้งคู่เข้าไปดู
ลำดวนบอกว่ามีแล้ว
“ดูของฉัน” พิณตอบ “ไม่ใช่ทุกครั้งต้องซื้อให้เธอ”
ชัยหัวเราะ
รองเท้าคู่ใหม่ของลำดวนยังใส่ได้ แต่เธอถามคนขายว่าถ้าคราวหน้าซื้อสำหรับยืนทำงานทั้งวันควรเลือกแบบไหน
ชัยยกคู่พื้นหนากว่าเดิมให้ดู แล้วคืนทันทีเมื่อเธอบอกว่าไม่ชอบสี
“ดวนเลือกเองก็ได้” เขาว่า “ผมรู้แค่ว่ายืนทั้งวันต้องลองนานหน่อย”
พิณพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเป็นครั้งแรก
พวกเขาไม่ได้ซื้ออะไรในร้านนั้น แต่ชัยช่วยถามเรื่องขนาดและพื้นรองเท้า ลำดวนจำคำตอบไว้
หลายสิบปีต่อมา เมื่อบอกหลานว่าผู้ชายคนนี้ช่วยเลือก เธอไม่ได้จำได้ชัดว่าเขาเลือกคู่ไหน
จำได้ว่าเขายอมเดินดูของกับเธอ โดยไม่บ่นว่าใช้เวลานาน
ขากลับ ทั้งสามซื้อขนมแบ่งกัน พิณเลือกชิ้นใหญ่สุดแล้วบอกว่าตนเดินมากที่สุดเพราะต้องเฝ้าคนอีกสองคน
ลำดวนหันหน้าหนี
ชัยถามว่าเฝ้าอะไร
“กลัวหลง”
พิณตอบเรียบ ๆ
“ถนนเยอะ”
ลำดวนรู้ว่าถนนไม่ได้เป็นสิ่งเดียวที่เพื่อนหมายถึง
หลังวันนั้น ชัยเริ่มมารอเธอบ้าง
ไม่ทุกวัน บางวันติดงานแล้วฝากคนหน้าประตูบอก บางวันมาไม่ทัน เธอกับพิณจึงกลับก่อน
เขาพาไปเดินตลาดครั้งหนึ่ง
ลำดวนเห็นเสื้อที่ชอบ หยุดดูแล้วเดินต่อ ชัยถามว่าทำไมไม่ลอง
“แพงค่ะ”
“ยังไม่ได้ถามราคาเลย”
“ดูผ้าก็รู้แล้ว”
เขาเดินต่อ ไม่ย้อนกลับไปซื้อให้ แต่ภายหลังจำได้ว่าเธอชอบเสื้อคอแบบนั้น
วันหนึ่งเขาเอาชิ้นผ้าเล็ก ๆ มาให้
“ร้านที่ส่งของมีผ้าเหลือ เขาให้มา ดวนเอาไปซ่อมเสื้อได้ไหม”
เธอรับมาดู เป็นผ้าสีเรียบ ไม่มีรอยเปื้อน
“ได้ค่ะ”
“ไม่ชอบก็ไม่ต้องเก็บนะ”
ลำดวนเก็บไว้
เธอใช้มันปะกระเป๋าเสื้อของตัวเอง เย็บด้านในไม่ให้เห็นจากข้างนอก
จากนั้นทุกครั้งที่ล้วงกระเป๋า เธอจะรู้ว่ามีผ้าชิ้นนั้นอยู่
ความชอบของเธอค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจากเรื่องที่เล็กจนเล่าให้ใครฟังแล้วดูไม่มีอะไร
เขาฟังเมื่อเธอพูด
เขาจำว่าพิณเป็นเพื่อน
เขาไม่หัวเราะกับความฝันเรื่องจักร
และเวลาเธอบอกว่าไม่ เขาก็ไม่ทำให้เธอต้องขอโทษ
พิณถามตรง ๆ ในคืนหนึ่ง
“ชอบเขาหรือ”
ลำดวนกำลังเย็บกระเป๋า ไม่เงยหน้า
“เขาก็ดี”
“ฉันไม่ได้ถามว่าดีไหม”
เธอหยุดเข็ม
“ชอบ”
คำตอบออกมาเบา แต่ชัด
พิณพยักหน้า แล้วนอนพิงหมอน
“งั้นก็ให้เวลาตัวเองรู้จักเขา”
ลำดวนมองเพื่อน
“เธอมีอะไรจะเตือนอีกไหม”
พิณหัวเราะ
“มี แต่เธอคงเบื่อ”
“พูดมา”
อีกฝ่ายเงียบไปนิดหนึ่ง
“เงินที่เธอเก็บ ฉันเห็นว่าเธอทำงานกว่าจะได้มาเท่าไหร่ เวลาเขาใจดีกับเธอ ไม่ต้องรีบหาทางคืนทุกอย่างก็ได้”
ลำดวนมองผ้าในมือ
“ฉันไม่ได้ให้เงินเขา”
“ฉันรู้ ฉันพูดไว้ก่อน เห็นเธอเป็นแบบนี้กับทุกคน ใครช่วยนิดเดียว เธอรีบช่วยกลับจนตัวเองไม่มีแรง”
เธอคิดถึงเงินของแม่ที่หยิบมาด้วย ค่าที่พักที่จ่ายคืน และไข่ครึ่งฟองที่แบ่งให้ชัย
“ไม่อยากติดใคร”
พิณมองเธอ
“บางทีคนเขาแค่อยากอยู่กับเธอ ไม่ได้มาทวง”
ลำดวนไม่ตอบ
คืนนั้นเธอเก็บผ้าปะกระเป๋าไว้ดีเหมือนเดิม แต่ไม่ได้รีบคิดว่าจะทำอะไรให้ชัยกลับไปทันที
“ยายชอบเขามากไหม”
ธันวาถาม
ลำดวนมองหมอนที่หลานเพิ่งเอามาให้รองหลัง
“มาก”
เขารอคำพูดที่มักตามหลังความรักซึ่งไม่ใช่ตาประเสริฐ แต่ยายไม่ได้พูดว่าโง่ ไม่ได้บอกว่าตอนนั้นตนยังเด็กเกินไป
เธอเพียงยอมรับว่าชอบ
“เขาทำดีเพราะอยากได้อะไรหรือเปล่า”
ลำดวนเงียบไป
“เรื่องบางอย่างยายก็ไม่รู้แล้วธัน”
“แต่เขาเอาเงินยายหรือ”
มือของเธอหยุดบนหมอน
ธันวารู้ว่าถามเร็วไป แต่คำถามออกมาแล้ว
ลำดวนมองเขา
“ไปถึงตรงนั้นแน่ แต่ตอนนี้ยายยังเล่าถึงวันที่เขาไม่ได้ขออะไร”
เขาก้มหน้าลง
“ผมขอโทษ”
“ไม่เป็นไร เอ็งรู้แล้วว่าเขาไม่ได้อยู่จนเป็นตา ก็ต้องสงสัย”
เธอเหลือบมองรูปประเสริฐบนผนัง ก่อนกลับมามองหลาน
“แต่ถ้ายายเล่าแต่ตอนที่เจ็บ เอ็งจะไม่รู้เลยว่าทำไมยายถึงเชื่อเขา”
ธันวาพยักหน้าช้า ๆ
ในโทรศัพท์ของเขา ข้อความจากกฤตที่เลื่อนกลับไปไม่ไกลยังมีทั้งรูปสินค้า เสียงหัวเราะ และวันที่ทั้งสองขายของได้มากกว่าที่คาด
ช่วงหลังเขาอ่านเฉพาะประโยคที่ทำให้รู้สึกว่าเพื่อนทิ้ง
จนเกือบลืมว่าเคยมีวันอื่นด้วย
นาฬิกาบนผนังบอกเวลาเกือบตีหนึ่ง
ลำดวนเห็นธันวากะพริบตาถี่ จึงลุกขึ้นก่อนที่เขาจะถามต่อ
“นอนเถอะ พรุ่งนี้เอ็งมีคนต้องโทรหา”
เขาพยักหน้า เก็บรูปลงกล่องให้ยาย
“ร้านจักรที่ไปดู ยายได้ซื้อไหม”
“ยังไม่ได้ซื้อจากร้านนั้น”
“เพราะต้องส่งเงินกลับบ้าน?”
“ส่วนหนึ่ง”
เขาเงยหน้ารอ
ลำดวนยิ้มนิดหนึ่ง
“นอนก่อน ยายยังอยู่พรุ่งนี้”
ประโยคนั้นทำให้เขาไม่ถามต่อ
เธอเดินขึ้นบันไดช้า ๆ เขาตามไปปิดไฟด้านล่าง เหลือไฟทางเดินไว้ให้
คืนนั้นธันวาวางโทรศัพท์ไว้ข้างสมุด แทนที่จะซ่อนไว้ใต้หมอน
เขายังไม่พร้อมรับทุกสาย
แต่ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ก่อนเวลาที่แม่จะพักกลางวัน
เช้าวันอาทิตย์ในอดีต ลำดวนตื่นพร้อมความรู้สึกอยากออกไปข้างนอก
เธอทำงานบ้านที่ต้องทำเสร็จตั้งแต่เช้า ซักเสื้อ แขวนผ้า แล้วนั่งรอจนพิณเริ่มแซวว่า ถ้านั่งจ้องประตูมากกว่านี้บานไม้คงเป็นรู
ชัยนัดพบหน้าร้านขายน้ำ
เขามาตรงเวลา แต่วันนี้ไม่มีรถส่งของ
“วันหยุดค่ะ?” เธอถาม
เขาพยักหน้า
“วันนี้อยากเดินเฉย ๆ บ้าง”
ลำดวนเดินข้างเขาไปตามถนนที่เริ่มคุ้น ทั้งคู่แวะดูของตามร้านโดยไม่ซื้อ ชัยชี้ตึกแถวว่างแห่งหนึ่ง บอกว่าอยากมีร้านของตัวเองสักวัน
“ขายอะไรคะ”
“พวกบรรจุภัณฑ์ กระดาษ กล่อง ของที่ส่งอยู่ทุกวัน ผมรู้แล้วว่าร้านไหนใช้เท่าไหร่”
ลำดวนฟังอย่างสนใจ
“ต้องใช้เงินมากไหม”
“มากเหมือนกัน เลยยังเป็นแค่ความคิด”
เขาหันมายิ้ม
“ดวนมีจักร ผมมีร้าน ต่างคนต่างทำงาน ไม่ต้องให้ใครเปิดกล่องเงินของเรา”
ลำดวนหยุดเดินเล็กน้อย
เธอเคยเล่าเรื่องเงินซื้อจักรที่พ่อเอาไปให้เขาฟังแล้วครั้งหนึ่ง ไม่คิดว่าเขาจะจำถ้อยคำที่เธอใช้ได้
ชัยไม่ได้จับมือ แต่ยืนรอให้เธอเดินต่อ
ลำดวนมองตึกแถวว่าง
หน้าต่างชั้นบนเปิดอยู่ มีแสงแดดตกบนพื้นด้านใน เธอนึกถึงโต๊ะตั้งจักร ข้าวในหม้อ และเงินที่เก็บไว้แล้วอยู่ครบจนถึงวันใช้
“ถ้ามีจริงก็ดีนะคะ”
เขาพยักหน้า
“ค่อย ๆ ทำ”
พวกเขาเดินต่อ ก่อนหยุดซื้อข้าวกินที่ร้านเล็ก ๆ ชัยสั่งกับข้าวสองอย่าง ลำดวนช่วยจ่ายเหมือนทุกครั้ง
กินไปได้ครู่หนึ่ง เจ้าของร้านนำจานผัดผักมาเพิ่ม
“ไม่ได้สั่งค่ะ” ลำดวนรีบบอก
“ของโต๊ะนั้น เขาสั่งไว้แล้วไม่เอา บอกให้แบ่งให้คนที่กินอยู่”
เธอมองจาน
ชัยถามเจ้าของร้านให้แน่ใจ แล้วหยิบช้อนกลางมาตัก
“กินไหม”
ลำดวนพยักหน้า
ผักยังร้อน เธอตักใส่จานแล้วนึกขึ้นได้ว่า มื้อนี้มีอาหารที่ทั้งคู่ไม่ได้ต้องหาเพิ่มเอง
มีคนอื่นให้มา
ความรู้สึกนั้นไม่ทำให้เธออายเท่าที่เคย
ชัยเล่าเรื่องร้านที่อยากเปิดต่อ บอกว่าจะไม่ขยายเร็ว อยากเริ่มจากรับของจำนวนน้อยก่อน
ลำดวนฟังแล้วบอกว่า ถ้าเป็นเธอจะจดทุกบาท เพราะเงินนิดเดียวหลายครั้งรวมกันก็เยอะ
เขายิ้ม
“ถ้ามีดวนช่วยดู คงดี”
เธอก้มลงมองข้าว
หัวใจเต้นแรงขึ้นกับคำว่า “ช่วยดู” มากกว่าที่ควรเป็น
ชัยยังพูดต่อ เขาไม่ได้ขอเงิน ไม่ได้ขอให้เธอเลิกงาน และไม่ได้ขอคำตอบในวันนั้น
แต่ระหว่างฟัง ลำดวนเริ่มขยับความฝันเรื่องจักรของตัวเองไปวางข้างความฝันเรื่องร้านของเขา
เป็นครั้งแรกที่อนาคตซึ่งเธอคิดไว้ มีที่ว่างสำหรับคนอีกคน
และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เธอนึกถึงเงินเก็บ โดยไม่ได้คิดว่าจะต้องซ่อนมันจากทุกคน
© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต
ความคิดเห็น
0