วันที่ออกจากบ้าน
กล่องที่เคยใส่เงินซื้อจักรเย็บผ้าไม่มีเสียงเมื่อเขย่า
ลำดวนเขย่าอีกครั้ง ทั้งที่เปิดฝาดูไปแล้ว
ข้างในมีเพียงกระดาษจดตัวเลข แม่เขียนยอดไว้ทุกครั้งที่ใส่เงินเพิ่ม บางบรรทัดเป็นลายมือของลำดวน บางบรรทัดเป็นลายมือแม่ ตัวเลขเล็ก ๆ ต่อกันหลายเดือนจนเต็มกระดาษทั้งสองด้าน
เธอพลิกกล่องคว่ำลงบนเสื่อ
กระดาษตกออกมา
ไม่มีธนบัตร ไม่มีเหรียญ แม้แต่เงินทอนที่เธอใส่ไว้เมื่อวานก็ไม่เหลือ
ข้างล่างบ้านมีเสียงสมชายเรียกวัวของคนข้างบ้านให้ถอยจากกองฟืน เขาอายุสิบสองแล้ว แต่เวลาตกใจยังร้องเสียงสูงเหมือนตอนเล็ก ๆ
แม่อยู่หลังบ้าน กำลังล้างผักที่จะเอาไปขายตอนเย็น
พ่อนั่งตรงเสาเดิม ขาข้างที่เจ็บเหยียดออก มือข้างหนึ่งถือมีดเล็ก กำลังเหลาไม้ทำด้ามเครื่องมือ
ลำดวนเดินไปยืนตรงหน้าเขา
“เงินในกล่องอยู่ไหน”
สง่าไม่เงยหน้า
“กล่องอะไร”
“พ่อรู้ว่ากล่องอะไร”
มีดในมือเขาหยุด
ลำดวนวางกล่องกับกระดาษลงข้างเท้าพ่อ
“เงินซื้อจักร”
พ่อมองกระดาษ แล้วหันไปทางบันได
“แม่เอ็งบอกหรือ”
“แม่ไม่ต้องบอก เงินหายหมดแล้ว”
สง่าวางมีดบนพื้น
“เอาไปใช้ก่อน”
“ใช้ทำอะไร”
“มีเรื่องต้องใช้”
ลำดวนรอ
พ่อหยิบไม้ขึ้นมาดูเหมือนกำลังตรวจว่าต้องเหลาอีกตรงไหน
“หนูถามว่าเอาไปทำอะไร”
“อย่าขึ้นเสียง”
“หนูไม่ได้ขึ้นเสียง”
แต่ประโยคหลังดังขึ้นจริง ๆ
แม่เดินขึ้นบันได มือยังเปียก เธอมองกล่องที่พื้น ก่อนมองสามี
“เอาไปเมื่อไหร่”
สง่าวางไม้ลง
“เมื่อเช้า”
“ทำไมไม่บอกฉัน”
“บอกแล้วจะให้หรือ”
ไม่มีใครตอบ
ลำดวนก้มเก็บกระดาษขึ้นมา ตัวเลขบนบรรทัดล่าสุดเขียนเอียง เพราะเมื่อวานเธอเขียนโดยวางกระดาษบนเข่า ข้าง ๆ มีรอยวงกลมที่แม่ล้อมไว้
อีกนิดเดียว
คนขายจักรมือสองที่ตลาดรับปากว่าจะเก็บเครื่องไว้ให้ถึงสิ้นเดือน แม่ไปดูมาแล้ว หมุนล้อได้ ฝีเข็มตรง และมีโต๊ะให้ด้วย ถ้าได้มา ลำดวนจะรับเย็บเสื้อได้มากขึ้น ไม่ต้องใช้มือเย็บทุกตะเข็บจนปวดนิ้ว
เธอเคยนึกภาพว่าจักรจะตั้งอยู่ข้างหน้าต่าง
ตอนนี้ตรงนั้นยังว่าง
“หนูเก็บอยู่เป็นปี”
พ่อมองหน้าเธอ
“ฉันก็รู้”
“ถ้ารู้แล้วทำไมเอาไป”
“เอ็งอยู่บ้านนี้ กินข้าวบ้านนี้ จะนับทุกอย่างเป็นของเอ็งคนเดียวหรือ”
บุญเรือนขยับเข้ามา
“เงินนั้นฉันเก็บกับลูก”
สง่าหันไปหาเธอ
“แล้วฉันไม่ได้ทำอะไรเลยใช่ไหม”
“ฉันยังไม่ได้ว่าอย่างนั้น”
“ก็ทำหน้ามาแบบนั้น”
ลำดวนยืนถือกระดาษอยู่ระหว่างคนสองคน รู้สึกว่าการถามเรื่องเงินของตัวเองกำลังกลายเป็นอีกเรื่องที่เธอไม่มีสิทธิ์ถามให้จบ
เธอก้มลงหยิบกล่อง
“จะคืนเมื่อไหร่”
พ่อไม่ตอบ
“อาทิตย์หน้าได้ไหม”
เขาขยับขา นิ่วหน้าก่อนใช้มือกดเหนือเข่า
ลำดวนรอจนเขาหยุดขยับ
“สิ้นเดือนล่ะ”
“จะเอาอะไรนักหนา”
คำตอบนั้นทำให้เธอเงียบ
ไม่ได้เงียบเพราะเข้าใจ แต่เพราะเพิ่งรู้ว่าพ่อไม่มีวันที่จะให้เธอรอ
ตอนเย็นลำดวนไม่ได้ไปขายผักกับแม่
เธอนั่งอยู่ในห้องเล็กที่กั้นด้วยฝาไม้ ยกกล่องเงินไปวางบนชั้น แล้วหยิบเสื้อผ้าของตัวเองมานับ
มีเสื้อที่ใส่ออกนอกบ้านได้สองตัว ตัวหนึ่งคอหลวม อีกตัวแม่เย็บให้จากผ้าที่เหลือของคนจ้าง กระโปรงหนึ่งตัวกับกางเกงอีกหนึ่งตัว
เธอพับทั้งหมดลงในถุงผ้า
เอกสารเรียนจบประถมอยู่ในกล่องเหล็กของแม่ เธอหยิบออกมา อ่านชื่อของตนเองทั้งที่จำได้ดี แล้วพับใส่ซองเก่า
ลำดวนออกจากโรงเรียนมาหลายปีแล้ว ครูเคยบอกแม่ว่าเธอเรียนต่อได้ แต่คนในบ้านต้องกินทุกวัน ส่วนคำว่าเรียนต่อมีค่าใช้จ่ายที่รอไม่ได้
ตอนแรกเธอช่วยแม่ขายผัก รับจ้างเกี่ยวข้าว ล้างถ้วยที่งานบุญ ต่อมาจึงรับซ่อมเสื้อผ้า
คนในหมู่บ้านเริ่มเรียกหาเธอเมื่อกระโปรงหลุดหรือกางเกงขาด
เธอชอบเวลาซ่อมเสร็จแล้วคนจ้างยิ้ม
ไม่ชอบเวลาพวกเขาบอกว่า เอาไว้คราวหน้าค่อยให้เงิน เพราะเงินของเธอมักกลายเป็นเงินที่คนอื่นคิดว่ารอได้
แต่เธอก็รอมาตลอด
ลำดวนเลื่อนแผ่นไม้ใต้เสื่อออก
มีเงินอีกนิดหนึ่งที่เธอซ่อนไว้ ไม่ได้ตั้งใจปิดบังแม่ แค่กลัวว่าถ้าเก็บรวมกันหมด วันที่มีเรื่องต้องใช้จะไม่มีเหลือเลย
เธอนับสองรอบ
พอค่ารถกับอาหารระหว่างทาง แต่หลังไปถึงกรุงเทพฯ จะเหลือไม่มาก
ป้าแช่มเคยให้ที่อยู่โรงงานแห่งหนึ่งไว้ บอกว่าญาติทำงานอยู่แถวนั้น โรงงานรับผู้หญิงไปช่วยพับและบรรจุเสื้อ หากลำดวนอยากไปจริงก็ลองถามดู
เธอเก็บกระดาษนั้นไว้หลายเดือน
ทุกครั้งที่หยิบขึ้นมา แม่จะบอกว่าให้รออีกหน่อย ถ้ามีจักร เราก็รับงานที่บ้านได้ ไม่ต้องไปอยู่ไกล
ลำดวนเชื่อ
จนเช้าวันนี้
เธอเอากระดาษที่อยู่สอดไว้ในซองเอกสาร แล้วมัดปากถุงผ้า
สมชายยืนดูอยู่ตรงประตู
“พี่จะไปไหน”
“กรุงเทพฯ”
เขามองถุง
“ไปกี่วัน”
“ไปทำงาน”
“แม่รู้หรือยัง”
“เดี๋ยวบอก”
สมชายเข้ามานั่งบนพื้น เขาตัวสูงขึ้นมาก มือเริ่มหยาบจากงาน แต่ยังชอบหยิบของในห้องพี่ขึ้นมาดูโดยไม่ขอ
คราวนี้เขาไม่แตะอะไรเลย
“ไปเพราะพ่อหรือ”
ลำดวนดึงปมถุงให้แน่น
“ไปเพราะอยากมีงาน”
“ที่นี่ก็มี”
“มันไม่พอ”
สมชายก้มมองพื้น
“แล้วจักรล่ะ”
เธอหันหน้าหนี
“ไม่ซื้อแล้ว”
น้องเงียบไป ก่อนหยิบเงินสองเหรียญจากกระเป๋ากางเกง วางไว้บนเสื่อ
“เอาไป”
ลำดวนมอง
“เอามาจากไหน”
“ช่วยเขาต้อนวัว”
“เก็บไว้”
“พี่ต้องขึ้นรถ”
เธอหยิบเหรียญคืนใส่มือเขาแล้วกำมือเล็ก ๆ นั้นให้ปิด
“เงินพี่พอ”
สมชายไม่เชื่อ เธอเห็นจากสีหน้า แต่เขาไม่เถียง
“ถ้าพี่ไป แม่จะมีใครช่วย”
คำถามทำให้มือของลำดวนหยุดอยู่บนมือเขา
ในความคิดของเธอ กรุงเทพฯ อยู่ไกลออกไป ข้างหน้ามีงานและค่าแรง
แต่น้องทำให้เธอเห็นแม่อยู่ข้างหลังด้วย
บุญเรือนกลับถึงบ้านหลังฟ้ามืด
เธอถือถุงผักที่ขายไม่หมดขึ้นมา เห็นถุงเสื้อผ้าของลูกวางข้างเสื่อก็หยุด
“จะไปจริงหรือ”
ลำดวนพยักหน้า
“พรุ่งนี้”
แม่วางผัก
“เร็วไปไหม”
“ป้าแช่มบอกว่ามีงาน”
“บอกตั้งแต่หลายเดือนแล้ว ต้องถามใหม่ก่อน”
“ไปถึงก็ถามเอง”
“แล้วถ้าไม่มีงานล่ะ”
ลำดวนไม่มีคำตอบ แต่ไม่อยากพูดว่าไม่มี
“ต้องมีสักที่”
บุญเรือนนั่งลง ถอดผ้าที่คล้องไหล่วางข้างตัว
“แม่ไม่ได้ห้ามไป แม่อยากรู้ว่าเอ็งจะนอนที่ไหน กินอะไร ใครจะพาไปสมัคร”
“โตแล้ว หนูดูแลตัวเองได้”
แม่เงยหน้ามองลูก
“แม่รู้ว่าเอ็งทำงานเป็น แต่มันคนละที่กัน”
“ถ้าต้องรอให้พร้อมทุกอย่าง หนูก็ไม่ได้ไปสักที”
เสียงลำดวนแข็งขึ้น เธอเห็นไหล่แม่ลดลงเล็กน้อย แต่หยุดตัวเองไม่ทัน
“รอซื้อจักรก็ไม่มีจักร รอพ่อคืนเงินก็ไม่รู้จะคืนเมื่อไหร่ หนูจะเก็บไปทำไม ถ้าคนอื่นเปิดเอาไปได้ตลอด”
บุญเรือนเอื้อมไปหยิบถุงผัก ดึงปากถุงให้เรียบ
“แม่จะคุยกับพ่ออีกที”
“แม่คุยมาแล้ว”
เธอรู้ว่าพูดถูก และรู้ด้วยว่าความถูกของตนกำลังทำให้แม่เจ็บ
จากหน้าบ้านมีเสียงพ่อไอ
บุญเรือนเหลือบมองไปทางนั้น ก่อนกลับมามองลำดวน
“คืนนี้กินข้าวก่อน”
“หนูไม่หิว”
แม่ถอนหายใจ
“อย่าเอาความหิวมาเพิ่มอีกเรื่องเลยดวน วันนี้มีเรื่องพอแล้ว”
ลำดวนก้มหน้า
หลังจากนั้นเธอยอมช่วยล้างผักและตั้งโต๊ะ พ่อกินเงียบ ๆ สมชายไม่เล่าเรื่องวัวที่ชอบเล่าทุกเย็น ส่วนแม่คอยถามว่าใครเอาข้าวเพิ่มไหม
ไม่มีใครตอบว่าเอา
แต่ทุกคนยังนั่งอยู่จนแม่วางช้อน
กลางคืนลำดวนตื่นเพราะเสียงในครัว
แม่กำลังห่อข้าวใต้แสงตะเกียง ไข่ต้มสองฟองวางอยู่ข้างถ้วยเกลือ
“เอาไว้กินบนรถ” แม่บอกโดยไม่หันมา
ลำดวนเดินเข้าไป
“ไปเอาไข่มาจากไหน”
“ซื้อมา”
“แม่มีเงินหรือ”
บุญเรือนปิดห่อข้าว
“มีบ้าง”
เธออยากถามว่าได้มาจากอะไร แต่แม่ขยับให้ดูถุงเล็ก ๆ ที่วางอยู่ด้านข้าง มีด้ายสองสี กระดุม เข็มที่เสียบอยู่ในผ้าพับ และกรรไกรปลายทู่
ลำดวนหยิบเข็มขึ้นดู
“นี่ของแม่”
“เอาไป ใช้ได้”
“แล้วแม่ใช้เล่มไหน”
“ยังมี”
เธอไม่แน่ใจว่าแม่มีอีกจริงไหม แต่ในกล่องเข็มยังมีผ้าม้วนอยู่ จึงไม่ได้เปิดนับ
แม่ดึงถุงเสื้อผ้าเข้ามา ตรวจตะเข็บตรงก้นถุง แล้วเย็บทับอีกแถว ลำดวนนั่งดูเงียบ ๆ
“ที่อยู่เก็บไว้ตรงไหน”
เธอหยิบซองออกมาให้
บุญเรือนอ่านช้า ๆ แล้วพับกลับ
“ไปถึงถามคนที่ทำงานตรงสถานี อย่าให้คนพาออกไปไหนง่าย ๆ เงินแบ่งเก็บ อย่าเอาออกมาให้เขาเห็นหมด”
“ค่ะ”
“ถ้าไม่ได้งานก็กลับ”
ลำดวนมองแม่
“ยังไม่ทันไปเลย”
“แม่บอกเผื่อไว้”
“หนูไม่อยากกลับมือเปล่า”
บุญเรือนหยุดเย็บ เธอวางถุงลงบนตักแล้วมองลูก
“กลับมือเปล่าก็กลับได้”
ลำดวนหลบตา
เธอไม่เชื่อประโยคนั้นเต็มที่ บ้านนี้ต้องการเงินทุกวัน จะกลับโดยไม่มีเงินได้อย่างไร
แต่แม่ไม่เถียงต่อ
เธอก้มเย็บถุงจนเสร็จ แล้วตัดด้าย
ก่อนฟ้าสาง ลำดวนได้ยินเสียงแม่ก่อไฟ
เธอตื่นมาใส่เสื้อตัวที่ดีที่สุด หวีผมแล้วรวบให้เรียบร้อย ซองเอกสารอยู่ในถุงผ้า เงินส่วนใหญ่ซ่อนไว้ด้านในกระโปรง เหลือในกระเป๋าเสื้อเท่าที่จะหยิบจ่ายค่ารถ
สมชายนอนตะแคงอยู่บนเสื่อ พอเธอเดินผ่าน เขาลืมตา
“ไปแล้วหรือ”
“อือ”
เขาลุกนั่งทันที ผมชี้ไปคนละทาง
“จะเดินไปด้วย”
“ไม่ต้อง ไปโรงเรียนสาย”
“ไปส่งแค่ปากทาง”
แม่เอาห่อข้าวใส่ถุงให้ แล้วยื่นเงินพับเล็ก ๆ มาอีกก้อน
ลำดวนถอยมือ
“แม่เก็บไว้ซื้อข้าว”
“อันนี้ให้เอ็ง”
“หนูมีแล้ว”
“ไปถึงไม่รู้ต้องใช้อะไร เอาไว้ก่อน”
เธอไม่รับ แม่จึงสอดเงินลงในถุงข้างห่อข้าว
“อย่าเถียงทุกเรื่องแต่เช้า”
ลำดวนยอมให้มันอยู่ตรงนั้น
พ่อนั่งอยู่ใกล้ประตู เขาคงตื่นก่อนแล้ว แต่ไม่ได้พูดอะไร เธอยืนถือถุงอยู่ครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่าควรไหว้หรือควรเดินออกไป
สุดท้ายเธอยกมือขึ้น
“หนูไปนะ”
สง่ามองถุง ก่อนมองหน้าเธอ
“ถึงแล้วเขียนมาบอกแม่”
เธอพยักหน้า
“อย่าไปกับใครที่ไม่รู้จัก”
คำเตือนคล้ายของแม่ แต่เมื่อออกจากปากพ่อ ลำดวนกลับรู้สึกขุ่นขึ้นอีกครั้ง
“ค่ะ”
เธอหันไปหาบันได
“ดวน”
พ่อเรียก
เธอหยุดโดยไม่หันกลับ
“เรื่องเงิน...”
ลำดวนกำหูถุงแน่น
เธอรอคำอธิบาย รอคำขอโทษ หรืออย่างน้อยวันที่จะได้คืน
แต่พ่อเงียบไป
เสียงกาน้ำบนเตาดังขึ้น แม่เดินไปยกลง
ลำดวนลงบันไดโดยไม่รออีก
ทางไปปากหมู่บ้านยังมืด
แม่ถือไฟฉาย สมชายเดินข้างลำดวน คอยเตะก้อนหินให้พ้นทางราวกับสิ่งนั้นช่วยให้พี่เดินง่ายขึ้นมาก
ไม่มีใครพูดถึงเงิน
เมื่อใกล้ถึงจุดขึ้นรถ สมชายถามว่า
“กรุงเทพฯ มีตึกสูงเท่าไหร่”
“ยังไม่เคยเห็น”
“สูงกว่าต้นมะขามไหม”
“คงสูงกว่า”
“ถ้าพี่เห็น เขียนมาบอกด้วย”
ลำดวนพยักหน้า
“แล้วเขียนมาว่ารถเยอะจริงไหม”
“อือ”
“มีโรงหนังทุกถนนไหม”
เธอหันมองเขา
“ใครบอก”
“คนที่ไปทำงานกลับมา”
“ถ้ามีทุกถนน พี่คงหลงอยู่ในโรงหนัง”
สมชายหัวเราะ บุญเรือนยิ้มแวบหนึ่งก่อนหันไฟฉายไปทางรถที่กำลังมา
แม่เดินไปส่งถึงรถที่จะเข้าอำเภอ ลำดวนต้องไปต่อรถเข้ากรุงเทพฯ อีกที
เธอยกถุงขึ้น คนขับรับไปวางให้ด้านใน
“ถึงอำเภอแล้วถามที่ขายตั๋ว” แม่ย้ำ
ลำดวนพยักหน้าอีกครั้ง
คำว่า “ค่ะ” เริ่มออกยาก เพราะลำคอตึงขึ้นทุกที
สมชายจับขอบรถ
“พี่ดวน”
เธอก้มลง
“ถ้ามีจักรแล้ว ยังกลับไหม”
ลำดวนมองหน้าเขา
แม่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไร
“กลับสิ”
“เมื่อไหร่”
เธอเกือบตอบว่าเดี๋ยวก็กลับ เหมือนที่เคยตอบเรื่องแม่ในเช้าวันฝนตก
แต่คราวนี้น้องโตพอจะจำได้แล้ว
“พี่ยังไม่รู้”
สมชายปล่อยมือ
รถออกช้า ๆ ลำดวนจับถุงไว้บนตัก มองแม่กับน้องผ่านช่องด้านหลัง แม่ยกมือขึ้นครั้งหนึ่ง สมชายเดินตามอีกสองสามก้าวก่อนหยุด
พอรถเลี้ยวออกจากหมู่บ้าน เธอมองไม่เห็นทั้งคู่แล้ว
เธอจึงหันกลับมา และพบว่าข้างหน้าก็ยังไม่มีอะไรที่รู้จัก
บนรถเข้ากรุงเทพฯ ลำดวนนั่งติดหน้าต่าง
เธอไม่กล้าหลับนาน กลัวเลยที่ลง แม้คนขายตั๋วบอกแล้วว่ารถจะสุดทางในเมือง ทุกครั้งที่มีคนขยับ เธอจะลืมตาดูว่าคนอื่นกำลังลงหรือไม่
ใกล้เที่ยงเธอแกะห่อข้าว
ไข่ต้มสองฟองอยู่ในถุงเล็ก เธอหยิบออกมาฟองหนึ่ง เคาะกับขอบกล่องเกลือแล้วค่อย ๆ ปอก
คนที่นั่งข้างกันเปิดห่ออาหารของตน มีหมูทอดกับข้าว ลำดวนมองแล้วรีบก้มหน้า
เธอแบ่งไข่กินครึ่งหนึ่งก่อน
อีกครึ่งใส่กลับในห่อ
ไข่อีกฟองเก็บไว้เผื่อถึงกรุงเทพฯ แล้วหาอาหารไม่ได้
พอเก็บห่อข้าว เธอเห็นเงินที่แม่ใส่มาให้คลายตัวอยู่ก้นถุง ธนบัตรพับเล็กจนเป็นรอยแน่น ข้างในมีเหรียญอีกนิดหนึ่ง
ลำดวนนับ แล้วเก็บแยกจากเงินของตัวเอง
เงินซื้อจักรหายไปหมด แต่แม่ยังส่งเธอออกจากบ้านพร้อมเงิน
เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง
เป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อวานที่เธอคิดถึงเงินก้อนที่หายไปแล้วอยากร้องไห้ โดยไม่ได้โกรธพ่อเพียงอย่างเดียว
เธอโกรธตัวเองด้วยที่เอาเงินของแม่มาอีก
กรุงเทพฯ มีเสียงมากกว่าที่ลำดวนเคยนึก
เครื่องยนต์ เสียงเรียกคน เสียงรองเท้า เสียงขายของ แต่ละเสียงดังใกล้จนเธอไม่รู้ว่าควรหันไปทางไหน
เธอก้าวลงจากรถแล้วจับถุงแน่นขึ้นทันที
ผู้ชายคนหนึ่งถามว่าจะไปไหน มีรถพาไป เธอส่ายหน้า เดินเข้าหาคนที่อยู่หลังช่องขายตั๋ว แล้วยื่นกระดาษที่อยู่ให้ดู
เขาอธิบายเส้นทางเร็วมาก
ลำดวนขอให้พูดอีกครั้ง
พอเขาชี้ เธอจึงเดินตามทิศนั้น นับเงินก่อนขึ้นรถอีกคัน และกำกระดาษไว้ตลอดทาง
เธอเห็นตึกสูง เห็นร้านค้าที่เปิดติดกันยาวจนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะหมด และเห็นคนที่เดินเร็วเหมือนรู้ว่าต้องไปไหนทุกคน
ลำดวนพยายามเดินให้เร็วเท่าพวกเขา
แต่หยุดถามทางทุกช่วงถนน
กว่าจะเห็นป้ายโรงงานตามที่อยู่ ท้องฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี
เธอยืนอ่านป้ายสองรอบ ตรวจตัวเลขหน้าประตูเทียบกับกระดาษ แล้วเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ในป้อม
“มาสมัครงานค่ะ”
ชายคนนั้นมองเธอ
“แผนกไหน”
“พับเสื้อ บรรจุเสื้อค่ะ”
“รับเต็มแล้ว”
ลำดวนยื่นกระดาษ
“มีคนบอกว่าที่นี่รับ”
เขาก้มดู แล้วคืนให้
“เมื่อก่อนรับ ตอนนี้เต็ม”
“แล้วรับอีกเมื่อไหร่คะ”
“ไม่รู้ ต้องรอคนออก”
เธอยังยืนอยู่
“หนูทำอย่างอื่นได้ เย็บมือได้ด้วย”
ชายคนนั้นส่ายหน้า
“วันนี้คนรับสมัครกลับแล้ว พรุ่งนี้จะลองมาถามก็ได้ แต่ฉันบอกไว้ก่อนว่าเต็ม”
ลำดวนเก็บกระดาษช้า ๆ
ระหว่างทางเธอคิดไว้หลายอย่าง จะพูดชื่ออย่างไร จะบอกว่าเรียนจบอะไร จะถามเรื่องที่พักตอนไหน
ไม่ได้คิดว่าจะไม่มีใครฟังเรื่องเหล่านั้นเลย
คนงานเริ่มเดินออกจากประตู
บางคนถือถุงอาหาร บางคนคุยกันเสียงดัง ลำดวนถอยไปยืนชิดกำแพง กลัวขวางทาง
เธอคิดจะถามหาญาติของป้าแช่ม แต่ชื่อที่เขียนไว้เป็นเพียงชื่อเล่น คนในป้อมถามนามสกุล เธอไม่มี
“ชื่อแบบนี้มีหลายคน” เขาบอก “พรุ่งนี้ค่อยถามสำนักงาน”
พรุ่งนี้
เธอมองถนนที่ยังไม่รู้ชื่อ
ก่อนถึงพรุ่งนี้ต้องผ่านคืนนี้ก่อน
ลำดวนเปิดถุง หยิบห่อข้าวขึ้นมา ข้าวจับตัวแข็งแล้ว เธอตรวจกลิ่นก่อนจึงค่อยแกะไข่ที่เหลือ
“มารอใคร”
เสียงผู้หญิงดังขึ้นใกล้ตัว
ลำดวนเงยหน้า หญิงสาวที่อายุไล่เลี่ยกันยืนถือถุงผ้า ผมรวบสูง มีเศษด้ายติดบนไหล่
“มาสมัครงาน”
“ตรงนี้?”
เธอพยักหน้า
หญิงสาวมองป้ายโรงงานแล้วหันกลับมา
“เขารับเต็มตั้งนานแล้ว ใครบอกมา”
ลำดวนหยิบกระดาษให้ดู อีกฝ่ายอ่านแล้วพยักหน้า
“คงบอกไว้นานแล้ว”
เธอเก็บกระดาษกลับ ไม่อยากให้ใครพูดประโยคเดียวกันซ้ำอีก
หญิงสาวมองถุงเสื้อผ้า
“เพิ่งมาถึงหรือ”
“ค่ะ”
“มีที่นอนหรือยัง”
ลำดวนกำห่อข้าวแน่น
คำเตือนของแม่กลับมาทันที
อย่าไปกับใครที่ไม่รู้จัก
เธอจึงตอบว่า “มี”
หญิงสาวเหลือบมองห่อข้าว แต่ไม่ถามว่าที่ไหน
“ดีแล้ว แถวนี้กลางคืนร้านปิดเร็ว ถ้าจะถามงาน พรุ่งนี้มาสายหน่อย สำนักงานยังไม่เปิดแต่เช้า”
เธอขยับจะเดิน ลำดวนจึงรีบถาม
“มีที่อื่นรับไหมคะ”
หญิงสาวหันกลับมา
“พรุ่งนี้ฉันจะไปถามอีกโรงงาน พาเพื่อนมาแล้วรอบหนึ่ง เขาว่าอาจรับเพิ่ม”
“อยู่ไกลไหม”
“ต้องขึ้นรถ”
ลำดวนมองเงินในมือ แล้วเก็บกลับเข้าไป
อีกฝ่ายยืนรออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม
“กินอะไรอยู่”
“ไข่”
“แบ่งฉันหน่อยได้ไหม”
ลำดวนมองไข่ฟองสุดท้าย
หญิงสาวยกถุงอาหารในมือขึ้น
“ฉันมีผัดถั่ว กินมาสามวันแล้ว อยากกินอย่างอื่น”
เธอไม่ได้ยื่นมือมาหยิบ เพียงรอ
ลำดวนค่อย ๆ แบ่งไข่ออกครึ่งหนึ่ง วางบนใบตองอีกมุม หญิงสาวนั่งบนขอบปูน หยิบถุงผัดถั่วออกมา แล้วเทให้เธอส่วนหนึ่ง
“ฉันชื่อพิณ”
“ดวน”
“มาจากไหน”
ลำดวนบอกจังหวัด
พิณพยักหน้า ชี้ให้ดูว่าตรงไหนนั่งแล้วไม่โดนฝุ่นจากรถมากนัก จากนั้นเริ่มกินเหมือนทั้งสองรู้จักกันแล้ว
ลำดวนกินผัดถั่วกับข้าวแข็ง คำแรกไม่ต้องฝืนกลืนเท่าที่คิด
พอกินหมด พิณก็รวบถุงอาหาร ลุกขึ้นแล้วชี้ไปตามถนน
“ฉันพักทางนั้น ถ้าพรุ่งนี้จะไปด้วยกัน มารอหน้าร้านขายน้ำตรงหัวมุมตอนเช้า”
ลำดวนมองตาม
เธอไม่รู้ว่าร้านไหน ไม่รู้ว่าตนจะนอนที่ไหน และไม่รู้ว่าถ้าปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เดินไป จะเหลือใครให้ถามอีก
“พิณ”
อีกฝ่ายหยุด
ลำดวนมองปลายรองเท้าตัวเอง ก่อนยอมพูดคำที่ตั้งใจปิดบัง
“ฉันยังไม่มีที่นอน”
พิณหันกลับมาเต็มตัว
“เมื่อกี้บอกว่ามี”
เธอพยักหน้า
“กลัว”
พิณมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ
“กลัวก็ดี อย่าเลิกกลัวเร็วไป”
เธอชี้ไปทางประตูโรงงาน
“ฉันอยู่ห้องเช่ากับคนที่ทำงานข้างใน ไปถามเขาก่อนได้ว่ารู้จักฉันไหม แล้วค่อยตัดสินใจ”
ลำดวนหันไปมองป้อม
คราวนี้เธอเดินกลับไปด้วยตัวเอง
ธันวาลุกไปเปิดประตูรั้วให้เสียงรถจากถนนเข้ามาเบาลง ก่อนกลับมานั่ง
“คนในป้อมรู้จักพิณไหม”
“รู้จัก บอกว่าเห็นทุกวัน แล้วก็เรียกเพื่อนเขามาคุยให้”
ลำดวนเก็บรูปหน้าโรงงานเข้ากล่อง
“คืนนั้นยายเลยมีที่นอน”
“ยายกลับบ้านอีกทีเมื่อไหร่”
เธอปิดฝากล่อง แต่ยังไม่ลุก
“หลายเดือนต่อมา กว่าจะเก็บค่าเดินทางได้ กว่าจะกล้าบอกว่าชีวิตยังไม่ได้ดีอย่างที่พูดไว้”
“แล้วบ้านเปลี่ยนยังไง”
ลำดวนมองหลาน
“แม่กับชายย้ายออกแล้ว”
ธันวาหยุดขยับ
“ไปไหน”
“ห้องเช่าใกล้ตลาด แม่เขียนมาบอก แต่จดหมายตามหายายไม่ทัน ยายเปลี่ยนที่พัก”
“แล้วบ้านเดิมล่ะ”
เธอหันมองกุญแจประตูรั้วที่วางอยู่ข้างโทรศัพท์ของเขา
“ไม่มีของเราอยู่ข้างในแล้ว”
ธันวาไม่ได้ถามต่อทันที
เมื่อวานเขาคืนกุญแจห้องเช่า เจ้าของห้องยืนรออยู่ตรงประตู เขาคิดว่าตนเองเป็นคนเลือกเดินออกมา แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของคนที่ไม่มีที่ให้กลับกับคนที่กลับมาแล้วพบว่าบ้านหายไป ต่างกันมากแค่ไหน
“ยายรู้ก่อนออกจากบ้านไหมว่าจะเป็นแบบนั้น”
ลำดวนส่ายหน้า
“ถ้ารู้ ยายคงไม่ทิ้งของไว้”
เธอลุกขึ้นช้า ๆ เอากล่องรูปกลับเข้าตู้ แล้วหันมาพูดกับเขา
“คืนนั้นที่ห้องพิณ ยายนอนกอดถุงเสื้อผ้า กลัวตื่นมาแล้วเงินหายอีก”
ธันวารอ
“เช้าถัดมา เงินยังอยู่ครบ”
เธอยิ้มนิดหนึ่ง แต่สายตาไม่ยิ้มตาม
“ยายเลยนึกว่าพ้นเรื่องยากแล้ว”
เช้าวันแรกในกรุงเทพฯ ลำดวนตื่นก่อนคนอื่น
เธอเปิดถุงตรวจเงิน ซองเอกสาร และเข็มเย็บผ้า ทุกอย่างอยู่ที่เดิม
พิณลุกขึ้นข้าง ๆ หาวแล้วถามว่าเธอหลับบ้างไหม
ลำดวนพยักหน้า
อีกฝ่ายมองถุงในอ้อมแขน ก่อนลุกไปล้างหน้า
“วันนี้ต้องเดินอีกไกล กินอะไรก่อน”
ลำดวนนับเงินที่เหลือ แยกค่ารถไว้ แล้วพับส่วนอื่นกลับ
“ฉันยังไม่หิว”
พิณหยุดตรงประตู หันมองเธอ
“พูดแบบนี้ประหยัดได้มื้อเดียว ตอนทำงานหน้ามืดขึ้นมา มันไม่คุ้ม”
เธอไม่เถียง ลุกตามไปซื้อข้าวราคาถูกที่หัวมุม กินเร็ว ๆ ก่อนขึ้นรถ
โรงงานแห่งที่สองมีคนยืนรอสมัครอยู่ก่อนแล้วหลายคน
พิณพาเธอไปต่อท้ายแถว ชี้โต๊ะที่คนรับสมัครกำลังตรวจเอกสาร
ลำดวนล้วงซองออกมา จัดผมให้เรียบร้อย ดึงชายเสื้อ แล้วพยายามจำคำที่จะพูด
ครั้งนี้มีคนรับกระดาษของเธอไปอ่าน
มีคนถามชื่อ อายุ และเคยทำงานอะไร
เธอตอบครบทุกคำถามโดยไม่ติดขัด
คนรับสมัครวางเอกสารลง ชี้ประตูด้านข้าง
“ลองงานวันนี้ได้”
ลำดวนหันไปมองพิณ ความดีใจขึ้นมาถึงใบหน้าจนซ่อนไม่อยู่
แต่ก่อนเธอจะเดินเข้าไป เขาก็พูดต่อ
“ยังไม่คิดค่าแรงนะ ผ่านแล้วค่อยเริ่ม”
รอยยิ้มของลำดวนค่อย ๆ หายไป
เธอก้มมองถุงผ้าในมือ
ข้างในมีเงินพอให้รอได้อีกไม่กี่วัน
ข้างหน้ามีประตูเปิดอยู่
เธอจึงถามเพียงว่า
“ถ้าไม่ผ่านล่ะคะ”
คนรับสมัครดึงเอกสารของคนถัดไปเข้ามา
“ก็กลับ”
ลำดวนยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพับแขนเสื้อขึ้นแล้วเดินผ่านประตูนั้นไป
© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต
ความคิดเห็น
0