เงินที่เก็บไว้
เช้าวันถัดมา ธันวาตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกของตัวเอง
เขานอนมองโทรศัพท์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกดปิดแล้วลุกขึ้น
สมุดที่เอาจากลิ้นชักเมื่อคืนวางอยู่ข้างเตียง หน้ากระดาษยังว่าง เขาหยิบมันลงไปด้วย
ยายกำลังเด็ดใบโหระพาที่หน้าบ้าน พอเห็นเขาก็ชี้ไปทางครัว
“ข้าวอยู่บนโต๊ะ”
ธันวาตักข้าวน้อยกว่ามื้อเมื่อคืน ยายเดินกลับเข้ามาขณะเขาเปิดสมุด
เธอเหลือบมอง แต่ไม่ได้ขยับเข้ามาอ่าน
เขาเขียนยอดเงินที่ค้างทีละรายการ บางยอดต้องเปิดข้อความเก่าหา บางยอดจำได้ทันทีเพราะนึกถึงอยู่ตลอด
พอเขียนถึงเงินที่กฤตช่วยออกให้ก่อน เขาหยุดปากกา
“ยังไม่แน่ใจหรือ” ยายถาม
“ต้องโทรถามครับ”
ลำดวนพยักหน้าแล้วนั่งลงอีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ
“ยาย ตอนให้เงินชัย ยายจดไว้เหมือนค่าแรงหรือเปล่า”
เธอมองสมุดของเขา
“จด”
ธันวาเงยหน้า
“เขาเซ็นด้วยไหม”
ลำดวนค่อย ๆ ยกแก้วน้ำขึ้น
“เซ็น”
เขานึกว่าจะได้ยินว่าไม่มีหลักฐานอะไรเลย แต่คำตอบของยายทำให้คำถามถัดไปยากขึ้น
“แล้วทำไม...”
เธอวางแก้ว ก่อนพูดต่อให้
“ทำไมยังเสียเงินใช่ไหม”
ธันวาพยักหน้า
ลำดวนมองมือของตนเอง
“เพราะตอนนั้นยายคิดว่าถ้ามีกระดาษแล้ว เรื่องอื่นก็คงไม่เป็นไร”
กระดาษราคาจักรเย็บผ้าเริ่มเปื่อยตรงรอยพับ
ลำดวนเก็บมันไว้ในสมุดเล่มเดียวกับที่จดค่าแรง ทุกสิ้นเดือนเมื่อแบ่งเงินสำหรับค่าที่พัก อาหาร และเงินส่งแม่แล้ว เธอจะเขียนจำนวนที่เหลืออยู่ใต้ราคา
ห่างกันน้อยลงทีละนิด
จากหลายเดือนเหลือไม่กี่เดือน
บางช่วงงานน้อย เธอรับซ่อมเสื้อเพิ่ม บางช่วงงานโรงงานมาก เธอเย็บผ้าได้เฉพาะคืนที่ยังลืมตาไหว
พิณเอางานเล็ก ๆ มาให้บ้าง แต่จะบอกคนจ้างเสมอว่า ถ้าอยากได้พรุ่งนี้ต้องไปหาคนอื่น เพราะลำดวนมีงานประจำ
“ฉันทำทัน” ลำดวนบอกครั้งหนึ่ง
พิณชี้เสื้อที่วางอยู่บนตัก
“อันนี้ของใคร”
“คนห้องข้าง ๆ”
“แล้วอันที่แขวนอยู่?”
“ต้องเอาแขนเข้า”
“เธอมีสองมือเท่าเดิมนะดวน”
ลำดวนจึงยอมเลื่อนงานชิ้นใหม่ไปวันหยุด
เธอรู้สึกผิดอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อได้นอนเต็มคืน ตื่นมาแล้วเย็บไม่ผิด ก็เริ่มเห็นว่าเพื่อนพูดมีเหตุผล
จักรที่ยังไม่มีทำให้ทุกงานต้องใช้เวลามากกว่าที่อยากให้เป็น
เธอจึงนับเงินบ่อยขึ้น
ชัยรู้ว่าเธอใกล้เก็บครบ แต่ไม่เคยถามว่าก้อนเงินอยู่ที่ไหน
ยิ่งเขาไม่ถาม เธอยิ่งรู้สึกว่าตนไว้ใจเขาได้
ครั้งแรกที่ชัยพูดเรื่องรับงานเอง เขาไม่ได้ขอให้เธอช่วย
พวกเขานั่งกินข้าวใกล้โรงงาน เขาวางสมุดเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะ เปิดให้ดูรายชื่อร้านกับจำนวนกล่องที่แต่ละร้านใช้
“ถ้ารับของแล้วส่งเอง กำไรต่อเที่ยวจะมากกว่าแค่ค่าแรงขับรถ”
ลำดวนอ่านตัวเลข
“แล้วใช้รถใครคะ”
“เช่าเป็นเที่ยวก่อน ยังไม่ซื้อ”
“ค่ารถอยู่ตรงไหน”
ชัยพลิกไปอีกหน้า
เธอเห็นตัวเลขค่าเช่า ค่าน้ำมัน และค่าแรงคนช่วยยกของ
เขาเตรียมมาจริง
ความรู้สึกของลำดวนเปลี่ยนจากฟังความฝันเป็นนั่งดูสิ่งที่อาจทำได้
“ลูกค้าจ่ายก่อนหรือหลังคะ”
“บางร้านจ่ายตอนส่ง บางร้านต้องรอ”
“แล้วระหว่างรอ เอาเงินไหนซื้อของใหม่”
ชัยยิ้มบาง ๆ
“นี่แหละที่ต้องคิด”
เขาปิดสมุด ไม่ได้ยื่นมันเข้าหาเธออีก
“ผมยังเก็บไม่พอ คงต้องรอ”
ลำดวนพยักหน้า
เธอคิดว่าการที่เขายอมรอเป็นเรื่องดี
คนที่บอกว่าจะทำได้ทันทีทุกอย่างน่ากลัวกว่าคนที่รู้ว่าตนยังมีไม่พอ
คืนนั้นเธอกลับไปเปิดสมุดของตัวเอง
มองราคาจักร
แล้วนึกถึงรายชื่อร้านในสมุดของชัย
หลังจากนั้นสองสัปดาห์ ชัยเริ่มมารอช้าลง
บางวันไม่มาเลย
เมื่อพบกัน เขาดูเหนื่อย เสื้อเชิ้ตยับตรงหลัง และมักหยิบกระดาษในกระเป๋าออกมาดู
ลำดวนถามว่าเป็นอะไร
เขาบอกว่ามีร้านต้องการของจำนวนมาก ถ้ารวมกับงานอีกสองร้านก็พอเช่ารถวิ่งเที่ยวเดียวได้คุ้ม
“ได้งานแล้วหรือคะ”
“ยังครับ ต้องมีเงินซื้อของก่อน”
“ใช้เท่าไหร่”
เขาบอกจำนวน
ลำดวนไม่พูดอะไร แต่ในใจเริ่มเปรียบเทียบกับยอดที่เก็บไว้ทันที
ชัยรีบพูดต่อ
“ดวนไม่ต้องคิดนะ ผมเล่าให้ฟังเฉย ๆ”
เธอเงยหน้ามองเขา
“ยังไม่ได้คิดค่ะ”
เป็นคำตอบที่ไม่จริงนัก
ชัยบอกว่าจะไปคุยกับคนรู้จักอีกคน เขาอาจช่วยได้ เธอจึงไม่ได้ถามต่อ
พอแยกกัน ลำดวนกลับห้อง หยิบสมุดมาลบตัวเลขผิดบรรทัด แล้วนั่งมองเงินที่มีอยู่
ถ้าแบ่งไปช่วยเขา จักรจะช้าลงอีกหลายเดือน
ถ้างานของเขาได้กำไร เธออาจได้ซื้อจักรเร็วกว่าเดิม
เธอคิดทั้งสองทาง
แต่ทางที่สองมีภาพชัยอยู่ด้วย
พิณเห็นลำดวนเปิดสมุดค้างไว้จึงถาม
“ราคาเพิ่มหรือ”
“อะไร”
“จักร เธอมองตั้งนาน”
ลำดวนปิดสมุด
“ไม่ใช่”
พิณหยิบเสื้อผ้าลงจากเชือก ไม่ถามต่อทันที เมื่อเก็บเสร็จจึงมานั่งข้าง ๆ
“มีเรื่องอะไร”
ลำดวนเล่าเรื่องงานของชัย
พิณฟังจนจบ ก่อนถามว่าเขาขอเงินหรือยัง
“ยัง”
“แล้วทำไมเธอคิดจะให้”
“ฉันยังไม่ได้บอกว่าจะให้”
“แต่คิดแล้ว”
ลำดวนก้มหน้าลง
พิณไม่ได้ยิ้มเหมือนเวลาจับได้ว่าเธอชอบผู้ชาย
“ฉันรู้ว่าเขาทำงานจริง รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่เราไม่รู้เรื่องร้านพวกนั้นเลย”
“เขามีรายการ”
“รายการที่เขาจด?”
ลำดวนพยักหน้า
“ฉันจะไปดูด้วย”
พิณมองเธออยู่พักหนึ่ง
“งั้นดูให้ครบ ไม่ใช่ดูแค่ของที่เขาพาไปให้ดู”
คำพูดนั้นทำให้ลำดวนรู้สึกเหมือนเพื่อนกำลังตัดสินชัยแล้ว
“เขาไม่ได้เอาเงินฉันไปเหมือนพ่อ”
พิณเงียบ
ลำดวนรู้ทันทีว่าพูดแรงเกินไป แต่ยังไม่ยอมแก้
“ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องเงินตัวเองไม่ใช่หรือ”
“มี” พิณตอบ “แล้วฉันมีสิทธิ์เป็นห่วงเธอไหม”
ห้องเงียบลง
ลำดวนเปิดสมุดอีกครั้ง แต่ไม่ได้อ่านตัวเลข
พิณลุกไปพับเสื้อของตัวเอง
ไม่มีใครหัวเราะกับเรื่องกระโปรงหลวมในคืนนั้น
วันหยุด ชัยพาลำดวนไปดูร้านขายส่งกล่อง
เจ้าของร้านรู้จักเขา เรียกชื่อแล้วถามว่ารอบนี้จะรับของเองหรือยัง
ลำดวนยืนฟังอยู่ข้าง ๆ
พวกเขาคุยราคา จำนวน และวันรับของ เจ้าของร้านบอกว่าต้องจ่ายก่อน เพราะยังไม่เคยซื้อในนามของตัวเอง
ชัยรับปากว่าจะกลับมาบอกอีกที
จากนั้นเขาพาเธอไปพบเจ้าของร้านที่ต้องการกล่อง ลำดวนได้ยินอีกฝ่ายยืนยันจำนวนและวันส่ง
ทุกอย่างดูจริงกว่าความกลัวของพิณ
ก่อนกลับ เจ้าของร้านพูดเรื่องการจ่ายเงิน
“ส่งแล้วตรวจครบ อีกพักหนึ่งค่อยมาเอาเงินนะ ยังไม่จ่ายวันนั้น”
ลำดวนหันมองชัย
เขาพยักหน้า
“ทราบครับ”
ระหว่างเดินกลับ เธอถามว่า “อีกพักหนึ่งนี่กี่วันคะ”
“เขาว่าไม่เกินสองอาทิตย์”
“ในสมุดเขียนว่าจ่ายตอนส่งไม่ใช่หรือ”
ชัยหยุดเดิน
“ผมต้องแก้ อันนั้นเป็นที่คุยครั้งแรก”
ลำดวนมองเขา
เขาหยิบสมุดออกมา ขีดข้อความเก่าแล้วเขียนใหม่ให้เธอดู
“ร้านอื่นยังจ่ายตอนส่ง ของร้านนี้รอหน่อย”
เธอพยักหน้า แต่ความไม่สบายใจยังอยู่
“แล้วเงินหมุนพอล่ะคะ”
ชัยก้มดูสมุด
“ถ้าลดของอีกชุดลงก่อน ก็พอ”
ลำดวนอยากดูตัวเลขต่อ เขาจึงนั่งคำนวณกับเธอที่ร้านน้ำ ใช้เวลาจนฟ้าเริ่มมืด
เขาไม่รำคาญที่เธอถาม
ไม่บอกว่าเธอไม่เข้าใจ
เมื่อเธอชี้บรรทัดผิด เขาก็แก้
สิ่งเหล่านั้นทำให้ลำดวนยอมเชื่อว่าความคลาดเคลื่อนที่พบเป็นเพียงเรื่องที่กำลังจัดการอยู่
เธอเป็นคนเสนอเงินเอง
ไม่ใช่ในวันที่ไปดูของ แต่สามวันต่อมา หลังจากคิดและคำนวณซ้ำจนตัวเลขอยู่ในหัวแม้ขณะพับเสื้อ
ชัยมาพบเธอพร้อมข่าวว่าคนรู้จักช่วยได้เพียงส่วนหนึ่ง ที่เหลือยังขาด
“ถ้าไม่ทันก็ปล่อยงานนี้ไป” เขาบอก “ผมคงรับเล็ก ๆ ก่อน”
ลำดวนถามจำนวนที่ขาด
เขาตอบ
ต่ำกว่าเงินที่เธอมีอยู่
แต่ไม่ต่ำมากพอให้รู้สึกปลอดภัย
“ฉันให้ยืมได้ค่ะ”
ชัยมองหน้าเธอ
“เงินซื้อจักรหรือ”
ลำดวนพยักหน้า
“ไม่เอาดีกว่า ดวนเก็บมาตั้งนาน”
คำปฏิเสธทำให้เธอมั่นใจขึ้นอย่างประหลาด
“ถ้ากำหนดคืนชัด ๆ ก็ได้ค่ะ ฉันไม่ได้ให้เปล่า”
“ผมรู้”
“เงินส่งแม่ฉันแยกไว้ ไม่ใช้ส่วนนั้น”
ชัยยังไม่ตอบทันที
เขามองสมุดของตนเอง ก่อนพูดว่า ถ้ารับเงินจริง จะคืนจากเงินที่ลูกค้าจ่าย แล้วค่อยเริ่มรอบใหม่โดยไม่ใช้เงินของเธอ
ลำดวนถามว่าจะคืนทั้งก้อนหรือไม่
เขาตอบว่าทั้งก้อน
เธอถามวันที่
เขาหยิบดินสอมาเขียน
เป็นวันที่ห่างออกไปไม่ถึงสองเดือน
ลำดวนมองวันนั้นแล้วคิดว่า จักรเลื่อนไปอีกนิดเดียว
น้อยกว่าระยะเวลาที่เคยรอเงินของคนอื่นเสียอีก
ก่อนนำเงินไป ลำดวนคุยกับพิณอีกครั้ง
คราวนี้เธอไม่ได้ถามความเห็น เธอบอกสิ่งที่ตัดสินใจแล้ว
พิณวางชามข้าว
“เท่าไหร่”
ลำดวนบอกจำนวน
เพื่อนเงียบไป
“เหลือของเธอเท่าไหร่”
เธออธิบายว่าเงินค่าห้อง ค่าอาหาร และเงินส่งแม่แยกไว้แล้ว ยังเหลืออีกนิดหนึ่งสำหรับฉุกเฉิน
พิณถามว่า หากเขาคืนช้า เธอจะอยู่ได้หรือไม่
“อยู่ได้ ฉันยังทำงาน”
“แล้วถ้าไม่คืนเลย”
ลำดวนมองเพื่อน
คำถามนี้เหมือนประตูที่เธอไม่อยากเปิด
“เขาบอกว่าจะคืน”
“ฉันถามว่าถ้า”
เธอเงียบอยู่นาน ก่อนตอบเบา ๆ
“ก็ต้องเก็บใหม่”
พิณก้มมองชามของตัวเอง
“งั้นอย่าบอกตัวเองว่าคืนแน่ จนไม่เผื่อเรื่องอื่น”
ลำดวนพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้
พิณมองเธอแล้วพูดต่อ
“เขียนเป็นเงินยืมให้ชัด ถ้าเขาพูดเรื่องกำไร อย่าเอามาปนกัน เธอต้องรู้ว่าเงินก้อนนี้เป็นอะไร”
“ฉันจะเขียน”
“เก็บกระดาษของตัวเองด้วย”
ลำดวนบอกว่ารู้แล้ว
แต่ครั้งนี้น้ำเสียงไม่แข็งเท่าคืนก่อน
ชัยเซ็นชื่อเต็มว่า วิชัย รุ่งสวัสดิ์
ลำดวนมองตัวหนังสือ
เธอรู้ชื่อเต็มของเขาแล้วจากเอกสารส่งของ แต่เพิ่งเห็นเขาเขียนชื่อต่อหน้าช้า ๆ เป็นครั้งแรก
กระดาษสองแผ่นมีข้อความเหมือนกัน ระบุจำนวนเงิน วันที่รับ และวันที่จะคืน
พิณนั่งอยู่ข้างลำดวน
ชัยยอมให้เพื่อนมาด้วย ไม่พูดว่าเธอไม่ไว้ใจ ไม่ชวนให้ลำดวนคุยกันสองคนแทน
สิ่งนั้นทำให้เธอรู้สึกผิดนิดหนึ่งที่ต้องมีคนมานั่งดู
แต่ก็สบายใจขึ้น
“ผมเข้าใจครับ” เขาบอก “เงินดวนไม่ใช่น้อย ๆ”
พิณอ่านตัวเลขแล้วให้ลำดวนอ่านอีกครั้ง ก่อนเซ็นชื่อเป็นคนที่อยู่ด้วยตอนส่งเงิน
ลำดวนเอาธนบัตรออกจากซอง
บางใบเรียบ บางใบยับ มีใบหนึ่งเป็นรอยขาดตรงมุมแต่ยังใช้ได้ เธอนับช้า ๆ วางทีละใบเรียงกันบนโต๊ะ
เงินมาจากหลายวันในชีวิต
จากวันที่อยู่ทำงานต่อ
จากกระโปรงที่แก้เอว
จากเสื้อที่เย็บหลังคนอื่นหลับแล้ว
ชัยนับซ้ำต่อหน้าเธอ ก่อนเก็บลงซองของเขา
กระดาษราคาจักรยังอยู่ในสมุด
แต่เงินที่จะทำให้ได้มันอยู่ในมือของคนอีกคนแล้ว
วันรับของ ลำดวนไปดูด้วย
เธอขอให้พิณช่วยรับงานซ่อมเสื้อที่มีคนนำมาส่งแทน แล้วไปพบชัยหน้าร้านขายส่ง
กล่องถูกมัดเป็นชุดวางอยู่ด้านหลังร้าน ชัยจ่ายเงินต่อหน้าเธอ เจ้าของร้านเขียนใบรับให้ เขาส่งให้ลำดวนอ่านก่อนเก็บ
เธอเห็นจำนวนตรงกับที่คุยไว้
เห็นคนขับรถเช่ามาช่วยยก
เห็นชัยทำงานจนเหงื่อเปียกหลังเสื้อ
ความกลัวที่มีมาตั้งแต่ให้เงินค่อย ๆ เบาลง
ก่อนขึ้นรถ เขาหันมาถามว่าจะไปส่งด้วยกันไหม
ลำดวนส่ายหน้า
“ฉันต้องกลับไปทำงานเย็บค่ะ”
เขาพยักหน้า
“คืนนี้ผมไปหา”
“ถ้าเหนื่อยก็พักนะคะ”
ชัยยิ้ม
“วันนี้เหนื่อยแล้วดีใจ”
เธอยิ้มตาม
รถออกไปพร้อมของที่ซื้อด้วยเงินของเธอ
ลำดวนยืนมองจนพ้นหัวมุม ก่อนเดินกลับด้วยความรู้สึกเหมือนได้ส่งบางอย่างออกไปข้างหน้า ไม่ใช่เสียมันไป
ช่วงแรกชัยทำตามที่พูด
เขามาหาพร้อมใบส่งของ เล่าว่าร้านไหนรับครบ ร้านไหนขอเปลี่ยนจำนวน และนำเงินบางส่วนมาคืนก่อนถึงกำหนด
ลำดวนเขียนยอดรับคืนลงบนกระดาษ ให้เขาเซ็นกำกับ แล้วเก็บเงินส่วนนั้นแยกไว้
พิณเห็นจึงพยักหน้า
ไม่ได้พูดว่าเห็นไหม หรือเตือนเพิ่ม
ลำดวนอยากบอกเพื่อนว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี แต่ยังไม่อยากให้บทสนทนากลายเป็นการแข่งขันว่าใครคิดถูก
ชัยเริ่มรับงานเพิ่ม
เขาบอกว่ามีร้านแนะนำกันมา ไม่ต้องไปหาลูกค้าทุกแห่งเองแล้ว
ลำดวนดีใจแทนเขา
วันหนึ่งเขาซื้อขนมมาฝากผู้หญิงทั้งห้อง พิณเลือกชิ้นเล็กสุด ลำดวนจึงแซวว่าปกติเลือกใหญ่สุด
“วันนี้เกรงใจคนอื่นเป็น” พิณตอบ
ทุกคนหัวเราะ
ในคืนนั้นลำดวนเชื่อว่า ความห่วงของเพื่อนกับความรักของเธออยู่ร่วมกันได้
ไม่มีใครต้องเสียใครไปเพียงเพราะคิดต่างกันเรื่องหนึ่ง
แต่ก่อนถึงวันคืนเงิน ชัยเริ่มมาน้อยลงอีก
คราวนี้เขาฝากคำบอกมาว่าติดส่งของ
ลำดวนไม่ได้กังวลทันที เพราะเคยเป็นเช่นนั้นมาก่อน และทุกครั้งเขาก็กลับมาเล่าให้ฟัง
เธอจึงรับงานเย็บเพิ่ม
อยากเก็บเงินซื้อจักรต่อ แม้เงินยืมยังไม่กลับมาครบ
พิณบอกว่าถ้ากำหนดใกล้แล้วควรถาม
“เขารู้วันอยู่แล้ว” ลำดวนตอบ
“รู้กับเตรียมไว้ไม่เหมือนกัน”
เธอไม่เถียง แต่ไม่ได้ไปถามในวันนั้น
เมื่อพบชัยอีกครั้ง เขามีสมุดเล่มใหม่
รายการมากขึ้น ตัวเลขมากขึ้น และมีหลายชื่อที่เธอไม่เคยได้ยิน
“ของชุดใหม่หรือคะ”
“ครับ มีคนสั่งเพิ่ม”
“เงินพอแล้วหรือ”
ชัยพลิกหน้าสมุด
“พอหมุนได้ ร้านแรกยังไม่จ่าย แต่มีบางร้านจ่ายแล้ว”
ลำดวนหยุดมอง
“ร้านแรกยังไม่จ่าย?”
เขาพยักหน้า
“เจ้าของไม่อยู่ คนที่ร้านบอกให้ไปใหม่”
“เลยสองอาทิตย์แล้วไม่ใช่หรือคะ”
ชัยวางดินสอ
“ใช่ ผมก็ต้องไปตาม”
เธอมองกระดาษที่วางอยู่ใต้สมุด ในนั้นมีวันที่รับของอีกชุด ซึ่งเกิดขึ้นหลังร้านแรกเลยกำหนดจ่ายแล้ว
“แล้วทำไมรับเพิ่มก่อน”
เขาถอนหายใจ
“ถ้าหยุดรับทุกอย่าง ก็ไม่มีรายได้เลยดวน”
เธอเงียบ
คำตอบมีเหตุผลอยู่ส่วนหนึ่ง
แต่เหตุผลนั้นไม่ได้ทำให้เงินของเธอกลับมา
เช้าวันรุ่งขึ้น ลำดวนไปหาชัยตามที่อยู่ที่เขาเคยบอก
ห้องอยู่เหนือร้านขายของ เขาไม่ได้อยู่ข้างใน คนดูแลบอกว่าออกไปแต่เช้า
เธอฝากให้บอกว่าเธอมาหา แล้วเดินกลับ
ลงบันไดมาได้ไม่กี่ขั้น ผู้ชายคนหนึ่งก็สวนขึ้นไป ถือใบกระดาษพับไว้ในมือ
“มาหาชัยเหมือนกันหรือ”
ลำดวนหยุด
“ค่ะ”
“เขาอยู่ไหม”
“ไม่อยู่ค่ะ”
ชายคนนั้นมองกระดาษในมือแล้วถอนหายใจ
“บอกให้มาตั้งแต่วันก่อน วันนี้ก็ไม่อยู่อีก”
ลำดวนมองหน้าเขา
“มีธุระเรื่องงานหรือคะ”
“ค่ารถ สองเที่ยวแล้ว”
เธอกำราวบันได
ชายคนนั้นเก็บกระดาษ ไม่ได้ถามว่าเธอเป็นใคร แล้วเดินลงไปก่อน
ลำดวนยืนอยู่ที่เดิม
เธอรู้ว่าธุรกิจมีค่าใช้จ่าย
รู้ว่าลูกค้าอาจจ่ายช้า
แต่เพิ่งรู้ว่า นอกจากเธอ ยังมีคนอื่นมารอเงินจากชัยด้วย
ธันวาวางปากกาลง
“ยายถามเขาไหม”
“ถาม”
“เขาว่าอะไร”
ลำดวนมองอาหารที่หลานกินเหลืออยู่ไม่มาก
“บอกว่ามีเงินค้างกันเป็นเรื่องธรรมดา เขากำลังจัดการ”
“แล้วเขาบอกเรื่องค่ารถเองหรือยายต้องถามก่อน”
“ยายต้องถาม”
ธันวาก้มมองรายการในสมุด
เงินที่กฤตช่วยออกให้มีอยู่หลายครั้ง เขาเคยบอกว่าจะคืนเมื่อยอดขายเข้ามา แล้วใช้เงินที่เข้ามาซื้อของรอบใหม่แทน
ตอนทำ เขาคิดว่ากำลังพยายามรักษาร้าน
ตอนนี้เมื่อได้ยินเรื่องชัย เขากลับเริ่มเห็นคนที่นั่งรออยู่ปลายทางด้วย
“ผมก็เคยพูดว่ากำลังจัดการ” เขาบอก
ลำดวนไม่ถามว่าเขาเหมือนชัยหรือไม่
เธอเพียงเลื่อนจานไข่มาให้
“กินก่อน เดี๋ยวเอ็งต้องคุยอีกหลายเรื่อง”
ธันวาตักไข่ แต่ยังมองยาย
“ยายเคยรู้สึกว่าไม่ควรให้ตั้งแต่แรกไหม”
ลำดวนพยักหน้า
“รู้สึกทีหลังบ่อยมาก”
เธอหยุด ก่อนพูดต่อ
“แต่ถ้าจะเล่าให้ตรง วันแรกที่ให้ ยายไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังทำเรื่องโง่ ยายไปดูของ ไปฟังลูกค้า เขียนกระดาษ แล้วก็ดูเขาทำงานจริง”
ธันวาฟัง
“สิ่งที่ยายไม่ทำ คือถามให้ถึงว่าเขามีเงินค้างที่อื่นอีกเท่าไหร่”
เธอก้มมองมือ
“บางคำถามไม่ได้ยากเพราะคิดไม่ออก ยากเพราะกลัวว่า ถ้าถามแล้วเขาจะคิดว่าเราไม่เชื่อเขา”
วันครบกำหนดคืนเงิน ลำดวนพกกระดาษไปทำงานด้วย
เธอไม่ได้บอกเพื่อนร่วมโต๊ะว่ารออะไร แต่ทุกครั้งที่มีรถเข้าประตูจะหันไปมอง
ตอนพักกลางวันไม่มีชัย
ตอนเย็นเขามาถึงหลังคนงานส่วนใหญ่กลับแล้ว
ใบหน้าเหนื่อยกว่าเดิม เขายืนรอใกล้กำแพงที่ทั้งสองเคยแบ่งข้าวกัน
ลำดวนเดินเข้าไปหา
“วันนี้ครบกำหนดแล้วค่ะ”
ชัยพยักหน้า
“ผมรู้”
เขาหยิบเงินออกมาให้
ไม่ครบ
ลำดวนนับ แล้วมองเขา
“ส่วนที่เหลือล่ะคะ”
“ขออีกหน่อย ร้านใหญ่ยังไม่จ่าย”
เธอเปิดกระดาษ ดูยอดที่เคยรับคืนกับเงินในมือ คำนวณส่วนที่ยังขาด
หากนำเงินทั้งหมดที่ได้คืนไปรวมกับที่เก็บเพิ่ม ยังซื้อจักรไม่ได้
“ต้องรอถึงเมื่อไหร่”
“ผมจะไปคุยให้ชัด”
“ขอวันค่ะ”
ชัยมองหน้าเธอ
เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้ยิ้มก่อนตอบ
“ดวนไม่เชื่อผมหรือ”
เธอได้ยินประโยคนั้นแล้วนึกถึงพิณ
ขณะเดียวกันก็นึกถึงหมูชิ้นสุดท้ายในถ้วย ขอบปูนข้างรถ และวันที่เขายืนรอให้เธอเดินต่อโดยไม่เร่ง
“ฉันเชื่อค่ะ แต่เงินก้อนนี้ฉันต้องใช้”
ชัยก้มหน้า
“ผมก็อยากคืน ไม่ใช่ว่าไม่อยาก”
“ฉันไม่ได้บอกว่าไม่อยาก”
เขาหยิบดินสอที่เธอยื่นให้มาเขียนวันใหม่ลงบนกระดาษ
ลำดวนอ่าน
อีกหนึ่งเดือน
เขาเซ็นชื่อ ก่อนส่งคืน
เธอพับกระดาษเหมือนเดิม แต่คราวนี้ต้องออกแรงกด เพราะมือสั่นนิดหน่อย
ชัยมองเห็น
“ผมทำให้ดวนลำบากหรือ”
ลำดวนอยากตอบว่าใช่
อยากบอกว่าเธอรับงานเพิ่มทุกคืน อยากบอกว่าจักรยังอยู่ในร้าน และเธอยังต้องนั่งเย็บด้วยมือจนหลับคางาน
แต่พอเห็นสีหน้าของเขา เธอกลับถามเรื่องที่สบายใจกว่า
“วันนี้กินข้าวหรือยังคะ”
ชัยส่ายหน้า
ทั้งคู่จึงเดินไปซื้ออาหารด้วยกัน
ลำดวนจ่ายส่วนของตนเอง
และเงินที่เขาเพิ่งคืนมา ส่วนหนึ่งก็ถูกใช้กับมื้อที่เธอต้องนั่งฟังเขาพูดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น
คืนนั้นลำดวนกลับห้องช้า
พิณยังไม่นอน นั่งซ่อมชายเสื้อของตัวเองอยู่ใต้ไฟ
เธอถามว่าได้เงินครบหรือไม่
ลำดวนส่ายหน้า
“เขียนวันใหม่ไว้แล้ว”
พิณวางเสื้อ
“นานเท่าไหร่”
“เดือนหนึ่ง”
เพื่อนเงียบไป ก่อนถาม
“วันนี้เขาคืนเท่าไหร่”
ลำดวนบอก
พิณไม่ได้ตำหนิ ไม่พูดว่าตนเคยเตือนแล้ว
เธอเพียงยื่นมือมา
“ขอดูกระดาษหน่อย”
ลำดวนเอาให้
พิณอ่านวันที่ใหม่ เทียบยอดเงิน แล้วชี้ตัวเลขบรรทัดหนึ่งที่ชัยเขียนเพิ่มด้านข้าง
“อันนี้อะไร”
ลำดวนมองตาม
ค่าของที่ต้องรับรอบใหม่
เธอจำได้ว่าชัยจดไว้ตอนคุยเรื่องลูกค้า แต่ไม่ได้ตั้งใจเก็บเป็นส่วนหนึ่งของกระดาษยืมเงิน
พิณมองหน้าเธอ
“เขาขอเพิ่มหรือ”
“ยังไม่ได้ขอ”
“แต่พูดแล้ว?”
ลำดวนรับกระดาษกลับ
“บอกว่ามีงานที่ได้เงินเร็วกว่าเดิม”
พิณหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนหันไปเก็บเข็ม
“ดวน ถ้าเงินเก่ายังไม่กลับ อย่าเอาเงินใหม่ไปตามมัน”
คำพูดนั้นตามลำดวนขึ้นไปบนเสื่อ
เธอเปิดซองนับเงินที่ได้คืนแล้วเก็บไว้ใกล้ตัว
เป็นเงินของเธอจริง ๆ แต่พอกลับมาถึงมือ ยังไม่ทันรู้สึกปลอดภัย เธอก็เริ่มคิดว่าจะใช้มันช่วยให้เงินที่เหลือกลับมาได้อย่างไร
สามวันต่อมา ชัยมารอหน้าโรงงานพร้อมกระดาษสั่งของอีกใบ
เขาบอกว่าเป็นงานเล็ก จ่ายตอนรับของ ถ้าทำได้จะมีเงินคืนให้เธอเร็วขึ้น ไม่ต้องรอร้านใหญ่
ลำดวนอ่านชื่อร้าน
ไม่ใช่ร้านที่เคยไปดู
“ต้องใช้เงินอีกหรือคะ”
ชัยพยักหน้า
“ผมมีส่วนหนึ่งแล้ว ขาดอีกนิดเดียว”
คำว่าอีกนิดเดียวทำให้เธอนึกถึงวงกลมที่แม่วาดรอบยอดเงินซื้อจักรเมื่ออยู่บ้าน
อีกนิดเดียวครั้งนั้นหายไปพร้อมเงินทั้งกล่อง
แต่ครั้งนี้คนตรงหน้าไม่ได้เปิดเอาเงินไปเอง
เขากำลังถาม
ลำดวนมองกระดาษสั่งของ จากนั้นมองมือของชัย
มือที่เคยแบ่งข้าวให้เธอ
เธอหยิบดินสอออกมาเขียนตัวเลขลงบนด้านหลังใบเสร็จ คำนวณยอดเงินที่เขาค้างกับเงินที่เพิ่งคืนมา
ทุกอย่างเป็นจำนวนที่เขียนได้
มีเพียงความกลัวเสียเขาไปที่เธอไม่รู้จะเขียนไว้ตรงไหน
“ถ้าฉันไม่ช่วย งานนี้ก็ไม่ได้หรือคะ”
ชัยมองเธอ
“ผมคงต้องหาทางอื่น”
เขาตอบอย่างนั้น
แต่ลำดวนกลับได้ยินในใจว่า ถ้าเธอช่วย ทุกอย่างอาจกลับมาดีได้
เธอพับกระดาษสั่งของ เก็บไว้ในสมุดของตัวเอง
“ฉันขอคิดคืนนี้นะคะ”
ชัยพยักหน้า
ลำดวนเดินไปขึ้นรถเมล์คนเดียว
ถุงผ้าบนตักมีสมุด กระดาษยืมเงิน และราคาจักรที่ยังเก็บไว้
เธอเปิดไปหน้าราคา ลากปลายนิ้วตามรอยพับที่เปื่อยจนบาง
คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้คำนวณว่าต้องเก็บอีกเท่าไหร่จึงจะซื้อจักรได้
เธอคำนวณว่า ถ้ายอมให้เงินกลับออกไปอีกครั้ง จะมีโอกาสได้เงินทั้งหมดคืนมากกว่าหรือไม่
© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต
ความคิดเห็น
0