Kamelessia Stories
ปก ข้าวบูดก็เคยกินมาแล้วกลับไปที่นิยายข้าวบูดก็เคยกินมาแล้ว
ตอนที่ 3

เสื้อของคนอื่น

คนที่ยิ้มอยู่ข้างลำดวนในรูปไม่ใช่อรพิน

“ชื่อน้อย” ลำดวนบอก “บ้านอยู่เลยโรงเรียนไปหน่อย พ่อเขาขายของตามตลาด”

ธันวายกภาพขึ้นดูอีกครั้ง เด็กหญิงคนนั้นตัวเล็กกว่าเล็กน้อย มือข้างหนึ่งซ่อนอยู่ด้านหลังลำดวน เห็นเพียงปลายนิ้วโผล่ตรงเอว

“เขาจับยายไว้เหรอ”

ลำดวนเพ่งมองแล้วหัวเราะเบา ๆ

“หยิก”

“ทำไม”

“ยายไม่ยอมยิ้ม เขาบอกว่าถ้าไม่ยิ้มจะหยิกอีกที”

“แล้วได้ผลไหม”

“เอ็งก็ดูในรูปสิ”

ธันวาหัวเราะตาม แต่เมื่อมองเสื้อของยายอีกครั้ง เขาก็นึกถึงชื่อที่เธอพูดไว้ก่อนหน้า

“แล้วอรพินทำอะไร”

ลำดวนรับรูปกลับมา นิ้วโป้งลูบขอบที่ขาดตรงมุม

“เขาเรียกยายต่อหน้าคนอื่น”

เธอเงียบไปนิดหนึ่ง

“ไม่ได้เรียกชื่อด้วย”

แม่เย็บเสื้อให้เสร็จก่อนลำดวนตื่น

เสื้อพาดอยู่บนเชือกข้างหน้าต่าง ขนาดเล็กลงจนเธอเกือบไม่เชื่อว่าเป็นตัวเดียวกับที่ลองเมื่อวาน ตะเข็บใหม่อยู่ด้านใน แม่พับแขนขึ้นนิดหนึ่งแล้วเย็บตรึงไว้ รอยเหลืองตรงคอจางลง แต่กระดุมเม็ดล่างยังเป็นสีน้ำตาล

“หาเม็ดขาวไม่เจอ” แม่บอก “ไว้มีแล้วค่อยเปลี่ยน”

ลำดวนใส่เสื้อ ยืนหมุนตัวอยู่หน้าบานหน้าต่างที่มืดจนพอเห็นเงา

เสื้อไม่ยาวถึงต้นขาแล้ว

แม่เดินมาดึงชายเสื้อให้เรียบ แล้วจับคางลูกให้เงยขึ้น

“ปวดท้องอีกไหม”

เธอส่ายหน้า

“ถ้าไม่ไหวก็กลับมาบอกครูให้คนมาส่ง”

“ไหว”

แม่มองเธอเหมือนยังไม่แน่ใจ แต่ก็ปล่อยมือ

ลำดวนหยิบกระเป๋าผ้า ข้างในมีสมุดสองเล่ม ดินสอที่สั้นจนต้องจับใกล้ปลาย และห่อข้าวที่แม่เตรียมให้

เธอเปิดดู

ข้าวใหม่

มีปลาเค็มชิ้นเล็กวางอยู่ข้างบน แม่ห่อซ้อนอีกชั้น ไม่ให้กลิ่นติดสมุด

“อย่าแกะเล่น” แม่บอก “เก็บไว้กินกลางวัน”

ลำดวนพับใบตองกลับอย่างระวัง

เช้านั้นเธอเดินออกจากบ้านเร็วกว่าปกติ

แม้พื้นยังแฉะ แต่เสื้อแห้ง สะอาด และพอดีตัว เธอพยายามเดินกลางทาง ไม่ให้แขนเสื้อไปเกี่ยวกิ่งไม้

เมื่อผ่านแอ่งน้ำ เธอยืนมองเงาตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง

ถ้าไม่ก้มลงดูตรงกระดุม ก็ดูเหมือนเสื้อตัวใหม่

น้อยรออยู่ใต้ต้นมะขามใกล้โรงเรียน

เธอถือถุงกระดาษที่มีกล้วยสุกสองลูก ลำดวนมองถุงแวบหนึ่งแล้วเบือนหน้า แต่น้อยยื่นลูกเล็กมาให้ทันที

“เอาไหม”

“พ่อให้กินหรือให้ขาย”

“ให้กิน ลูกนี้ช้ำ ขายไม่ได้”

ลำดวนรับมา พลิกดูรอยดำที่เปลือก

“ยังดีอยู่”

“ข้างในดี พ่อบอกว่าคนซื้อชอบดูเปลือก”

น้อยแกะของตัวเอง กินจนแก้มตุ่ย แล้วมองเสื้อลำดวน

“ได้เสื้อใหม่หรือ”

ลำดวนกำกล้วยแน่นขึ้น

“แม่เย็บให้”

“ดีจัง แขนไม่ขาดแล้ว”

น้อยพูดเท่านั้น ก่อนชวนเธอดูหนอนที่อยู่บนใบมะขาม เด็กสองคนยืนเถียงกันว่ามันจะกลายเป็นผีเสื้อสีอะไร กระทั่งเสียงระฆังดังจึงวิ่งเข้าโรงเรียน

ลำดวนลืมกระดุมสีน้ำตาลไปชั่วครู่

จนถึงโอ่งน้ำหน้าห้อง

อรพินยืนอยู่ตรงนั้นกับเพื่อนอีกสองคน เธอแก่กว่าลำดวนหนึ่งปี ผมสั้นเสมอกัน รองเท้าแตะสีแดงวางชิดขั้นบันได

ลำดวนกำลังจะเดินผ่าน แต่เสียงอรพินเรียกไว้

“นั่นเสื้อฉัน”

เท้าของเธอหยุด

อรพินชี้ตรงชายเสื้อ

“จำได้ กระดุมเม็ดนั้น พ่อเย็บให้ตอนเม็ดเก่าหลุด”

เพื่อนสองคนหันมองพร้อมกัน

ลำดวนดึงกระเป๋าผ้ามาบังหน้าท้อง

“แม่เธอให้แม่ฉันแล้ว”

“รู้ แม่บอกอยู่” อรพินตอบ “ฉันใส่ไม่ได้แล้ว”

คำพูดไม่ได้ดังนัก แต่เด็กที่กำลังขึ้นบันไดอีกคนหยุดฟัง

อรพินเดินเข้ามาใกล้ จับแขนเสื้อลำดวนพลิกดู

“ป้าเรือนเย็บใหม่หรือ ทำไมมันเล็กลง”

ลำดวนดึงแขนกลับ

“แม่เย็บให้พอดี”

“ฉันไม่ได้จะเอาคืน ดูเฉย ๆ”

เพื่อนคนหนึ่งหัวเราะ

“เธอใส่ของอรพินหรือ”

น้อยที่เดินนำไปแล้วหันกลับมา

“แล้วทำไม”

เด็กคนนั้นยักไหล่

“ก็ถาม”

ลำดวนเดินหนีขึ้นบันได น้อยตามมา แต่ก่อนเข้าห้อง เสียงหนึ่งก็ดังจากด้านหลัง

“เสื้อของคนอื่น”

เธอไม่รู้ว่าใครพูด

และไม่กล้าหันไปดู

ทั้งเช้าลำดวนเอาแขนบังกระดุมเม็ดล่าง

เวลาครูให้ลุกอ่าน เธอดึงชายเสื้อลงแล้วใช้สมุดปิดไว้ พอนั่งก็เอากระเป๋าวางบนตัก ครูต้องบอกสองครั้งให้เก็บกระเป๋าลงข้างโต๊ะ

เธออ่านประโยคหนึ่งผิด

ครูให้เริ่มใหม่ เธอได้ยินเสียงเด็กข้างหลังหัวเราะ จึงยิ่งอ่านติดขัด ทั้งที่เมื่อคืนท่องได้แล้ว

“มองหนังสือ ดวน ไม่ต้องมองคนอื่น”

ครูพูดไม่แรง แต่ลำดวนรู้สึกเหมือนทั้งห้องกำลังดูเธอ

พอพักกลางวัน น้อยชวนไปนั่งใต้ต้นหูกวาง เด็กหลายคนแกะห่อข้าวอยู่ตรงนั้น ลำดวนไม่อยากเจออรพิน จึงบอกว่าจะไปนั่งหลังอาคาร

“หลังนั้นยุงเยอะ” น้อยว่า

“ฉันไม่อยากนั่งตรงนี้”

น้อยมองเธอแล้วหยิบถุงข้าวของตัวเองเดินตาม

ใต้ชายคาด้านหลังมีแผ่นไม้เก่าวางอยู่ ทั้งคู่นั่งลง ลำดวนแกะห่อข้าวช้า ๆ ปลาเค็มส่งกลิ่นออกมาทันที

ข้าวของน้อยมีถั่วฝักยาวผัดกับไข่

น้อยตักถั่ววางบนใบตองของเธอสองชิ้น

“เอาปลาให้ฉันหน่อย”

ลำดวนมองปลาชิ้นเล็ก

น้อยชะโงกหน้าเข้ามา

“นิดเดียวก็ได้ มันเค็มไม่ใช่หรือ”

เธอแบ่งให้ครึ่งหนึ่ง

เมื่อแบ่งแล้ว ปลาของเธอเหลือน้อยลง แต่มีถั่วกับไข่เพิ่มมา ลำดวนกินคำหนึ่ง ก่อนถามโดยไม่มองเพื่อน

“เธอไม่อายหรือที่เดินกับฉัน”

น้อยหยุดเคี้ยว

“อายอะไร”

“เรื่องเสื้อ”

“ทำไมต้องอาย”

ลำดวนใช้ช้อนเกลี่ยข้าว

“เขารู้หมดแล้วว่าเป็นของอรพิน”

น้อยกลืนข้าว หันมองเสื้อเพื่อน แล้วก้มมองกระโปรงตัวเอง

“กระโปรงฉันก็ของพี่”

“พี่เธอก็ไม่เหมือนกัน”

“มันเคยเป็นของคนอื่นเหมือนกัน”

ลำดวนรู้สึกว่าเพื่อนไม่เข้าใจ เธอจึงเงียบ

น้อยกินต่ออีกสองคำ ก่อนยกแขนเสื้อตัวเองขึ้น

“ดูนี่”

ข้างในแขนเสื้อมีตะเข็บคดไปมา ด้ายบางช่วงยาวจนเป็นห่วง

“ฉันเย็บเอง แม่ไม่อยู่ พ่อเย็บไม่เป็น”

ลำดวนมองแล้วถาม

“ทำไมไม่ผูกปม”

“ต้องผูกด้วยหรือ”

เธอหลุดหัวเราะ

น้อยทำหน้าขึงขัง

“อย่าหัวเราะสิ มันยังไม่หลุด”

“เดี๋ยวก็หลุด”

“งั้นเธอเย็บให้ได้ไหม”

ลำดวนแตะตะเข็บที่แม่เย็บไว้ด้านในเสื้อของตนเอง เธอเคยนั่งดูแม่ซ่อมเสื้อหลายครั้ง แม่ให้ลองเย็บผ้าขี้ริ้วแล้ว แต่ยังไม่เคยให้ซ่อมเสื้อจริง

“ได้มั้ง”

“พรุ่งนี้ฉันเอาเข็มมา”

น้อยกลับไปกินข้าวเหมือนเรื่องตกลงกันแล้ว

ลำดวนมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตักถั่วชิ้นสุดท้ายเข้าปาก

พวกเขานั่งจนกินหมด และก่อนระฆังดัง น้อยก็หาเศษไม้สองชิ้นมาปักดิน ชวนเล่นขายของ

ใบไม้เป็นผัก กรวดเป็นเงิน ปลาเค็มที่กินหมดไปแล้วกลายเป็นปลาตัวใหญ่ราคาแพงในร้านของลำดวน

“ตัวละเท่าไหร่” น้อยถาม

“สิบบาท”

“แพง”

“งั้นไม่ขาย”

น้อยหัวเราะแล้วโยนกรวดให้สิบเม็ด

ลำดวนรับเงินเก๊ไว้เต็มมือ

ในร้านของเธอ ใครอยากกินปลาก็ต้องถามเธอก่อน

ตอนบ่าย คนถ่ายรูปจากอำเภอมาที่โรงเรียน

ครูบอกว่าจะถ่ายรูปห้องเรียนและรูปเด็กที่ผู้ปกครองสั่งไว้ ลำดวนไม่ได้สั่ง แม่ไม่มีเงินให้เธอเอามา

เธอจึงยืนหลบอยู่ใกล้โอ่งน้ำ ขณะที่เพื่อนจัดเสื้อผ้าและหวีผม

น้อยเดินมาดึงมือเธอ

“ไปถ่ายด้วยกัน”

“ฉันไม่ได้จ่าย”

“พ่อสั่งให้ฉันรูปหนึ่ง ครูบอกถ่ายสองคนได้”

“แล้วพ่อเธอจะว่าไหม”

“ฉันจะบอกว่าเธอเข้ามายืนเอง”

ลำดวนส่ายหน้า

“ฉันไม่ไป”

น้อยลากแขนเธอ แต่ลำดวนยืนแข็ง

ทันใดนั้นอรพินเดินผ่านมากับเพื่อน เธอมองทั้งคู่แล้วถาม

“ดวนจะถ่ายรูปหรือ”

ลำดวนยังไม่ทันตอบ น้อยก็บอกว่าใช่

อรพินชี้ชายเสื้ออีกครั้ง

“ซ่อนกระดุมไว้สิ เม็ดนั้นมันคนละสี”

เพื่อนข้างเธอหัวเราะ

ลำดวนก้มลงโดยไม่ทันคิด ใช้มือดึงชายเสื้อให้ทบเข้าด้านใน

น้อยปัดมือเธอออก

“ไม่ต้องซ่อน”

“เดี๋ยวรูปไม่สวย” อรพินบอก

“รูปของเราสองคน”

คำว่า “เรา” ทำให้อรพินเงียบ เธอเดินจากไปพร้อมเพื่อน แต่ลำดวนยังยืนอยู่กับที่

น้อยจัดชายเสื้อให้เธอแล้วหันไปเรียกคนถ่ายรูป

ชายคนนั้นหิ้วกล้องเดินมา บอกให้ทั้งสองยืนใกล้กัน มองตรง และอย่าขยับ

ลำดวนมองปากกระบอกเลนส์สีดำ เธออยากให้มันเสร็จเร็ว ๆ อยากกลับบ้าน อยากถอดเสื้อออก และไม่ต้องเจอใครอีกจนกว่าจะหาเสื้อตัวอื่นได้

“ยิ้มหน่อย” คนถ่ายรูปบอก

น้อยยิ้มทันที

ลำดวนยิ้มไม่ออก

นิ้วเล็ก ๆ จึงหยิกข้างเอวเธอ

“ยิ้มสิ” น้อยกระซิบ “ไม่งั้นหยิกอีก”

เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ริมฝีปากยังปิดสนิท

เสียงกล้องดังหนึ่งครั้ง

รูปที่ธันวาเห็นหลายสิบปีต่อมาจึงมีเด็กหญิงคนหนึ่งยิ้มกว้าง และอีกคนยืนเหมือนกำลังอดทนรอให้ใครอนุญาตกลับบ้าน

ลำดวนกลับถึงบ้านก่อนแม่

เธอวางกระเป๋า ถอดเสื้อนักเรียน แล้วพับเอากระดุมสีน้ำตาลไว้ด้านในสุด

สมชายวิ่งมาหาในเสื้อตัวใหญ่ที่คอเลื่อนลงมาถึงไหล่ เขาเอาไม้สองท่อนทำเป็นกลอง ตีจนลำดวนต้องขอให้หยุด

“พี่ดวนตีกลองไหม”

“ไม่”

“เป็นคนดู”

เธอนั่งมองน้องตีอยู่นิดหนึ่ง แล้วหันไปหยิบกล่องเข็มของแม่จากชั้น

เข็มเล่มเล็กอยู่ในผ้าที่ม้วนไว้ ด้ายสีดำพันรอบเศษกระดาษแข็ง เธอเลือกกรรไกรปลายทู่ขึ้นมา เอากระดุมสีน้ำตาลออกจากเสื้อ

สมชายวางไม้แล้วเข้ามาดู

“ทำอะไร”

“เปลี่ยนกระดุม”

“อันใหม่อยู่ไหน”

ลำดวนไม่ตอบ

เธอค้นในกล่อง มีเม็ดดำสองเม็ด เม็ดใสหนึ่งเม็ด และเม็ดสีแดงที่ใหญ่เกินไป

ไม่มีเม็ดขาว

เธอวางกระดุมสีน้ำตาลลงข้างเข็ม ตรงชายเสื้อมีด้ายขาดโผล่ออกมา

พอไม่มีมัน เสื้อก็ดูเหมือนขาดบางอย่างจริง ๆ

ลำดวนนั่งมองอยู่จนแม่ขึ้นบันไดมา

บุญเรือนหยุดตรงหน้าลูก

“ทำไมเลาะออก”

“มันไม่เหมือนเม็ดอื่น”

“ก็บอกแล้วว่าไว้มีจะเปลี่ยนให้”

“วันนี้เขาเห็น”

แม่วางถุงผ้า

“ใครเห็น”

“อรพิน”

แม่ถอนหายใจ

“เสื้อเขา เขาก็ต้องจำได้”

คำตอบทำให้ลำดวนเงยหน้าทันที

“แม่ไม่รู้หรอก”

บุญเรือนมองเธอ ก่อนค่อย ๆ นั่งลง

“เขาว่าอะไรเอ็ง”

ลำดวนอยากเล่าทั้งหมด แต่พอแม่ถาม ภาพเด็กที่หันมามองกลับชัดขึ้นจนพูดไม่ออก

“เขาบอกว่าเป็นเสื้อของเขา”

“แล้วอะไรอีก”

เธอส่ายหน้า

แม่รอ ลำดวนจึงพูดต่อเบา ๆ

“คนอื่นหัวเราะ”

บุญเรือนหยิบเสื้อขึ้นดู รอยเย็บที่ทำไว้เมื่อคืนยังเรียบร้อย แต่ตรงที่กระดุมหายไปผ้าเป็นรูเล็ก ๆ

“แม่ขอโทษ”

ลำดวนหันมอง

“แม่ก็คิดว่าเย็บให้พอดีแล้วเอ็งจะใส่ได้”

เธออยากบอกว่าใส่ได้ อยากบอกว่าแม่เย็บดี แต่คำพูดที่โรงเรียนยังทำให้คอแข็งอยู่

“พรุ่งนี้หนูใส่ตัวเก่าได้ไหม”

บุญเรือนมองออกไปนอกบ้าน ตัวเก่าแขวนอยู่ใต้ชายคา แห้งแล้ว แต่รอยบางตรงศอกยังอยู่

“ได้”

แม่หยิบกระดุมสีน้ำตาลมาวางบนฝ่ามือ

“ตัวนี้แม่เย็บกลับไว้ก่อนนะ จะได้ไม่หาย”

ลำดวนพยักหน้า

แม่ร้อยด้ายเข้ารูเข็มครั้งแรกไม่เข้า ครั้งที่สองก็ไม่เข้า เธอยกเข้าใกล้หน้าต่าง ลำดวนจึงขอเข็มไป

ปลายด้ายผ่านรูได้ในครั้งเดียว

บุญเรือนรับคืนพร้อมยิ้มเหนื่อย ๆ

“ตาดีกว่าแม่แล้ว”

เด็กหญิงนั่งดูแม่เย็บ แต่คราวนี้ไม่ได้ดูผ่าน ๆ

เธอจำว่าแม่แทงเข็มตรงไหน พันด้ายอย่างไร และผูกปมก่อนตัดตรงไหน

พรุ่งนี้น้อยจะเอาเสื้อมาซ่อม

อย่างน้อยเธอก็ทำเรื่องนั้นได้

เสื้อของน้อยซ่อมง่ายกว่าที่ลำดวนคิด

เธอใช้เวลาพักกลางวัน เย็บตรงแขนใหม่ให้เล็กลง แล้วผูกปมแน่นจนดึงไม่หลุด น้อยสวมกลับทันที หมุนแขนเหมือนกำลังลองเครื่องมือใหม่

“ดีเลย”

“อย่าดึงแรง”

“ฉันไม่ได้ดึง”

แต่เธอดึงอีกครั้ง

ลำดวนหัวเราะแล้วแย่งแขนเสื้อมาดู ก่อนคืนให้

น้อยหยิบเหรียญจากกระเป๋า

“พ่อให้มา”

ลำดวนมองเหรียญ

“ให้ทำไม”

“ค่าเย็บ”

“แค่นี้เอง”

“พ่อบอกว่าเธอทำให้แขนเสื้อฉันไม่หลุด ก็ต้องให้”

ลำดวนไม่ยอมรับในตอนแรก แต่เพื่อนวางเหรียญบนห่อข้าวแล้ววิ่งไปเอาน้ำ เธอจึงนั่งเฝ้ามันไว้ กลัวจะมีใครมาเก็บผิด

เหรียญไม่ได้มากพอซื้อเสื้อนักเรียน

แต่พอเลิกเรียน เธอกำมันเดินเข้าร้านขายของใกล้โรงเรียนเป็นครั้งแรกโดยไม่ต้องถามว่าเอาของแล้วจ่ายทีหลังได้ไหม

“มาซื้ออะไร” เจ้าของร้านถาม

ลำดวนแบมือ

“กระดุมสีขาวค่ะ”

เจ้าของร้านหยิบกระป๋องเก่าออกมา เธอเลือกเม็ดที่ใกล้เคียงกับบนเสื้อที่สุด ได้มาสองเม็ดกับเงินทอนนิดหน่อย

เธอเดินกลับบ้านช้ากว่าเมื่อเช้า เพราะต้องคอยตรวจถุงกระดาษว่าไม่ขาด

ระหว่างทางน้อยถามว่าจะซื้อขนมหรือไม่

ลำดวนส่ายหน้า

“จะเก็บ”

“เก็บซื้ออะไร”

“เสื้อของฉันเอง”

น้อยพยักหน้าแล้วเดินต่อ ไม่หัวเราะว่าเงินเท่านี้จะซื้อได้อย่างไร

หลายสัปดาห์ต่อมา น้อยนำรูปถ่ายมาให้

ลำดวนมองตัวเองอยู่นาน กระดุมสีน้ำตาลยังติดอยู่ในรูป แม้บนเสื้อจริงจะเปลี่ยนเป็นสีขาวแล้ว

เธอคิดจะฉีกมัน

แต่คนที่ยืนข้าง ๆ ยิ้มกว้างจนเธอทำไม่ลง

แม่เอากระดาษแข็งมารองรูป แล้วเก็บไว้ในกล่องเหล็กใบเดียวกับที่ใส่เอกสารสำคัญ

“อย่าให้เปียก” แม่บอก

ลำดวนถามว่าเก็บรูปไว้ทำไม

“โตแล้วค่อยดู”

เธอไม่คิดว่าจะอยากดู

ไม่คิดด้วยว่ามือที่กำเงินค่าซ่อมเสื้อในวันนั้น จะใช้เย็บผ้า ล้างจาน ตักข้าว ยกหม้อ และนับเงินอีกมากมายกว่าจะกลับมาหยิบรูปใบนี้ให้หลานชายดู

ธันวาหยิบรูปขึ้นอีกครั้ง

“ยายได้ซื้อเสื้อใหม่ไหม”

ลำดวนส่ายหน้า

“เงินเก็บก้อนนั้นซื้อข้าวก่อน”

เขาวางรูปลงช้า ๆ

“ก็เลยยังไม่ได้เสื้อ”

“ไม่ได้จากเงินก้อนนั้น คราวหลังแม่ถึงซื้อให้”

“ยายเสียใจไหมที่เอาเงินไปซื้อข้าว”

ลำดวนคิดอยู่พักหนึ่ง

“เสียใจที่ไม่ได้เสื้อ แต่ดีใจที่ได้กิน จะให้ตอบอย่างเดียวก็ไม่ถูก”

ธันวายิ้มบาง ๆ

เธอเก็บภาพกลับเข้ากล่อง แต่เว้นใบหนึ่งไว้ เป็นรูปหญิงสาวสองคนยืนอยู่หน้าป้ายโรงงาน คนหนึ่งชูลูกโป่ง อีกคนถือถุงกระดาษ

เขาชี้หญิงที่ถือถุง

“นี่ก็ยายหรือ”

“อายุสิบเจ็ด”

“อีกคนคือน้อย?”

“พิณ คนละคน”

ธันวาโน้มเข้าไปดู ภาพจางแล้ว แต่ยายในวัยสาวยิ้ม ต่างจากเด็กหญิงหน้าบูดตรงโอ่งน้ำอย่างชัดเจน

“แล้วยายกับน้อยยังเจอกันไหม”

ลำดวนเงียบลงนิดหนึ่ง

“บ้านเขาย้ายตามพ่อไปขายของที่อื่น ตอนนั้นไม่มีโทรศัพท์ อยากบอกอะไรต้องเขียนจดหมาย ยายเขียนไปสองหน แล้วก็ไม่มีตอบ”

“ยายเคยหาไหม”

“ถามคนที่รู้จัก แต่ไม่มีใครรู้ว่าไปอยู่ไหน”

เธอหยิบรูปเด็กหญิงสองคนกลับออกมาอีกครั้ง เปรียบเทียบกับภาพวัยสาว ก่อนวางทั้งคู่ข้างกัน

“บางคนอยู่ในชีวิตเราไม่นาน แต่ของที่เขาให้ยังอยู่”

ธันวาแตะปลายนิ้วเด็กหญิงที่โผล่หลังเอวยาย

“รอยหยิกด้วย?”

ลำดวนหัวเราะ

“ถ้าอยู่ถึงวันนี้ยายคงช้ำทั้งตัวแล้ว”

ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่ง ความเงียบนั้นไม่เหมือนตอนที่เขากลับเข้าบ้าน

เขาหยิบกระเป๋าเงินออกจากกระเป๋ากางเกง เปิดดูเงินที่เหลือแล้วปิด ไม่ได้หยิบออกมานับต่อหน้ายาย

“ยาย ตอนผมเริ่มร้าน ผมก็คิดว่าถ้ามีเงิน ทุกคนคงหยุดถามว่าผมทำอะไรอยู่”

ลำดวนมองเขา

“ใครถาม”

“หลายคนครับ คนรู้จัก ญาติ เพื่อนที่ซื้อรถซื้อบ้านแล้ว”

“แล้วเอ็งอยากทำร้านหรืออยากให้เขาหยุดถาม”

คำถามทำให้เขาหยุด

ลำดวนขยับมือเหมือนเพิ่งรู้ว่าถามแรงไป

“ไม่ต้องตอบยายตอนนี้ก็ได้”

ธันวาวางกระเป๋าเงินลง

“ผมยังไม่รู้เหมือนกัน”

เธอพยักหน้า

“ยายก็เคยไม่รู้”

เขาชี้รูปหน้าโรงงาน

“ตอนนั้นเหรอ”

ลำดวนมองหญิงสาวที่ยิ้มอยู่ในภาพ

“ตอนนั้นยายคิดว่ารู้ทุกอย่างแล้ว”

เธอยกภาพขึ้นใกล้แสงอีกนิด

“คิดว่าถ้าหาเงินได้มากพอ จะไม่มีใครพูดให้เจ็บอีก”

“แล้วจริงไหม”

ลำดวนวางภาพลง

“บางคนหยุดพูด”

เธอเหลือบมองโทรศัพท์ของหลาน ก่อนพูดต่อ

“แต่ยายกลับเริ่มพูดอย่างเขาเสียเอง”

ธันวาไม่ตอบ

คำพูดเรื่องข้าวที่อ่างล้างจานยังอยู่ระหว่างทั้งคู่ แต่คราวนี้ยายเป็นคนหยิบมันขึ้นมาดู ไม่ได้ผลักกลับให้เขารับผิดชอบคนเดียว

ลำดวนเก็บกล่องรูปแล้วลุกขึ้น ปิดหน้าต่างบานที่อยู่ใกล้โต๊ะ

“ดึกแล้ว เอ็งขึ้นไปนอนเถอะ”

ธันวาช่วยเธอเก็บแก้ว หยิบโทรศัพท์กับกุญแจ แล้วหยุดตรงบันได

“ยายออกจากบ้านตอนสิบเจ็ดเลยเหรอ”

“อือ”

“ยายทวดยอมให้ไปหรือ”

ลำดวนดึงผ้าม่านให้เรียบ

“แม่อยากให้ไปทำงาน แต่ไม่ได้อยากให้ไปวันนั้น”

ธันวาหันกลับมาเต็มตัว

“เกิดอะไรขึ้น”

เธอหันมองกล่องเหล็กในตู้

“พ่อเอาเงินอีกแล้ว”

“เงินซื้อข้าว?”

“เงินที่ยายเก็บไว้ซื้อจักรเย็บผ้า”

เขารอ

ลำดวนจับพนักเก้าอี้ นิ้วกดลงตรงรอยแตกเล็ก ๆ ที่ซ่อมไว้แล้ว

“ยายหาอยู่เป็นปี เย็บเสื้อ ซ่อมกระโปรง ใครให้ทำอะไรก็ทำ แม่บอกว่าถ้ามีจักรจะรับงานได้มากขึ้น เราสองคนช่วยกันเก็บ”

“แล้วพ่อเอาไปไหน”

“วันนั้นยายก็ถามอย่างเอ็งนี่แหละ”

เธอมองบันไดที่หลานยืนอยู่ ก่อนกลับมามองเขา

“แต่พ่อไม่ตอบ”

ธันวาเดินกลับมาวางโทรศัพท์บนโต๊ะ

ลำดวนเลื่อนเก้าอี้ออกให้อีกครั้ง

“ยายออกไปคืนนั้นหรือ”

“รุ่งเช้า”

“เอาอะไรไปบ้าง”

เธอมองมือของตัวเอง

“เสื้อสองตัว เงินที่เหลือซ่อนไว้ แล้วก็เข็มเย็บผ้าของแม่”

ลำดวนนั่งลงช้า ๆ

“ของอย่างอื่น ยายคิดว่าจะกลับมาเอาทีหลัง”

เธอหยุด ก่อนพูดประโยคที่ทำให้ธันวาไม่ถามแทรกอีก

“แต่พอกลับมา บ้านก็ไม่เหมือนวันที่ยายเดินออกไปแล้ว”

ความคิดเห็น

0
เขียนความคิดเห็น…
ยังไม่มีความคิดเห็น

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต