Kamelessia Stories
ปก เสียงกระซิบของใครบางคน จากร่องรอยที่หายไปกลับไปที่นิยายเสียงกระซิบของใครบางคน จากร่องรอยที่หายไป
ตอนที่ 2

พยานที่ไม่มีอยู่จริง

ลลินค้นชื่ออคินซ้ำโดยลองสะกดอีกสามแบบ

ผลึกทะเบียนให้คำตอบเหมือนเดิมทุกครั้ง

ไม่พบบุคคลดังกล่าว

เธอเปลี่ยนไปค้นทะเบียนเกิดย้อนหลังสามสิบห้าปี โดยเลือกเฉพาะเด็กชายที่ไม่มีนามสกุล จากนั้นตรวจบัญชีที่พัก ใบอนุญาตช่าง และบัญชีภาษีความทรงจำทีละรายการ

ทุกครั้งที่ค้น แสงสีแดงจากผลึกสะท้อนนิ้วของเธอซึ่งเปื้อนผงเงิน

ไม่มีชื่ออคินอยู่ในระบบใดเลย

ชายเจ้าของชื่อนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะ น้ำจากชายเสื้อคลุมหยดลงในถาดทองแดงที่รินนำมารองไว้ เขาไม่เร่ง ไม่อธิบาย และไม่ถามผลการค้นหา ราวกับเคยเห็นคำตอบนี้มาหลายครั้งแล้ว

“วันเกิด” ลลินถาม

“มี”

“วันที่เท่าไร”

“คำถามสองอย่างนั้นไม่เหมือนกัน”

ลลินหยุดนิ้วเหนือวงแหวนค้นหา “ที่อยู่”

“หลังคาหลังไหนไม่รั่วในคืนนั้น”

“ฉันกำลังให้โอกาสคุณยืนยันตัวตน”

“ด้วยทะเบียนที่เพิ่งบอกว่าผู้หญิงตรงนั้นไม่มีชื่อหรือ”

อีกด้านของฉากกั้น ศพของมิรายังอยู่ใต้ผ้าคลุม มีเจ้าหน้าที่เฝ้า มีเชือกแดงอยู่ในถุงหลักฐาน และมีแผ่นข้อความซึ่งเลียนแบบลายมือของลลินวางผึ่งให้แห้ง

ทุกอย่างจับต้องได้ มีเพียงชื่อของมิรากับอคินที่ไม่ปรากฏในทะเบียน

ลลินปิดทะเบียนบุคคล “การที่ระบบค้นชื่อคุณไม่พบ ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่คุณพูดเป็นความจริง”

“ดี” อคินตอบ “อย่างน้อยเราก็เห็นตรงกันว่า การค้นไม่พบไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่”

รินซ่อนสีหน้าไม่ทัน มุมปากของเธอขยับเล็กน้อย ก่อนจะรีบก้มลงจดบันทึก

เสียงประทับตราดังมาจากทางเข้าสถานี นายเวรรับกระบอกคำสั่งทองเหลืองจากเจ้าหน้าที่ส่งสาร เขาอ่านยังไม่ทันจบก็หันมาทางโต๊ะ

“สภาจะรับช่วงคดีตอนสิบโมง” เขาบอก “ต้องปิดพื้นที่ และส่งผลึกกับเอกสารทั้งหมดกลับหอกลาง”

ลลินมองนาฬิกาน้ำ

เก้านาฬิกาสิบเอ็ดนาที

เธอเหลือเวลาสี่สิบเก้านาทีเพื่อตรวจสอบคำพูดของชายที่ไม่มีหลักฐานว่าเคยเกิด ก่อนที่หลักฐานทั้งหมดจะถูกนำออกไปจากสถานี

ลลินหยิบถุงใส่เชือกแดงขึ้นมา

“คุณบอกว่าเชือกนี้ใช้มัดฝาวาล์ว”

อคินมองนายเวรซึ่งยังยืนฟังอยู่ “ผมบอกว่ามันเป็นเชือกที่ใช้ในงานราง”

“ต่างกันอย่างไร”

“ช่างที่มัดฝาวาล์วเป็นจะไม่ใช้ปมแบบนี้”

ลลินวางถุงบนแผ่นแก้ว แล้วหมุนโคมผลึกให้แสงส่องเฉียงผ่านเส้นใย เชือกถูกมัดแน่นจนบิดเป็นสัน และมีคราบน้ำมันดำติดอยู่เพียงด้านเดียว

“นี่คือปมรั้งสองชั้น” อคินอธิบาย “ยิ่งดึงจากด้านเดียว ปมจะยิ่งแน่น ช่างรางใช้ผูกของยาวบนเกวียน แต่ไม่ใช้มัดฝาวาล์ว เพราะแกะช้าเกินไปเมื่อเกิดน้ำล้น”

“เมื่อคืนคุณบอกว่าเชือกนี้ใช้มัดฝาวาล์ว”

“ผมบอกว่าเชือกชนิดนี้ใช้ในงานราง ไม่ได้บอกว่าปมนี้เป็นฝีมือช่างราง”

ลลินจดคำให้การใหม่ไว้ใต้บันทึกเมื่อคืน แล้วขีดเส้นเชื่อมคำว่า เชือก กับ ปม โดยยังไม่เขียนข้อสรุป

เธอใช้คีมพลิกปมเชือก คราบดำมีกลิ่นเหมือนสนไหม้ ไม่ใช่น้ำมันหล่อลื่นใสที่ใช้ในสถานีวัดน้ำ

รินเปิดบัญชีพัสดุทันทีโดยไม่ต้องรอคำสั่ง

“น้ำมันกันชื้นสำหรับเชือกขนส่งค่ะ” เธออ่าน “ใช้ในคลังเกวียนกับท่าเรือ ห้ามใช้ในสถานีวัดน้ำ เพราะจะทำให้น้ำบันทึกปนเปื้อน”

อคินไม่ได้ยิ้ม แต่สายตาของเขาบอกชัดว่าเขารอให้ลลินตรวจพบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

“คุณตอบถูกหนึ่งเรื่อง” ลลินว่า “แต่ยังไม่เพียงพอให้ฉันเชื่อว่าคุณเป็นพยานที่ไว้ใจได้”

“ผมหวังว่าหอจดหมายเหตุจะใช้มาตรฐานสูงกว่านั้นอยู่แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น พาฉันไปดูสิ่งที่คุณเห็นใต้ตะแกรง”

อคินเหลือบมองนายเวร “คุณมีคำสั่งให้เปิดรางหรือ”

“ฉันมีเวลาอีกสี่สิบสองนาที”

“นั่นไม่ใช่คำสั่ง”

“สำหรับวันนี้ ถือว่าใช่”

อคินลุกขึ้น

ฝนเบาลงจนเหลือเพียงละออง แต่ทางเดินตรวจรางยังลื่น ลลินสวมเสื้อคลุม แล้วจดเวลาออกจากพื้นที่แห้งลงในสมุด

อคินเห็นสิ่งที่เธอทำ เขาจึงดึงหมวกคลุมศีรษะของตัวเองขึ้นโดยไม่พูดอะไร

นายเวรยืนขวางประตู “พื้นที่เกิดเหตุห้ามเข้าอีก สภาสั่งมาแล้ว”

“คำสั่งมีผลตอนสิบโมง” ลลินตอบ

“กำลังจะย้ายศพ”

“เพราะอย่างนั้นเราต้องตรวจรางก่อนคนยกเปลจะเหยียบทำลายร่องรอย”

นายเวรมองกระบอกคำสั่งในมือเหมือนหวังว่าจะพบคำตอบอยู่ในนั้น สุดท้ายเขาหลีกทางให้เพียงครึ่งตัว

“ผมให้สิบห้านาที”

“ยี่สิบนาที”

“สิบห้า”

ลลินเดินผ่านเขา “ริน จับเวลา”

อคินเดินตามเธอออกมาจนพ้นชายคา

“คุณต่อรองเก่งกับคนที่ไม่คิดจะฟัง”

“ฉันไม่ได้ต่อรอง เขายังไม่ปิดประตู”

“ต่างกันอย่างไร”

“ต่างกันตรงที่ตอนนี้เราผ่านประตูออกมาแล้ว”

แผ่นตะแกรงอยู่ห่างจากศพไม่ถึงสองช่วงแขน น้ำฝนสีดำไหลอยู่ในรางแคบด้านล่าง

ลลินคุกเข่าอยู่นอกแนวเชือกกั้น อคินใช้ด้ามประแจเคาะขอบตะแกรงสามจุด สองจุดให้เสียงทึบ แต่อีกจุดให้เสียงกังวาน

“สลักอยู่ด้านนี้” เขาบอก

“ในแผนสถานี ตะแกรงถูกเชื่อมปิดถาวร”

“แผนเคยมาซ่อมตะแกรงนี้ด้วยหรือ”

ลลินเปิดสำเนาแผนผังจากกระบอกเอกสาร เส้นรางหลักวิ่งตรงใต้ทางเดิน ไม่มีช่องตรวจและไม่มีรางแยก

แต่อคินสอดปลายประแจเข้าไปในร่องที่ดูเหมือนรอยต่อธรรมดา เมื่อเขาบิดประแจเพียงครั้งเดียว สลักทองแดงก็เด้งขึ้น

เขายังไม่ยกฝาตะแกรง

“ถ้ามีคนปล่อยน้ำจากด้านเหนือ ของที่อยู่ข้างล่างจะถูกพัดหายไป”

“วาล์วด้านเหนือปิดอยู่”

“ปิดอยู่ในแผน หรือปิดอยู่จริง”

ลลินหันไปหาริน “ไปดูมาตรวัด แต่อย่าแตะวาล์ว”

รินวิ่งไปที่ผนังสถานี ไม่ถึงครึ่งนาทีก็ตะโกนกลับมา

“เข็มยังขยับค่ะ ยังมีน้ำไหลเข้ามา”

ลลินมองแผนผังอีกครั้ง วาล์วด้านเหนือถูกวาดเป็นวงกลมทึบ ซึ่งหมายถึงปิดถาวร

ข้อมูลในแผนไม่ตรงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริง

อคินรอจนเธอพับแผนเก็บ

“ด้านตะวันตกมีวาล์วมือ หมุนตามเข็มนาฬิกาครึ่งรอบ อย่าหมุนเกินนั้น”

“คุณรู้ได้อย่างไร”

“เพราะครั้งหนึ่งผมเคยหมุนเกิน”

เขาไม่อธิบายต่อ และลลินไม่มีเวลาไล่ถาม

รินทำตามคำแนะนำ กระแสน้ำใต้ตะแกรงลดลงจนมองเห็นพื้นราง อคินจึงยกฝาขึ้น กลิ่นทองแดงเปียกกับโคลนเก่าลอยออกมา

เศษโลหะขนาดประมาณสองนิ้วติดอยู่หลังซี่กรอง

ลลินใช้คีมยาวคีบขึ้นมา วางลงในถาดหลักฐาน แล้วให้รินล้างด้วยน้ำกลั่น

ด้านหนึ่งของแผ่นทองแดงมีรอยขูดใหม่ ส่วนอีกด้านมีหมายเลขเหลืออยู่เพียงบางส่วน

...4—ตะวันตก—17

“หมายเลขวาล์ว” อคินว่า

รินเปิดบัญชีอุปกรณ์ “สถานีสี่มีวาล์วถึงหมายเลขสิบสอง ไม่มีหมายเลขสิบเจ็ดค่ะ”

“ไม่มีตามทะเบียน” อคินแก้

ลลินใช้เลนส์ตรวจขอบที่แตก รอยโลหะฉีกเข้าด้านใน แสดงว่าแผ่นนี้ไม่ได้หลุดออกจากป้ายเก่าเอง แต่เพิ่งถูกงัดออกจากวาล์วหรือฝาครอบไม่นาน

ขณะที่ลลินบันทึกรอยฉีก อคินสอดตะขอเล็กเข้าไปหลังซี่กรอง แล้วดึงกระดาษพับซึ่งติดอยู่ในตัวดักเศษออกมา

เขาบีบน้ำออกโดยไม่คลี่กระดาษ ก่อนซ่อนไว้ในแขนเสื้อ

ลลินเห็นทุกอย่าง แต่ยังไม่ทันถาม เสียงระฆังก็ดังขึ้น

ระฆังวัดน้ำจากฝั่งตะวันออกดังหนึ่งครั้ง เว้นช่วง แล้วดังอีกสองครั้ง เป็นสัญญาณให้เรือบรรทุกลดเสาก่อนลอดใต้สะพาน

น้ำใต้ตะแกรงสั่นเป็นวง แรงสั่นเดินทางไปตามรางทองแดงจนแผ่นหมายเลขในถาดขยับกระทบขอบ แม้หอระฆังจะอยู่ไกลจนมองไม่เห็น

ลลินวางปลายนิ้วลงบนราง แรงสั่นมาถึงเป็นจังหวะเดียวกับเสียงระฆัง

หนึ่งครั้ง เว้นช่วง แล้วอีกสองครั้ง

“รางนำเสียงมาได้” รินกระซิบ

“รางนำแรงสั่น” อคินแก้ “แต่ต้องมีน้ำไหลต่อเนื่อง”

เขาแตะท่อแยกขนาดเล็กข้างรางหลัก แรงสั่นยังเดินทางผ่านท่อนั้น แต่เบากว่าที่รางหลัก

ลลินกางแผนผังบนเข่า

ไม่มีท่อเส้นนี้อยู่ในแผน และในผนังสถานีก็ไม่มีช่องสำหรับให้ท่อลอดผ่าน

“ท่อนี้ไปไหน” เธอถาม

“ถ้าผมตอบ คุณจะเชื่อหรือ”

“ฉันจะตรวจสอบ”

มุมปากของอคินขยับเล็กน้อย “แบบนี้ค่อยเหมือนคุณหน่อย”

รินเตือนว่าเหลือเวลาอีกเก้านาที

ลลินตามแนวท่อไปจนถึงฐานผนัง อิฐบริเวณนั้นใหม่กว่าส่วนอื่น และปูนยังไม่มีตะไคร่เกาะ

อคินเคาะผนัง เสียงที่ตอบกลับเป็นเสียงกลวงต่อเนื่องไปทางเหนือ

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะเปิดแผ่นครอบ เสียงรองเท้าหนักก็ดังมาจากสะพาน

เจ้าหน้าที่สภาสี่คนเดินลงมา ทุกคนสวมเสื้อคลุมกันฝนสีเขียวเข้มและติดตรารูปหยดน้ำสีน้ำเงิน คนที่เดินนำถือกล่องผนึกผลึกกับคำสั่งฉบับใหม่

“หมดเวลาตรวจแล้ว” เขาประกาศ “ส่งผลึกบันทึก เอกสาร และวัตถุทุกชิ้นที่เกี่ยวข้องกับคดี”

นายเวรรีบเดินตามลงมา “ผมเตือนคุณแล้ว”

ลลินลุกขึ้นและยืนบังถาดหลักฐาน

“ฉันเพิ่งพบชิ้นส่วนวาล์ว ต้องลงทะเบียนก่อนเคลื่อนย้าย”

เจ้าหน้าที่สภากางคำสั่งออก

“คดีนี้ถูกจัดเป็นความคลาดเคลื่อนของระบบ วัตถุทุกชิ้นต้องส่งเข้าส่วนตรวจภายใน ไม่มีข้อยกเว้น”

“ความคลาดเคลื่อนของระบบไม่ทำให้คนมีรอยเชือกรอบคอ”

“หน้าที่ของคุณคือซ่อมผลึก ไม่ใช่หาสาเหตุการตาย”

เจ้าหน้าที่อีกคนยกกล่องขึ้นจากโต๊ะ รินกอดสมุดไว้แน่น แต่ยอมส่งให้เมื่อเห็นลลินพยักหน้า

ผลึกคดี แผ่นตรวจข้อความ และถุงเชือกแดงถูกนับใส่กล่องทีละชิ้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เอื้อมมือมาทางถาดทองแดง

อคินชนไหล่ลลินเบา ๆ เหมือนเสียหลักบนพื้นเปียก ถาดเอียงและแผ่นวาล์วตกลงข้างรองเท้าของเขา

ลลินเห็นอคินก้มลงเก็บแผ่นทองแดง แล้วซ่อนมันไว้ในแขนเสื้อพร้อมกับกระดาษเปียก

เจ้าหน้าที่สภาเห็นเพียงถาดว่าง

“มีหลักฐานอย่างอื่นอีกไหม” เขาถาม

ลลินมองอคิน เขารอคำตอบโดยไม่ขอให้เธอช่วย

ตามหน้าที่ เธอควรสั่งให้เขาคืนของกลาง ควรบันทึกการเคลื่อนย้าย และควรเชื่อว่าหลักฐานจะปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่ในกล่องผนึกของสภา

แต่กล่องผนึกใบเดียวกันกำลังนำข้อความเตือนของเธอออกไป โดยระบุว่ามันเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนของระบบ

“ไม่มี” ลลินตอบ

เจ้าหน้าที่ปิดผนึกกล่อง เสียงโลหะล็อกดังชัดกว่าสายฝน

เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหมดขึ้นสะพานไป อคินเดินอ้อมไปด้านหลังเสาสถานี ลลินตามไป ส่วนรินยืนเฝ้าทาง

อคินคลี่กระดาษเปียกออกบนฝ่ามืออย่างระมัดระวัง

มันคือใบส่งผลึกคุณภาพสูง หมึกส่วนใหญ่ละลายไปแล้ว แต่ยังอ่านข้อมูลสำคัญได้

วันที่เมื่อคืน

จำนวนอย่างน้อยสิบสองลัง

และรหัสปลายทาง

น—17

ตราผู้ส่งบนใบส่งเป็นตราเดียวกับเกวียนที่ลลินเห็นวิ่งไปยังเขตมั่งคั่งเมื่อเช้า

“วาล์วสี่—ตะวันตก—สิบเจ็ด” ลลินพูด “กับใบส่ง น—สิบเจ็ด”

“คำตอบเล็กข้อที่สอง” อคินว่า

“ยังไม่ใช่คำตอบ รหัสอาจตรงกันโดยบังเอิญ”

“แน่นอน เมืองนี้ชอบเรื่องบังเอิญ โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่มีอยู่ในทะเบียน”

ลลินดึงแผนผังทางการออกมา แล้วกางเทียบกับผนังอิฐ

ตามแผน เส้นรางฝั่งตะวันตกสิ้นสุดก่อนถึงจุดที่พวกเขายืน

แต่เมื่อเธอวางฝ่ามือลงบนผนัง แรงสั่นจากระฆังยังเดินทางต่อไปตามท่อที่ซ่อนอยู่ด้านใน มุ่งขึ้นเหนือไปในทิศทางเดียวกับเกวียนขนผลึก

ลลินวางใบส่งผลึกลงข้างแผน แล้ววางแผ่นทองแดงลงข้างใบส่ง

ทะเบียนบอกว่าอคินไม่เคยเกิด

แผนผังบอกว่ารางเส้นนี้ไม่มีอยู่

แต่เมื่อระฆังดังขึ้นอีกครั้ง แผ่นทองแดงบนใบส่งก็สั่นตามแรงสั่นจากท่อที่ซ่อนอยู่หลังผนัง

ความคิดเห็น

0
เขียนความคิดเห็น…
ยังไม่มีความคิดเห็น

© 2026 Kamelessia — สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำผลงานไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่กฎหมายอนุญาต